posttoday
ลงทุนง่ายไม่ต้องรอ(คิว)

ลงทุนง่ายไม่ต้องรอ(คิว)

04 กันยายน 2555

ในยุคปัจจุบันที่อัตราดอกเบี้ยต่ำ โจทย์สำคัญของคนมีเงินออมคงหนีไม่พ้น “จะมีอะไรให้ลงทุนบ้างนอกจากการฝากเงินในธนาคาร” โจทย์นี้ดูเหมือนจะยากสำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยกับการลงทุนในตลาดทุน แต่ความจริงไม่ใช่เรื่องยากหากพร้อมที่จะทำความเข้าใจ วันนี้ดิฉันอยากให้ท่านทำความรู้จักกับการลงทุนอีกรูปแบบหนึ่ง นั่นคือ การลงทุนในตราสารหนี้ ซึ่งให้ผลตอบแทนดีกว่าเงินฝาก แต่ไม่เสี่ยงมากจนเกินไป

ในยุคปัจจุบันที่อัตราดอกเบี้ยต่ำ โจทย์สำคัญของคนมีเงินออมคงหนีไม่พ้น “จะมีอะไรให้ลงทุนบ้างนอกจากการฝากเงินในธนาคาร” โจทย์นี้ดูเหมือนจะยากสำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยกับการลงทุนในตลาดทุน แต่ความจริงไม่ใช่เรื่องยากหากพร้อมที่จะทำความเข้าใจ วันนี้ดิฉันอยากให้ท่านทำความรู้จักกับการลงทุนอีกรูปแบบหนึ่ง นั่นคือ การลงทุนในตราสารหนี้ ซึ่งให้ผลตอบแทนดีกว่าเงินฝาก แต่ไม่เสี่ยงมากจนเกินไป

พูดถึงตราสารหนี้ที่อยู่ในความสนใจในช่วงนี้ คงหนีไม่พ้นพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษของกระทรวงการคลัง อายุ 6 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.99% ต่อปี ที่จำหน่ายตั้งแต่ 314 ก.ย.นี้ โดยกลุ่มผู้เกษียณอายุจะได้สิทธิจองซื้อก่อนใคร เมื่อก่อนปรากฏการณ์เข้าคิวจองซื้อพันธบัตรต้องทำให้คนจำนวนมากผิดหวังกับการรอคอยซื้อ สำหรับคนที่ไม่มีประสบการณ์ลงทุนในตราสารหนี้ก็อาจสงสัยว่า ตราสารหนี้มีดีอย่างไร และทำไมใครๆ ก็อยากซื้อกัน

การลงทุนในตราสารหนี้จัดอยู่ในกลุ่มสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ ผู้ลงทุนต้องการผลตอบแทนจากอัตราดอกเบี้ยเป็นหลัก เหมาะกับผู้ลงทุนที่ไม่ชอบความเสี่ยง และไม่คาดหวังผลตอบแทนจากกำไร ตราสารหนี้มีให้เลือกลงทุนหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น “ตั๋วเงินคลังและพันธบัตร” ซึ่งออกโดยรัฐบาลหรือหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และ “หุ้นกู้” ที่ออกโดยบริษัทเอกชน ผู้ลงทุนที่ซื้อตราสารหนี้จะมีฐานะเป็นเจ้าหนี้ ซึ่งจะได้รับดอกเบี้ยเป็นงวดๆ ส่วนเงินต้นจะได้รับคืนเมื่อครบกำหนดอายุตราสาร ดังนั้นผู้ลงทุนจึงสามารถคาดการณ์กระแสรายได้อย่างสม่ำเสมอในอนาคต นอกจากนี้ยังสามารถวางแผนการลงทุนให้ตรงกับเป้าหมายได้เช่นเดียวกับการฝากประจำในธนาคารพาณิชย์ เช่น หากเรามีแผนจะใช้เงินก้อนอีก 5 ปีข้างหน้า ก็เลือกพันธบัตรอายุ 5 ปี แทนที่จะซื้อแบบ 4 ปี หรือ 6 ปี เพราะจะได้เวลาที่ตรงกับความต้องการใช้เงิน

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการลงทุนในตราสารหนี้จะจัดว่ามีความเสี่ยงต่ำ แต่การลงทุนในตราสารหนี้ก็ยังคงมีความเสี่ยงอยู่บ้าง คือ ความเสี่ยงที่จะไม่ได้เงินต้นคืนครบถ้วนในเวลาที่กำหนด แต่การเลือกตราสารหนี้ชั้นดีที่มีความน่าเชื่อถือสูง ที่เรียกว่ามีเรตติ้งสูง (A ดีกว่า B และ A หลายตัวดีกว่า A ตัวเดียว) ความกังวลในเรื่องสูญเสียเงินต้นก็คงลดลงไปได้ หรือหากผู้ลงทุนต้องการขายก่อนครบกำหนด ก็มีความเสี่ยงที่จะขายไม่ได้ในเวลาที่ต้องการ หรือหากขายในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น ราคาที่ขายก็อาจต่ำกว่าเงินต้น แต่หากผู้ลงทุนมีเงินเย็น สามารถถือไว้จนครบอายุก็จะไม่ขาดทุน แต่ที่ต้องเข้าใจคือการจองซื้อพันธบัตรหรือหุ้นกู้ของบริษัทเอกชนนั้น ต้องรอจังหวะให้มีพันธบัตรหรือหุ้นกู้ออกใหม่ (IPO) หากเรามีเงินที่ต้องการลงทุนโดยไม่ต้องรอก็อาจลงทุนในตราสารหนี้ผ่านกองทุนรวมแทน

กองทุนรวมตราสารหนี้ เป็นการรวบรวมเงินก้อนเล็กจากหลายๆ คนให้กลายมาเป็นเงินก้อนใหญ่ เพื่อลงทุนในตราสารหนี้ประเภทต่างๆ ทั้งตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้ภาคเอกชน โดยมีมืออาชีพคือบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทำหน้าที่บริหารจัดการให้ ทำให้สามารถกระจายความเสี่ยงในการลงทุนตราสารหนี้ได้หลากหลายทั้งประเภทและอายุ กองทุนตราสารหนี้มีหลากหลายแบบให้เลือกสรร หากต้องการรูปแบบคล้ายเงินฝากประจำก็เลือกกองตราสารหนี้ที่มีกำหนดอายุไถ่ถอนที่แน่นอน ส่วนอีกประเภท คือ กองทุนที่ไม่กำหนดอายุ (กองทุนเปิด) ก็มักลงทุนในตราสารหนี้อายุยาว ซึ่งมักให้อัตราผลตอบแทนสูงกว่าตราสารหนี้อายุสั้นที่ออกในช่วงเวลาเดียวกัน แต่ก็มีความเสี่ยงด้านการขึ้นลงของราคา ซึ่งรายละเอียดสำคัญเหล่านี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษาได้จากหนังสือชี้ชวน หรือสอบถามจากคนขาย และซักไซ้ให้แน่ใจว่าเป็นกองทุนที่ตรงกับความต้องการของเราจริงๆ

ทางเลือกการลงทุนมีหลากหลาย ผู้ลงทุนสามารถเลือกประเภทการลงทุนให้สอดคล้องกับสไตล์การลงทุนของตนเองได้ โดยคอยอัพเดตความรู้หรือข้อมูลข่าวสารการลงทุนจากแหล่งต่างๆ หรือลองดาวน์โหลดฟรี Mobile Application “Starttoinvest” ของ ก.ล.ต. ตัวช่วยในการลงทุนที่เสิร์ฟข้อมูลหุ้นกู้ออกใหม่ กองทุนใหม่ และกองทุนเด่นที่มีผลประกอบการดีติดอันดับ Top 5 แล้วเรื่องการลงทุนจะไม่ยากอีกต่อไป และที่สำคัญเป็นทางเลือกในการลงทุนที่ง่าย ไม่ต้องรอคิว

“ก.ล.ต. สนับสนุนให้คนไทยมีความรู้เรื่องการเงินการลงทุน”

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69