
ศรีอยุธยาฯเตรียมหยุดรับประกัน
โอนทรัพย์สินลูกค้าให้บีทีไอ
ปรับสถานะเป็นบริษัทโฮลดิงโพสต์ทูเดย์
— ศรีอยุธยาประกันภัยเตรียมหยุดขายประกันรายใหม่ แปลงตัวเป็นโฮลดิงคอมพานี ให้บีทีประกันภัยรับลูกค้าเต็มที่นายโรวัน ดี อาซี่ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ศรีอยุธยาประกันภัย (AYUD) เปิดเผยว่า ภายหลังจากซื้อหุ้นบีทีประกันภัย (บีทีไอ) ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ บีทีไอจะเข้าเป็นบริษัทย่อยที่ศรีอยุธยาประกันภัยถือหุ้น 99.99% ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมด คาดว่าบริษัทจะโอนทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการประกันวินาศภัยบางประการ รวมถึงธุรกิจใหม่ของบริษัทไปยังบีทีไอ
โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะรวมทรัพย์สินดังกล่าวเข้ากันกับทรัพย์สินของบีทีไอและให้บีทีไอเป็นบริษัทหลักในการดำเนินธุรกิจประกันวินาศภัย ขณะเดียวกันบีทีไอจะเพิ่มทุน เพื่อรองรับการควบรวมกิจการ
“
การควบรวมกิจการดังกล่าวนี้จะถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนการปรับโครงสร้างธุรกิจของบริษัท ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบในทางลบต่อผู้ถือหุ้นของบริษัท ภายหลังการซื้อหุ้นบีทีไอแล้วเสร็จ บริษัทมีแผนที่จะทยอยระงับการประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยของบริษัทโดยการงดการออกกรมธรรม์ประกันภัยใหม่และปล่อยให้กรมธรรม์ประกันภัยที่บริษัทรับประกันอยู่ในปัจจุบันทยอยสิ้นผลลง” นายอาซี่ กล่าวนายอาซี่ เปิดเผยว่า ในการนี้บริษัทจะดำเนินการให้ลูกค้าที่ต้องการจะทำการต่ออายุกรมธรรม์ประกันภัยกับบริษัทและลูกค้าที่ต้องการจะเข้าทำกรมธรรม์ประกันใหม่กับบริษัทไปทำกรมธรรม์ประกันภัยกับบีทีไอ ทั้งนี้ กรมธรรม์ประกันภัยที่ยังมีผลใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันจะยังคงได้รับการคุ้มครองจากบริษัทจนกว่าจะหมดอายุกรมธรรม์
ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าภายในสิ้นปี 2554 บริษัทจะโอนเฉพาะทรัพย์สินและหนี้สินที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจประกันวินาศภัยไปยังบีทีไอ โดยทรัพย์สินและหนี้สินที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจประกันวินาศภัยจะยังคงอยู่กับบริษัทต่อไป และจะดำเนินการคืนใบอนุญาต ประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยของบริษัทให้แก่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ต่อไป
“
ภายหลังการคืนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยให้แก่ คปภ. แล้ว เป็นที่คาดหมายว่าบริษัท จะยังคงดำรงสถานะเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยต่อไป แต่จะดำเนินการเปลี่ยนสถานะเป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่นเป็นหลัก (Investment Holding Company)” นายอาซี่ กล่าวนายอาซี่ กล่าวว่า การซื้อหุ้นบีทีไอในครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการตามแผนการปรับโครงสร้างธุรกิจในอนาคตของบริษัท ภายหลังการบังคับใช้หลักเกณฑ์การดำรงเงินกองทุนตามระดับความเสี่ยง (Risk Based Capital)







