
BTSได้ดีช่วงสั้นบริษัทลูกเข้าตลาด
ผลการที่ผู้ถือหุ้นบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้ง (BTS) ได้สิทธิจองซื้อบริษัท วีจีไอ โกลบอล มีเดีย (VGI)
โดย...เจียรนัย อุตะมะ
ผลการที่ผู้ถือหุ้นบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้ง (BTS) ได้สิทธิจองซื้อบริษัท วีจีไอ โกลบอล มีเดีย (VGI) ในสัดส่วนหุ้น BTS 367.2–442.8 หุ้นต่อ VGI 1 หุ้น ทำให้นักวิเคราะห์คาดว่าจะเป็นตัวผลักดันราคาหุ้น BTS ช่วงสั้น
BTS ได้แจ้งวันที่ผู้ถือหุ้นที่มีชื่อในทะเบียนวันที่ 30 ส.ค. 2555 ได้สิทธิในการจองซื้อหุ้น VGI ในราคาขายเดียวกับการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก (IPO) ทั้งนี้ VGI เป็นบริษัทย่อยซึ่งควบคุมธุรกิจโฆษณา (29% ของรายได้)
ส่วนจำนวนหุ้น BTS ในการจองซื้อหุ้น VGI ที่แน่นอนจะขึ้นอยู่กับจำนวนหุ้นในปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ 9,207 ล้านหุ้น บวกกับหุ้นสามัญที่อาจเกิดจากการแปลงสภาพหุ้นกู้ที่ให้สิทธิแปลงสภาพในราคา 5.12 บาทต่อหุ้น อีกราว 9,702 ล้านบาท (คิดเป็น 1,894 ล้านหุ้น) ซึ่งถ้าไม่มีการแปลงสภาพเลย หุ้น BTS จำนวน 367.22 หุ้น จะมีสิทธิซื้อหุ้น VGI ได้ 1 หุ้น แต่หากหุ้นกู้ถูกแปลงสภาพทั้งหมด หุ้น BTS จำนวน 442.8 หุ้น จะมีสิทธิซื้อ VGI ได้ 1 หุ้น
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส คาดว่าข่าวนี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนราคาหุ้นช่วงสั้น และเตรียมปรับเพิ่มกำไรหลังประชุมกับ VGI เนื่องจากผู้ถือหุ้น BTS จะได้รับสิทธิพิเศษซื้อหุ้น VGI หากถือหุ้นจนกระทั่งวันที่ 30 ส.ค. 2555 ส่งผลให้ราคาหุ้น BTS มีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นได้จนถึงช่วงเวลาดังกล่าว เพราะ VGI จัดเป็นหุ้นที่เติบโตสูง ที่มีความต้องการซื้อสูงมาก จากอัตราการเติบโตของกำไรที่ก้าวกระโดด สะท้อนจากกำไรสุทธิของ VGI ในช่วง 3 ปีย้อนหลัง ที่เติบโตเฉลี่ย 67% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ในอนาคตยังมีศักยภาพในการทำกำไรอีกมาก เบื้องต้นที่คาดว่าจะมาจาก
ประการแรก พื้นที่โฆษณาใน BTS ที่จะเพิ่มขึ้นจากขบวนรถไฟฟ้าใหม่ๆ บวกกับยังมีพื้นที่ในอีกหลายสถานีที่ยังไม่ได้พัฒนา และแผนในอนาคตที่จะขยายพื้นที่โฆษณารูปแบบใหม่ โดยติดแผงประตูกั้นเพิ่มเติมบริเวณทางเข้า–ออก ใน 9 สถานีที่มีศักยภาพ
ประการที่สอง พื้นที่โฆษณาขนาดมหาศาลกว่า 1,000 สาขาในห้างสรรพสินค้า อาทิ เทสโก้ โลตัส บิ๊กซี และวัตสัน ที่ยังพัฒนาได้อีกมาก ส่งผลให้ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส ประเมินว่าจะช่วยขับเคลื่อนให้กำไรสุทธิในส่วนธุรกิจโฆษณา BTS เติบโตอย่างมีนัยในระยะยาว (ยังไม่รวมในประมาณการ) ขณะที่ยังไม่รวมถึงกำไรพิเศษจากการที่ BTSC (BTS ถือหุ้น 100%) ผู้ถือหุ้น 100% ของ VGI จะนำหุ้นบางส่วนออกมาเสนอขายพร้อมกับหุ้น IPO ด้วย
ส่งผลให้คาดว่า BTSC และ BTS มีแนวโน้มที่จะรับรู้ทั้งกำไรพิเศษจากการขายดังกล่าวซึ่งขึ้นอยู่กับราคาเสนอขาย นอกจากนี้ กำไรปกติในปีนี้ของ BTS มีแนวโน้มสูงกว่าประมาณการของฝ่ายวิจัย จากสมมติฐานการเติบโตของปริมาณผู้โดยสารที่อิงหลักอนุรักษนิยมมากเกินไป ส่งผลให้ฝ่ายวิจัยมีแนวโน้มปรับเพิ่มประมาณการกำไรและมูลค่าพื้นฐาน
ทั้งนี้ คาดว่าจะปรับเพิ่มมูลค่าพื้นฐานหลังประชุมไปที่ราว 6.40–6.80 บาท และแนะนำ “ซื้อ” แม้เชื่อว่าปัจจุบันราคาหุ้นของ BTS จะเผชิญปัจจัยกดดันจากจำนวนหุ้นที่มีโอกาสเพิ่มขึ้นจากการแปลงสภาพของหุ้นกู้ (ผู้ถือหุ้นกู้แปลงสภาพสามารถใช้สิทธิที่ราคา 5.12 บาทต่อหุ้น) และ BTSW2 (ราคาใช้สิทธิ 4.375 บาทต่อหุ้น ใช้สิทธิได้จากเดือน พ.ย. 2555) รวมกันราว 2,698 ล้านหุ้น เมื่อสิ้นสุดปี 2555/2556 (คิดเป็น Dilution Effect 29%) แต่แนวโน้มกำไรปกติทั้งปีที่จะเติบโตสูงกว่าคาด บวกกับจะมีกำไรพิเศษตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เชื่อว่าจะชดเชย Dilution Effect ข้างต้นได้ทั้ง 100% และจากราคาปัจจุบันที่มีโอกาสปรับตัวลงจากปัจจัยข้างต้น ถือเป็นโอกาสให้เข้าซื้อสะสมเพื่อลงทุนระยะกลาง-ยาว
ดังนั้น จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ทั้งนี้คาดว่ามูลค่าพื้นฐานหลังจากปรับประมาณการจะอยู่ที่ 6.40–6.80 บาทต่อหุ้น (Fully Diluted)
บริษัทเปิดเผยจำนวนผู้โดยสาร (Ridership) เดือน ก.ค. 2555 ทั้งหมดเป็น 16.7 ล้านเที่ยวคน คิดเป็นการเติบโต 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 6% จากไตรมาสแรกถือว่าออกมาดีมาก และหากพิจารณาเฉพาะวันทำการเป็น 12.8 ล้านเที่ยวคน คิดเป็นการเติบโต 23% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 9% จากไตรมาสแรกถือว่าออกมาดีเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม หากเปรียบเทียบกับเดือนที่ทำสถิติสูงสุด คือ เดือน มี.ค. 2555 พบว่าจำนวนผู้โดยสารรวมเดือน ก.ค. 2555 ยังไม่สามารถเอาชนะเดือน มี.ค. 2555 ที่ 16.79 ล้านเที่ยวคนได้ แต่ต่ำกว่าเพียงเล็กน้อย คือ 0.5% แต่เฉพาะวันทำการสามารถทำสถิติสูงสุดแล้ว คือ มากกว่า 1.1% เทียบกับเดือน มี.ค. 2555 ที่ 12.6 ล้านเที่ยวคน
นักวิเคราะห์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส จึงคาดว่า 1-2 เดือนข้างหน้านี้ที่จำนวนผู้โดยสารรวมจะสามารถทำสถิติสูงสุดใหม่ได้ ทั้งนี้ในประมาณการทั้งปีนี้ เราคาดว่าจำนวนผู้โดยสารเป็น 206 ล้านเที่ยวคน คิดเป็นการเติบโต 17% จากปี 2554 ดีกว่าเป้าบริษัทที่ตั้งไว้ว่าจะเติบโต 12-15%
นอกจากนี้ ทางบริษัทได้แจ้งว่า ในวันที่ 30 ส.ค. 2555 จะมีหุ้นสามัญที่เกิดจากการแปลงของหุ้นกู้แปลงสภาพ (CD) เข้ามาในจำนวน 40.8 ล้านหุ้น ในช่วงวันที่ 20-28 ส.ค. 2555 ที่ราคาแปลงสภาพ 5.12 บาท และทำให้จำนวนหุ้นสามัญของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 9,248.76 ล้านหุ้น
“เรามองว่าแรงกดดันจากการขาย (Selling Pressure) ที่มีต้นทุนในการแปลงสภาพต่ำกว่าราคาตลาดถึง 10% ในวันที่ 30 ส.ค. 2555 จะต่ำ เพราะเป็นวันสุดท้ายที่หากมีรายชื่อเป็นผู้ถือหุ้นจะได้รับสิทธิในการจองซื้อหุ้น VGI ที่จะมีการทำ IPO ในราคา IPO ได้ หากคำนวณสัดส่วนล่าสุดในการได้สิทธิจากจำนวนหุ้นล่าสุด คือ 9,248.76 ล้านหุ้น คือ 368.85 หุ้น BTS ต่อ 1 หุ้น VGI แต่อาจต้องระมัดระวังแรงขายในวันถัดไป คือ 31 ส.ค. 2555 เพราะหากขายหุ้น BTS ไปในวันนั้นก็ได้รับสิทธิในการซื้อหุ้น VGI แล้ว”
ดังนั้น คงคำแนะนำซื้อ หุ้น BTS เพียงแค่ช่วง 2 วันทำการที่ผ่านมา ราคาหุ้นปรับขึ้นมาแล้วถึง 8.5% คาดว่าเป็นเพราะเข้าใกล้วันสุดท้ายซื้อหุ้น BTS แล้วได้สิทธิซื้อหุ้น VGI ที่จะมีการ IPO นั่นคือในวันที่ 30 ส.ค. 2555 ข้อดีคือไม่ต้องไปทำการ Random กับนักลงทุนทั่วไปที่สนใจจองซื้อหุ้น IPO หากมีการจองมากกว่าจำนวนหุ้นที่ IPO ของ VGI สำหรับสัดส่วนการจัดสรร คือ 367.22-442.8 หุ้น BTS ต่อ 1 หุ้น VGI ปิดสมุดรายชื่อผู้ได้รับสิทธิวันที่ 4 ก.ย. 2555 ขึ้นกับว่าหุ้นกู้แปลงสภาพจะแปลงเป็นหุ้นมากน้อยเพียงใด ทั้งนี้จะทราบผลสัดส่วนแน่นอนวันที่ 5 ก.ย. 2555 ทั้งนี้จะไม่มีการขึ้นเครื่องหมาย X แต่อย่างใด
ดังนั้น จึงคาดว่ากำไรหลักของ BTS ปีนี้และปีหน้าเติบโตสูงเป็น 79% และ 47% จากปี 2554 ตามลำดับ สำหรับราคาพื้นฐานกำหนดไว้เป็น 6.24 บาท ประเมินด้วยวิธีส่วนลดกระแสเงินสด (หากในอนาคตมีราคาตลาดของ VGI ก็จะสามารถประเมินมูลค่าหุ้น BTS ได้ดียิ่งขึ้น) ราคาปิดปัจจุบันมีส่วนเพิ่มเทียบกับราคาพื้นฐานน้อยลงเป็น 9.4% ส่วนคาดการณ์อัตราผลตอบแทนเงินปันผลงวดปีนี้เป็น 5.3% รวมผลตอบแทนหมดเป็น 14.7%







