
บจ.ควบรวมฝ่าศก.หดตัวพึ่งทุนจากหุ้น
“ภควัต” ชี้เห็นโอกาส บจ.ควบรวมกิจการมากขึ้นเพื่อความอยู่รอดหลังเศรษฐกิจโตลดลง
“ภควัต” ชี้เห็นโอกาส บจ.ควบรวมกิจการมากขึ้นเพื่อความอยู่รอดหลังเศรษฐกิจโตลดลง
นายภควัต โกวิทวัฒนพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทรีนีตี้ วัฒนา (TNITY) เปิดเผยว่า ขณะนี้เห็นภาพบริษัทหลายแห่งในตลาดหลักทรัพย์มีการซื้อกิจการและควบรวมกิจการระหว่างกันมากขึ้น หลังเศรษฐกิจมีแนวโน้มที่จะเติบโตลดลง ขณะที่ต้นทุนในการดำเนินกิจการเพิ่มสูงขึ้นจากค่าจ้าง ทำให้ธุรกิจบางกลุ่มอยู่ได้ลำบาก แต่ก็เป็นโอกาสของบางบริษัทที่มีกำลังเงินเข้าไปซื้อกิจการเพิ่ม
ทั้งนี้ หากเป็นบริษัทขนาดใหญ่จะเข้าไปซื้อกิจการในต่างประเทศ สำหรับกลุ่มธุรกิจที่เห็นได้ชัดว่ามีการซื้อกิจการ คือ ระบบขนส่งสินค้า และกลุ่มค้าปลีกที่มีสาขาจำนวนมาก เพราะต้องการใช้สาขาให้เป็นประโยชน์
นอกจากนี้ การเปิดเขตเสรีประชาคมอาเซียน (เออีซี) จะทำให้ประเทศไทยและอินโดนีเซียเป็นเป้าของการซื้อกิจการ รวมถึงเข้าไปซื้อกิจการ เนื่องจากเป็นประเทศที่มีความน่าสนใจจากการเป็นฐานการผลิต ต่างจากสิงคโปร์ที่เป็นศูนย์กลางทางการเงิน ขณะที่มาเลเซียเองจำนวนประชากรไม่ได้มาก ดังนั้นเออีซีจึงเป็นโอกาสของไทยและอินโดนีเซีย
สำหรับแหล่งเงินที่ใช้ในการซื้อกิจการน่าจะมาจากตลาดทุน เพราะ 2-3 ปีที่ผ่านมา บจ.อาศัยกำไรสะสม เงินกู้ และหุ้นกู้ในการขยายกิจการ จนทำให้อัตราหนี้สินต่อทุน (ดี/อี) โดยเฉลี่ยขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 1 เท่า แม้ไม่ได้สูง แต่ก็ควรจะพิจารณาด้วยความระมัดระวัง
นอกจากนี้ ดัชนีหุ้นที่เพิ่มขึ้นทำให้การเพิ่มทุนของ บจ.จะได้ราคาที่ดี แต่การเพิ่มทุนมีข้อพึงระวังเรื่องความผันผวนของราคาหุ้น ทำให้ต้องรอจังหวะการเพิ่มทุนให้ดี







