
ควบรวมกิจการอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อการขยายธุรกิจ (ตอน 1)
หากพูดถึงการควบรวมกิจการ หรือที่เรียกว่า Mergers & Acquisitions (M&A) ในประเทศไทยก็เกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย
โดย...ริต้า ทัพภมาน
หากพูดถึงการควบรวมกิจการ หรือที่เรียกว่า Mergers & Acquisitions (M&A) ในประเทศไทยก็เกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย
โดยปัจจัยที่มีผลต่อการทำการควบรวมกิจการนั้นน่าจะเกิดจากสาเหตุที่สำคัญ ได้แก่ การแข่งขันทางธุรกิจที่สูงขึ้น ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ซึ่งส่งผลกระทบต่อธุรกิจคมนาคมและการเปลี่ยนแปลงทางการเงินภายในบริษัทนั้นเอง
นอกจากปัจจัยที่กล่าวไปแล้วนั้น ปัจจุบันบริษัทหลายแห่งทั้งไทยและเทศต่างก็นิยมขยายกิจการ โดยการเข้าควบรวมกิจการกับบริษัทอื่นมากกว่าที่จะปล่อยให้บริษัทค่อยๆ เจริญเติบโต
ในสัปดาห์นี้จึงขอนำเรื่องของการควบรวมกิจการที่มาบอกกล่าวให้แก่ผู้ประกอบการ SME ทุกท่าน ที่มีความสนใจในเรื่องของการควบรวมกิจการ และอาจนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างโอกาสการเติบโตของธุรกิจต่อไป
จากตำราหลายเล่ม โดยเฉพาะหนังสือชื่อ “การควบรวมกิจการและการครอบงำกิจการ” ของ ศ.อัญญา ขันธวิทย์ พอที่จะสรุปได้ว่า การควบรวมของกิจการมักจะมาจากมูลเหตุจูงใจหลายอย่าง โดยมูลเหตุจูงใจที่ธุรกิจเกิดการควบรวมกิจการที่ว่านั้นมีดังต่อไปนี้
1.การสร้างกำลังผลึกของกิจการ (Synergies) แรงจูงใจในข้อนี้เน้นถึงการเพิ่มมูลค่าของกิจการหลังจากควบรวมกิจการแล้ว ถ้าบริษัทที่เกิดการควบรวมกิจการมีมูลค่ารวมมากกว่าบริษัทเดิมก่อนการรวมกิจการด้วยกัน ถือว่าเกิดการเพิ่มมูลค่า ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้นของบริษัทสองบริษัทเดิมโดยรวม
ผลของการเพิ่มมูลค่าของกิจการ นำไปสู่ประโยชน์หลายประการด้วยกัน ได้แก่
ประโยชน์ในการดำเนินงานและการเงิน คือ ทำให้บริษัทใหม่สามารถลดความซับซ้อนในการดำเนินงาน ซึ่งนำไปสู่การประหยัดต่อขนาดในด้านต่างๆ เช่น การจัดการ การตลาด การผลิต หรือการบริการ และช่องทางการจัดจำหน่ายหรือช่องทางในการให้บริการ
ประโยชน์ด้านการบริหารจัดการ บริษัทใหม่ภายหลังจากการควบรวมจะได้ประโยชน์จากการประหยัดค่าใช้จ่ายในการบริหาร โดยกลุ่มผู้บริหารชุดเดียวกันต่างคนต่างมีหน้าที่ที่ไม่ซ้ำซ้อนกัน
การใช้ทรัพยากรมีประสิทธิภาพมากขึ้น บริษัทที่ดำเนินการเป็นอิสระก่อนการควบรวมกิจการอาจมีการใช้ทรัพยากรอย่างไม่มีประสิทธิภาพ หลังจากควบรวมแล้วการใช้ทรัพยากรต่างๆ ของบริษัทร่วมกันก็จะมีประสิทธิภาพสูงขึ้น
การเพิ่มอำนาจด้านการตลาด จำนวนบริษัทที่อยู่ในธุรกิจเดียวกัน ภายหลังจากการควบรวมกิจการมีจำนวนน้อยลง ทำให้การแข่งขันลดน้อยลง และบริษัทที่เกิดจากการควบรวมกิจการมีขนาดใหญ่ขึ้น ทำให้มีอำนาจการต่อรองเพิ่มขึ้น ทั้งในด้านของผู้ซื้อและผู้ขายวัตถุดิบ
2.การควบรวมกิจการบริษัทมีความสะดวกรวดเร็วกว่าการขยายกิจการภายในของบริษัทเอง เนื่องจากบริษัทสามารถเข้าไปถือหุ้นหรือถือกรรมสิทธิ์เหนือทรัพย์สินของบริษัทอื่น เช่น โรงงานเครื่องจักรและอุปกรณ์ ตลอดจนการใช้สิทธิตามใบอนุญาตต่างๆ ในนามของบริษัทอื่นได้ในทันที (ภายหลังจากการควบรวมกิจการบริษัทสำเร็จลง) รวมทั้งสามารถใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา เช่น สิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า เป็นต้น โดยไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการสร้างสรรค์ขึ้นใหม่
3.การควบรวมกิจการบริษัทมีผลทำให้บริษัทมีขนาดใหญ่ขึ้น เป็นผลดีในด้านการระดมเงินทุน เพราะกิจการขนาดใหญ่ย่อมมีเครดิตในการกู้ยืมเงินสูง เนื่องจากมีหลักทรัพย์ค้ำประกันมากขึ้น มีเงินทุนหมุนเวียนจำนวนมาก ก่อให้เกิดความคล่องตัวในการประกอบธุรกิจ และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับคู่แข่งอื่นได้ เช่น การควบรวมกิจการของ EGV และ Major Cineplex
4.การควบรวมกิจการจะเป็นการแก้ไขปัญหาของธุรกิจของแต่ละประเภท อันอาจจะเกิดขึ้นในการปรับโครงสร้างหนี้ การปรับโครงสร้างกิจการ เช่น บริษัท มิลเลนเนียม สตีล ซึ่งเกิดจากการควบรวมของกลุ่มบริษัท N.S. Steel และของกลุ่มบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย อันเนื่องมาจากการปรับโครงสร้างบริษัท m
(อ่านต่อฉบับหน้า)







