
Yield Curve ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
ภาวะตลาดตราสารหนี้ (2024 ส.ค. 2555) มีมูลค่าการซื้อขายรวม 395,372 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 79,074 ล้านบาท
โดย...สมาคมตราสารหนี้ไทย
ภาวะตลาดตราสารหนี้ (2024 ส.ค. 2555) มีมูลค่าการซื้อขายรวม 395,372 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 79,074 ล้านบาท ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้านี้ประมาณ 11% ทั้งนี้เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้ว จะพบว่ากว่า 75% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 295,435 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ในขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 63,544 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 6,919 ล้านบาท หรือคิดเป็น 16% และ 2% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ
สำหรับพันธบัตรรัฐบาล รุ่นที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรกคือ รุ่น LB155A (อายุ 2.78 ปี) LB176A (อายุ 4.85 ปี) และ LB21DA (อายุ 9.35 ปี) มีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 13,275 ล้านบาท 10,205 ล้านบาท และ 8,377 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนพันธบัตรที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย รุ่นที่มีปริมาณการซื้อขายสูงสุด 3 อันดับแรก คือ รุ่น CB12911A (อายุ 14 วัน) CB12920C (อายุ 28 วัน) และ CB12N22B (อายุ 91 วัน) มูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 48,512 ล้านบาท 34,229 ล้านบาท และ 23,885 ล้านบาท ตามลำดับ
ทางด้านหุ้นกู้ภาคเอกชน ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ หุ้นกู้ของบริษัท อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส (AYCAL132A (A+)) มูลค่าการซื้อขาย 1,126 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) (TLT12DA (AAA)) มูลค่าการซื้อขาย 864 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง (SCCC136A (A)) มูลค่าการซื้อขาย 473 ล้านบาท
เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Yield Curve) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากสัปดาห์ก่อนหน้า หรือปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ในช่วงประมาณ +1 ถึง +4 Basis Point (100 Basis Point มีค่าเท่ากับ 1%) ภาพรวมของตลาดตราสารหนี้ไทยในสัปดาห์นี้ค่อนข้างผันผวน โดยในช่วงต้นสัปดาห์ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 3-10 ปี ปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 3-11 BPS จากแรงขายเพื่อทำกำไรของนักลงทุน ตามทิศทางของ US Treasury หลังจากที่ Yield ของ US Treasury อายุตั้งแต่ 10 ปีปรับตัวเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามในช่วงปลายสัปดาห์อัตราผลตอบแทนกลับมาปรับตัวลดลงเล็กน้อย ในตราสารอายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป หลังจากที่นักลงทุนในประเทศเริ่มกลับมาคาดการณ์เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะมีการปรับลดดอกเบี้ยของ ธปท. ในช่วงปลายปีอีกครั้งหนึ่ง ถึงแม้ว่าตัวเลข GDP ในไตรมาส 2 ที่ประกาศออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ คือขยายตัว 4.2% จาดที่คาดไว้ 3.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แต่ตัวเลขการส่งออก (X–M) ของไทยในช่วงไตรมาส 2 ยังขยายตัวได้น้อยกว่าที่ประมาณการไว้ค่อนข้างมาก และการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปี 2555 ยังมีความจำเป็นต้องพึ่งพาการบริโภค (C) และการลงทุนภาคเอกชน (I) เป็นหลัก จึงมีแนวโน้มว่า ธปท.อาจจะปรับลดดอกเบี้ยได้ในช่วงปลายปี และด้วยความเสี่ยงในด้านต่างๆ ทำให้สภาพัฒน์ปรับลดตัวเลขประมาณการ GDP ทั้งปีของปี 2555 จาก 5.5–6.5% มาอยู่ที่ 5-6 %
ทั้งนี้ ในสัปดาห์ที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิในตราสารหนี้ทุกประเภทรวมกัน (ทั้งระยะสั้นและระยะยาว) 13,376 ล้านบาท แต่หากพิจารณาเฉพาะการซื้อขายในตราสารหนี้ระยะยาว (อายุคงเหลือมากกว่า 1 ปี) จะพบว่าเป็นการซื้อสุทธิ 4,049 ล้านบาท ทางด้านนักลงทุนรายย่อย (Individual) ในสัปดาห์นี้มียอดซื้อสุทธิ 764 ล้านบาท







