posttoday
Yield Curve ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

Yield Curve ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

28 สิงหาคม 2555

ภาวะตลาดตราสารหนี้ (2024 ส.ค. 2555) มีมูลค่าการซื้อขายรวม 395,372 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 79,074 ล้านบาท

โดย...สมาคมตราสารหนี้ไทย

ภาวะตลาดตราสารหนี้ (2024 ส.ค. 2555) มีมูลค่าการซื้อขายรวม 395,372 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 79,074 ล้านบาท ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้านี้ประมาณ 11% ทั้งนี้เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้ว จะพบว่ากว่า 75% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 295,435 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ในขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 63,544 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 6,919 ล้านบาท หรือคิดเป็น 16% และ 2% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ

สำหรับพันธบัตรรัฐบาล รุ่นที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรกคือ รุ่น LB155A (อายุ 2.78 ปี) LB176A (อายุ 4.85 ปี) และ LB21DA (อายุ 9.35 ปี) มีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 13,275 ล้านบาท 10,205 ล้านบาท และ 8,377 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนพันธบัตรที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย รุ่นที่มีปริมาณการซื้อขายสูงสุด 3 อันดับแรก คือ รุ่น CB12911A (อายุ 14 วัน) CB12920C (อายุ 28 วัน) และ CB12N22B (อายุ 91 วัน) มูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 48,512 ล้านบาท 34,229 ล้านบาท และ 23,885 ล้านบาท ตามลำดับ

ทางด้านหุ้นกู้ภาคเอกชน ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ หุ้นกู้ของบริษัท อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส (AYCAL132A (A+)) มูลค่าการซื้อขาย 1,126 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) (TLT12DA (AAA)) มูลค่าการซื้อขาย 864 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง (SCCC136A (A)) มูลค่าการซื้อขาย 473 ล้านบาท

เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Yield Curve) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากสัปดาห์ก่อนหน้า หรือปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ในช่วงประมาณ +1 ถึง +4 Basis Point (100 Basis Point มีค่าเท่ากับ 1%) ภาพรวมของตลาดตราสารหนี้ไทยในสัปดาห์นี้ค่อนข้างผันผวน โดยในช่วงต้นสัปดาห์ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 3-10 ปี ปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 3-11 BPS จากแรงขายเพื่อทำกำไรของนักลงทุน ตามทิศทางของ US Treasury หลังจากที่ Yield ของ US Treasury อายุตั้งแต่ 10 ปีปรับตัวเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามในช่วงปลายสัปดาห์อัตราผลตอบแทนกลับมาปรับตัวลดลงเล็กน้อย ในตราสารอายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป หลังจากที่นักลงทุนในประเทศเริ่มกลับมาคาดการณ์เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะมีการปรับลดดอกเบี้ยของ ธปท. ในช่วงปลายปีอีกครั้งหนึ่ง ถึงแม้ว่าตัวเลข GDP ในไตรมาส 2 ที่ประกาศออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ คือขยายตัว 4.2% จาดที่คาดไว้ 3.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แต่ตัวเลขการส่งออก (X–M) ของไทยในช่วงไตรมาส 2 ยังขยายตัวได้น้อยกว่าที่ประมาณการไว้ค่อนข้างมาก และการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปี 2555 ยังมีความจำเป็นต้องพึ่งพาการบริโภค (C) และการลงทุนภาคเอกชน (I) เป็นหลัก จึงมีแนวโน้มว่า ธปท.อาจจะปรับลดดอกเบี้ยได้ในช่วงปลายปี และด้วยความเสี่ยงในด้านต่างๆ ทำให้สภาพัฒน์ปรับลดตัวเลขประมาณการ GDP ทั้งปีของปี 2555 จาก 5.5–6.5% มาอยู่ที่ 5-6 %

ทั้งนี้ ในสัปดาห์ที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิในตราสารหนี้ทุกประเภทรวมกัน (ทั้งระยะสั้นและระยะยาว) 13,376 ล้านบาท แต่หากพิจารณาเฉพาะการซื้อขายในตราสารหนี้ระยะยาว (อายุคงเหลือมากกว่า 1 ปี) จะพบว่าเป็นการซื้อสุทธิ 4,049 ล้านบาท ทางด้านนักลงทุนรายย่อย (Individual) ในสัปดาห์นี้มียอดซื้อสุทธิ 764 ล้านบาท

 

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค