posttoday
ประสิทธิผลของกลไกการกำกับดูแลกิจการ(ตอนที่3)

ประสิทธิผลของกลไกการกำกับดูแลกิจการ(ตอนที่3)

28 สิงหาคม 2555

เนื่องจากผมได้นำเอาเนื้อหาของ ASEAN CG Scorecard มาคั่นรายการในฉบับเดือน มิ.ย. 2555

โดย...ยงยุทธ วรฉัตรธาร

เนื่องจากผมได้นำเอาเนื้อหาของ ASEAN CG Scorecard มาคั่นรายการในฉบับเดือน มิ.ย. 2555 เพื่อให้มีความต่อเนื่องในการทำความเข้าใจเรื่องของประสิทธิผลของกลไกการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จึงขอเท้าความอีกครั้งว่าเรื่องดังกล่าวข้างต้นเป็นผลศึกษาวิจัยจากดุษฎีนิพนธ์ของนักศึกษาปริญญาเอกของมหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยศึกษาถึงอิทธิพลของกลไกการกำกับดูแลกิจการ 7 ประเด็นที่มีผลต่อประสิทธิผลของการกำกับดูแลกิจการ ด้านหนึ่ง และมีผลต่อประสิทธิผลขององค์กร อีกด้านหนึ่งรวม 2 ด้านจึงมีการตั้งสมมติฐาน 14 สมมติฐาน และศึกษาถึงอิทธิพลของประสิทธิผลของการกำกับดูแลกิจการ ที่มีผลต่อประสิทธิผลขององค์กร อีก 1 สมมติฐาน รวมทั้งสิ้นเป็น 15 สมมติฐาน โดยผลการศึกษาวิจัยปรากฏว่าเป็นไปตามสมมติฐาน 5 ประเด็น อีก 10 ประเด็นไม่เป็นไปตามสมมติฐาน สิ่งที่น่าสนใจคือที่มาของสมมติฐานที่นักศึกษาใช้อ้างอิง เพื่อกำหนดสมมติฐานขึ้นมาทดสอบกับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย โดยอาศัยหลักเหตุผล ทฤษฎี และผลศึกษาวิจัยของบริษัทจดทะเบียนในประเทศอื่นๆ เพื่อเป็นการประหยัดเวลาและเนื้อที่ ขอไม่ลงรายละเอียดตัวทฤษฎีและผลวิจัย รวมทั้งเจ้าของทฤษฎีและผู้วิจัย หากท่านผู้อ่านสนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมจากวิทยานิพนธ์ที่ให้ข้อมูลไว้แล้วในฉบับเดือน พ.ค. 2555

สมมติฐานที่ 1 ขนาดของคณะกรรมการมีอิทธิพลในเชิงบวกต่อประสิทธิผลของการกำกับดูแลกิจการ ของบริษัทจดทะเบียน

เหุตผลที่ใช้สนับสนุนสมมติฐานมีว่า คณะกรรมการที่มีขนาดใหญ่มีผลในเชิงบวกต่อการเชื่อมโยงเครือข่ายของคณะกรรมการที่มีทักษะได้มากขึ้น สามารถควบคุมปัญหาและติดตามดูแลได้ดีกว่าคณะกรรมการขนาดเล็ก มีผลศึกษาวิจัยในปี 1985 ของตลาดอื่นพบว่า บริษัทส่วนใหญ่ที่ประสบภาวะล้มเหลวมีคณะกรรมการขนาดเล็ก

สมมติฐานที่ 4 ขนาดของคณะกรรมการมีอิทธิพลเชิงลบต่อประสิทธิผลขององค์กร ของบริษัทจดทะเบียน

ขนาดคณะกรรมการที่ใหญ่มีต้นทุนสูง มีปัญหาการนัดประชุมและการสื่อสารมากกว่า ขนาดเล็กมีความคล่องตัวและตัดสินใจได้รวดเร็วกว่า จำนวนกรรมการน้อยทำให้โอกาสละทิ้งหน้าที่น้อยกว่า ผลศึกษาวิจัยจำนวนมากพบว่าขนาดคณะกรรมการที่ใหญ่เกินไปมีผลต่อมูลค่าบริษัทในทางลบ ทฤษฎีตัวแทนยอมรับขอบเขตขั้นสูงของจำนวนกรรมการ ซึ่งสอดคล้องกับคำแนะนำผู้เชี่ยวชาญด้านกำกับดูแลกิจการที่ดีที่แนะนำว่าจำนวนกรรมการควรมีขนาดเล็กพอที่จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผลศึกษา ไม่เป็นไปตามสมมติฐานทั้งสองกรณี การมีจำนวนกรรมการมากไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะทำให้มีการกำกับดูแลกิจการมีประสิทธิผล ปัจจัยที่มีผลโดยตรงอยู่ที่ความรู้ ความเข้าใจ ประสบการณ์และความมุ่งมั่นของคณะกรรมการในการทำหน้าที่ตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี

ขนาดของคณะกรรมการไม่มีผลที่ชัดเจนต่อประสิทธิผลขององค์กร ผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นอยู่กับคุณภาพของคณะกรรมการและผู้บริหารมากกว่าขนาดของคณะกรรมการ นอกจากนี้จำนวนกรรมการขึ้นอยู่กับขนาดและลักษณะธุรกิจมากกว่า มีผลศึกษาวิจัยในตลาดฮ่องกงก็พบว่าขนาดคณะกรรมการไม่ส่งผลต่อผลการดำเนินงาน

สมมติฐานที่ 2 องค์ประกอบของกรรมการที่ไม่ได้เป็นผู้บริหารมีอิทธิพลเชิงบวกต่อประสิทธิผลของการกำกับดูแลกิจการ ของบริษัทจดทะเบียน

การแบ่งแยกความเป็นเจ้าของออกจากการควบคุมถือเป็นหัวใจสำคัญของทฤษฎีตัวแทน หากมีจำนวนกรรมการที่เป็นผู้บริหารมาก มีโอกาสทำให้การกำกับและติดตามดูแลของคณะกรรมการขาดประสิทธิภาพ เพราะอาจมีความขัดแย้งทางประโยชน์ การมีกรรมการที่เป็นผู้บริหารน้อยในคณะกรรมการทำให้คณะกรรมการมีโอกาสทำหน้าที่กำกับดูแลฝ่ายบริหารได้เต็มที่ มีผลศึกษาวิจัยชี้ให้เห็นว่า โครงสร้างคณะกรรมการที่มีกรรมการอิสระมากมีผลต่อการเปิดเผยข้อมูลโดยความสมัครใจ ซึ่งแสดงความโปร่งใสได้มากกว่า

โปรดติดตามต่อสัปดาห์หน้า

 

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69