posttoday
เถ้าแก่น้อยเลื่อนชั้นเข้าตลท.

เถ้าแก่น้อยเลื่อนชั้นเข้าตลท.

28 สิงหาคม 2555

ขายหุ้นกลางปี’56ระดม700ล. ธุรกิจโตอีกมากเจาะตลาดเออีซี

ขายหุ้นกลางปี’56ระดม700ล. ธุรกิจโตอีกมากเจาะตลาดเออีซี

เถ้าแก่น้อยเปลี่ยนใจเข้าตลาดหลักทรัพย์ใหญ่แทนเอ็มเอไอ คาดเข้าซื้อขายกลางปีหน้า หลังรายได้โตเพิ่มทุกปี คาดใช้เงินไม่ต่ำกว่า 700 ล้านขยายงานรับเออีซี

นายอิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู้ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง เจ้าของผลิตและจำหน่ายสาหร่ายแบรนด์เถ้าแก่น้อย เปิดเผยว่า บริษัทตัดสินใจเปลี่ยนเป้าหมายการนำบริษัทเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จากเดิมมีแผนจะเข้าตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ตั้งแต่ปลายปี 2554 แต่ประสบปัญหาเรื่องน้ำท่วม

บริษัทคาดว่าจะยื่นแบบแสดงรายการขอเสนอขายหุ้น (ไฟลิง) ให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) ต้นปี 2556 และคาดว่าจะซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยช่วงกลางปีหน้า

สำหรับเหตุผลที่ตัดสินใจเข้าตลาดหลักทรัพย์ เนื่องจากบริษัทมีรายได้เติบโตต่อเนื่องตามความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นทุกปีเป็นอย่างมาก และมองว่าในอนาคตความต้องการในสินค้ายังมีต่อเนื่องโดยเฉพาะจากประเทศกลุ่มอาเซียน ทำให้ต้องมีการลงทุนเพื่อขยายฐานกำลังการผลิต และเพิ่มผลิตภัณฑ์มากขึ้น

ในขณะเดียวกันมั่นใจว่าบริษัทเป็นผู้ผลิตอาหารซึ่งจะได้รับการตอบรับดีจากผู้ลงทุนที่ปัจจุบันมีความนิยมในกลุ่มอาหารไม่น้อย

ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ 27 แห่ง โดยมีสัดส่วนส่งออกไปต่างประเทศกับในประเทศอย่างละ 50%

นายอิทธิพัทธ์ กล่าวต่อว่า จุดประสงค์ที่ต้องการระดมทุนคือ ต้องการเม็ดเงินระดมทุนไม่ต่ำกว่า 600-700 ล้านบาท สำหรับขยายกำลังการผลิต เพิ่มสินค้า เพื่อรองรับการเติบโตจากประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ซึ่งบริษัทมีแผนงานที่จะพื้นที่สร้างคลังสินค้า 2 แห่งในโซนภาคเหนือหรือภาคใต้ ที่ จ.กำแพงเพชร หรือ จ.ลำพูน และจ.ระนอง หรือ จ.สุราษฎร์ธานี

นอกจากนี้ยังเตรียมกลยุทธ์ส่งสินค้าไปขายเพิ่มใน 3 ประเทศอาเซียนมากขึ้นเนื่องจากมีความต้องการบริโภคที่มากและมีค่าใช้จ่ายในการทำการตลาดที่ไม่แพง คือ อินโดนีเซีย เวียดนาม และพม่า

ส่วนผลดำเนินงานในปีนี้คาดว่าจะมี รายได้ 2,500 ล้านบาทได้ เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมามีรายได้จำนวน 2,000 ล้านบาท โดยมองว่าความต้องการสินค้าที่เพิ่มขึ้นและการขยายสินค้าไปหลายประเทศจะทำให้หลังจากนี้บริษัทจะมีอัตราการเติบโตได้ปีละไม่ต่ำกว่า 20% และภายในปี 2559 หรืออีก 5 ปี ข้างหน้าบริษัทจะมีรายได้เติบโตได้อีก 1 เท่าตัวหรือไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท ได้

อย่างไรก็ดี ปัจจุบันบริษัทมีทุนจดทะเบียนกว่า 200 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 10 บาท โดยผู้ถือหุ้้นเดิมจะสัดส่วนหุ้นเพื่อนำมาเสนอขายประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) ประมาณ 2025% แต่กระบวนการในการเตรียมเข้าระดมทุนอยู่ระหว่างที่ปรึกษาทางการเงินคือ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส กำลังดำเนินการอยู่

 

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69