
อาหารไทยรุ่ง เอ็กโซติคฟู้ดรุกหนักยุโรป
เอ็กโซติค ฟู้ด ชี้ “วิกฤตยุโรป” ไม่กระทบอาหารไทย รุกหนักเครื่องปรุง เครื่องดื่ม อาหารกึ่งสำเร็จรูป ดันสิ้นปีโต 20%
เอ็กโซติค ฟู้ด ชี้ “วิกฤตยุโรป” ไม่กระทบอาหารไทย รุกหนักเครื่องปรุง เครื่องดื่ม อาหารกึ่งสำเร็จรูป ดันสิ้นปีโต 20%
น.ส.วาสนา จันทรัช รองประธานกรรมการ บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด ผู้ผลิตและทำตลาดผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงรสและส่วนประกอบอาหารไทย เปิดเผยว่า ตลาดสำคัญในกลุ่มสินค้าเครื่องปรุงรสและส่วนประกอบอาหารไทยในปัจจุบันยังอยู่ในภูมิภาคยุโรปเป็นหลัก เนื่องจากกลุ่มอาหารไทยหรือร้านอาหารไทยไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ หรือยูโรโซนในกลุ่มประเทศดังกล่าวในช่วงที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ยังพบว่า ชาวยุโรปยังนิยมรับประทานอาหารไทย ทั้งในร้านอาหาร หรือภัตตาคารต่างๆ รวมทั้งการปรุงอาหารไทย ซึ่งมีอัตราเติบโตสูงต่อเนื่องในช่วง 510 ปีที่ผ่านมาถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นโอกาสดีสำหรับกลุ่มสินค้าเครื่องปรุงรสและส่วนประกอบการอาหารไทยแบรนด์ต่างๆ
ปัจจุบัน บริษัททำตลาดสินค้ากลุ่มนี้รวม 8 แบรนด์ มุ่งทำตลาดส่งออกเป็นหลัก สัดส่วนกว่า 90% และทำตลาดในประเทศเกือบ 10%
“ตลาดสำคัญของสินค้าเครื่องปรุงและส่วนประกอบอาหารไทยของบริษัท อยู่ใน36 ประเทศในยุโรป จากปัจจุบันทำตลาดทั้งหมดใน 62 ประเทศในปัจจุบัน” นส.วาสนา กล่าว
น.ส.วาสนา กล่าวว่า หลังจากบริษัททำตลาดมานาน 12 ปี ล่าสุดเปิดตัวสินค้ากลุ่มเครื่องดื่มรายการใหม่ภายใต้แบรนด์ เอ็กโซติค ฟู้ด คือ กลุ่มชาและกาแฟพร้อมดื่ม เพิ่มจากสินค้าเครื่องดื่มรายการเดิมคือ น้ำมะพร้าว น้ำว่านหางจระเข้ และ น้ำโกจิเบอร์รี เป็นต้น จากปัจจุบันแบรนด์เอ็กโซติค ฟู้ด มีสินค้ากว่า 200 รายการ ในกลุ่มเครื่องปรุงรส เครื่องดื่ม และอาหารกึ่งสำเร็จรูปเช่น ข้าวผัด แกงเขียวหวานไก่ และเกี๋ยวเตี๋ยวสำเร็จรูป(นูดเดิล บ็อกซ์) เป็นต้น
สำหรับแนวทางการดำเนินธุรกิจบริษัท นับจากนี้จะมุ่งให้ความสำคัญและต่อยอดแบรนด์ดังกล่าว ไปยังกลุ่มสินค้าอาหารจากธรรมชาติ(ออลล์ เนเจอรัล) ต่างๆมากขึ้น เพื่อรองรับความต้องการผู้บริโภคในตลาดต่างประเทศมากขึ้น เพื่อสร้างจุดเด่นที่แตกต่างไปจากผู้ดำเนินธุรกิจในลัษณะที่คล้ายกัน จากปัจจุบัน “เอ็กโซติค ฟู้ด” วางตำแหน่งเป็นสินค้าคุณภาพวางราคาระดับปานกลางเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทั่วไป ในช่องทางร้านค้าปลีก ซูเปอร์มาร์เก็ต โดยทำตลาดผ่านตัวแทนผู้นำเข้าในแต่ละประเทศ ซึ่งในปีหน้าบริษัทวางแผนขยายตลาดใหม่ในต่างประเทศเพิ่ม เช่น แอฟริกาใต้ บราซิล และรัสเซียขณะที่ปัจจุบัน แบรนด์ เอ็กโซติค ยังเป็นผู้นำตลาดเครื่องปรุงรสและส่วนประกอบอาหารไทยในลำดับต้นๆในต่างประเทศ หรือ ติด1ใน3 โดยปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้แบ่งออกเป็น กลุ่มอาหาร 90% และกลุ่มเครื่องดื่ม 10%
สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2554 ที่ผ่านมา บริษัทมียอดขายกว่า 500 ล้านบาท และจากการขยายตลาดในกลุ่มเครื่องดื่มมากขึ้น คาดว่าในปี 2555 จะมียอดขายเติบโต 20%







