posttoday
LET’S Reform THAILAND :  มาปฏิรูปประเทศไทยกัน

LET’S Reform THAILAND : มาปฏิรูปประเทศไทยกัน

28 สิงหาคม 2555

ผมได้มีโอกาสได้รับฟัง ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ ในการมาบรรยายในการสัมมนาหลักสูตรผู้บริหารทางด้านการค้าและการพาณิชย์ (Tepcot)

โดย...ศ.พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงษ์

ผมได้มีโอกาสได้รับฟัง ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ ในการมาบรรยายในการสัมมนาหลักสูตรผู้บริหารทางด้านการค้าและการพาณิชย์ (Tepcot) เมื่อวันศุกร์ที่ 17 ส.ค. 2555 ในหัวข้อเรื่อง “ความท้าทายของประเทศไทยในเวทีการค้าและการลงทุนในยุคใหม่” ซึ่งเป็นหัวข้อหนึ่งที่หลักสูตร Tepcot ได้จัด โดยผมได้มีส่วนร่วมในการเข้าเสวนาในหัวข้อต่อมา คือ เรื่อง AEC และ Beyond วิธีการลงทุนในพลวัตใหม่ในฐานะตัวแทนรุ่นที่ 1 ร่วมกับผู้แทน Tepcot จาก 5 รุ่น

กล่าวโดยสรุป ดร.ศุภชัย ได้พูดถึงการที่ประเทศไทยจะต้องรวมตัวเรื่อง AEC และต้องใช้ประโยชน์จาก AEC ในการเป็นผู้นำประชาคมของอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านได้พูดถึงการปฏิรูปกฎหมายเพื่อรองรับ AEC โดยจะต้องให้ประเทศไทยเป็นผู้นำในการที่จะทำการค้าขับเคลื่อนในการสร้างระบบกฎหมายต่างๆ เรื่อง AEC เรื่อง Chiangmai Initiatives ที่กฎหมายต่างๆ และกฎหมายให้มีความสัมพันธ์กัน โดยเฉพาะกฎหมายแข่งขันทางการค้า ซึ่งท่านผู้อ่านก็คงจะได้ทราบแล้ว

ผมในฐานะผู้แทนของ Tepcot รุ่นที่ 1 ได้รับโอกาสให้อภิปรายความเห็นว่า หลังจากที่ได้รับฟังแนวคิดการเปิด AEC แล้ว ประเทศไทยจะไปทางไหนกัน โดยเฉพาะเรื่องกฎหมายและการศึกษา นอกจากนี้จากข่าวของโพสต์ทูเดย์เมื่อวันที่ 27 ส.ค. 2555 คุณพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ในวันที่ 3 ก.ย. 2555 จะมีการพิจารณาข้อแก้ไขกฎหมายรวม 37 ฉบับ มีเรื่องด่วน 4 ฉบับ คือ ร่าง พ.ร.บ.หลักประกันทางธุรกิจ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ร.บ.องค์กรอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และอื่นๆ อีก 33 ฉบับ โดยท่านเรียกร้องให้ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายและกำหนดกรอบเวลาให้ชัดเจน

ผมจึงคิดว่าปัญหาที่ประเทศไทยควรจะต้องรีบทำ คือ การปฏิรูปประเทศไทยทั้งระบบ มิใช่เป็นการปฏิรูปเฉพาะกฎหมายหรือภาษีดังที่ผมพยายามเขียนและพูดมาโดยตลอด

โดยเฉพาะผมคิดว่าการเปิดเสรี AEC นั้น ประเทศไทยจะต้องรีบดำเนินการปฏิรูปกฎหมายอย่างเป็นรูปธรรมและเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงกฎหมายด้วย โดยเฉพาะการมีโครงการใหม่ๆ ที่รัฐบาลพยายามจะทำ ไม่ว่าจะเป็นโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง โครงการป้องกันน้ำท่วม โครงการ PPP Structure ซึ่งอาจต้องแก้ไข พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ เป็นต้น นอกจากนี้ยังจะมีโครงการอื่นๆ อีกมากมายที่จะปรับปรุงให้ประเทศไทยพร้อมการแข่งขันโดยต้องแก้ไขกฎหมายอีกมากด้วย

จึงมีคำถามว่าศักยภาพประเทศไทยขณะนี้พร้อมแค่ไหนเพียงไร หลังจากที่เราต้องเผชิญวิกฤต ไม่ว่าวิกฤตการเมือง วิกฤตน้ำท่วม และวิกฤตปัจจัยภายนอกหรือเศรษฐกิจโลก แต่สิ่งหนึ่งอันเป็นที่ทราบกันอยู่ทั่วไป ว่าการเปลี่ยนแปลงและการปฏิรูปของเรานั้น ดำเนินการได้อย่างล่าช้าโดยเฉพาะเรื่องกฎหมาย แต่การปฏิรูปกฎหมายอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาประเทศได้ทั้งระบบ

ผมจึงขอเสนอวาระใหม่ของประเทศไทย โดยย่อมาจากคำว่า “LET’S Reform” หรือมาปฏิรูปกัน LET’s Reform (โดยตอนบรรยายผมขาดตัว S นะครับ มีแต่ LET) คือ Legal Reform, Education Reform, Tax Reform และ Social Reform โดยผมขอแบ่งการปฏิรูปออกเป็น 4 ส่วนด้วยกัน โดยจะต้องดำเนินการไปพร้อมๆ กัน และผู้ที่จะขับเคลื่อนในการปฏิรูปที่สำคัญ คือ รัฐบาลและภาคเอกชนและภาคประชาชน แต่เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของคำว่า “LET’S Reform” ที่มี 4 ตัว คือ LETS ผมขออธิบายแนวคิดหลักเกณฑ์เบื้องต้นเพื่อท่านผู้อ่านจะนำไปพิจารณาว่าเหมาะสมเพียงไร

1.Legal Reform (การปฏิรูปกฎหมาย)

การปฏิรูปกฎหมายเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งประเทศไทยจะต้องสังคายนากันยกใหญ่ ไม่ว่ากระบวนการออกกฎหมายที่ขั้นตอนล่าช้า ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายในทุกๆ ด้าน รวมถึงกระบวนการยุติธรรม การศึกษากฎหมายที่เป็นปัญหาหลักในการผลิตบุคลากรที่พร้อมด้วยความรู้ คุณธรรม และจริยธรรม ที่จะส่งผลในแต่ละเรื่อง ปัญหาของเรื่องสังคม เศรษฐกิจ การเมือง ความยุติธรรม และการทุจริตคอร์รัปชัน ยังเป็นปัญหามากของประเทศไทยแก่การขาดโครงสร้างทางกฎหมายที่ดีก็ยังคงปัญหาหลักอยู่

การมีคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายรัฐธรรมนูญไทยก็ไม่ได้มีผลผลักดันให้กระบวนการปฏิรูปกฎหมายไทยสามารถดำเนินการได้ การศึกษากฎหมายไทย การผลิตบัณฑิตทางกฎหมายไทย เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องใหญ่ที่จะต้องมีการบูรณาการและปฏิรูปกฎหมายทั้งในแง่ของกระบวนการ การศึกษาอย่างจริงจัง ประเทศไทยมีเวลาเหลือไม่มากนักในการปฏิรูปกฎหมาย และที่ผ่านมาผมขอเรียนว่า ประเทศไทยยังไม่เคยมีการปฏิรูปกฎหมายอย่างจริงๆ จังๆ นอกจากตั้งแต่สมัยพระพุทธเจ้าหลวง ภายหลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเมื่อปี 2475 และในรัฐบาลท่านนายกฯอานันท์ ปันยารชุน เมื่อปี 2535 ที่ได้มีการออกกฎหมายมากที่สุด (อาจมีข้อบกพร่องบ้าง แต่ถือได้ว่ามีกฎหมายออกมากที่สุดในยุคนั้น)

โปรดติดตามตอนจบได้ในสัปดาห์หน้าครับ

ดังนั้น เราจึงจะพบปัญหากฎหมายมากมายในทุกเรื่อง แต่รัฐบาลทุกรัฐบาลก็มักจะมีการแก้ไขแบบเฉพาะเรื่องหรือที่เรียกว่าปะผุบ้านแทนที่จะรื้อบ้านแล้วสร้างใหม่ทั้งๆ ที่ได้มีการศึกษาค้นคว้าประเด็นต่าง ๆ จากหน่วยงานของรัฐ สถาบันการศึกษาทั้งในและต่างประเทศมาช้านาน แต่การขับเคลื่อนเพื่อการเปลี่ยนแปลงก็ยังเป็นไปได้ยากและช้า แม้รัฐบาลนายกทักษิณเคยมีคณะกรรมการพัฒนากฎหมาย แต่ก็ไม่มีความคืบหน้าอะไรมากจนปัจจุบัน

ดังนั้น รัฐบาลจึงจะต้องเป็นเจ้าภาพในการที่จะทำการปฏิรูปกฎหมายให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง เรามีนักวิชาการกฎหมาย มีสถาบันศึกษาทางกฎหมายที่ได้มีการศึกษาปัญหาต่าง ๆ ของกฎหมายที่ต้องปฏิรูปอย่างมากมาย แต่ทำอย่างไรที่ผลการศึกษาวิจัยจะมาออกเป็นกฎหมายให้รวดเร็ว รัฐบาลต้องกำหนดหน่วยงานเฉพาะและกรอบเวลาที่รัฐบาลจะผ่านกฎหมาย ผมเชื่อว่าภายใน 12 ปีก็น่าจะทำได้โดยร่วมกับเอกชนจัดลำดับความสำคัญและเรื่องเร่งด่วน

2. Education Reform (การปฏิรูปการศึกษา)

ปัญหาการศึกษาก็ยังเป็นปัญหาหลักของประเทศไทย แม้จะมีความพยายามมาหลายรัฐบาลในการปฏิรูปการศึกษา เรามีนักวิชาการการศึกษา สถาบันการศึกษาต่าง ๆ ต่างได้ศึกษาการพัฒนาปรับปรุงการศึกษาหลายรูปแบบ ทุกภาคส่วนก็ต้องช่วยกันว่าระบบไหนจะเหมาะกับประเทศไทยและเหมาะสมที่สุดที่จะสร้างระบบการศึกษาไทยให้เข้มแข็งและสร้างประชาชนให้สำนึกถึงคุณค่าที่มีจริยธรรม คุณธรรม คือ เป็นทั้งคนดีและคนเก่งและไม่ยอมกับการทุจริตและการโกง และแน่นอนก็ต้องแก้ไขกฎหมายให้สอดคล้องกัน การปฏิรูปการศึกษาอาจต้องใช้เวลาและความกล้าหาญอย่างยิ่งในทำนองเดียวกับการปฏิรูป 2 เรื่องข้างต้นและอาจใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล

3. Tax Reform หรือการปฏิรูปภาษี

การปฏิรูปกฎหมาย การปฏิรูปการศึกษา 2 ข้อข้างต้น จะดำเนินการไม่ได้เลยถ้าหากว่าประเทศไม่มีรายได้จากภาษี ผมได้พูดและเขียนเรื่องการปฏิรูปภาษีมาหลายครั้งในหลายเวที ผมเชื่อว่าการปฏิรูปภาษีของประเทศไทยนั้น เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง เป็นเรื่องอนาคตของประเทศ ไม่ว่าเราอยากจะปฏิรูปกฎหมาย ปฏิรูปการศึกษา หรือปฏิรูปสังคม เราก็ไม่สามารถจะปฏิรูปได้เลยถ้ารัฐบาลไม่มีรายได้ ดังนั้น การปฏิรูปภาษีอากรจะต้องทำให้แล้วเสร็จ ทำนองเดียวกับเรื่องการปฏิรูปกฎหมายที่ผ่านมา เราได้มีการศึกษาเรื่องการปฏิรูปภาษีจากหน่วยงานต่าง ๆ มากมาย ปัญหาทำอย่างไรจะเอาผลการศึกษาเหล่านั้นมาทำให้สำเร็จเป็นรูปธรรม รวมทั้งกระบวนการออกกฎหมายเพื่อปฏิรูปภาษีพร้อมกันไป

4. Social Reform (การปฏิรูปสังคม)

ปัญหาสังคมเป็นปัญหาเรื่องความแตกต่างด้านความคิด ประชาชนในประเทศมีความเหลื่อมล้ำกันมากในสังคมเป็นปัญหาใหญ่ จะทำอย่างไรในการปฏิรูปสังคมให้มีความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ เป็นสังคมที่ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน เป็นสังคมที่ไม่ยอมอยู่ภายใต้การทุจริตคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ โดยดูว่ามีกระบวนการอะไรที่จะสามารถปฏิรูปสังคมไทยให้มีความเป็นธรรมอยู่อย่างสงบสุขได้มากขึ้น ซึ่งก็มีการศึกษาอยู่มากแล้วและแน่นอนต้องมีกฎหมายที่ต้องแก้ไขพร้อม ๆ กับการปฏิรูปทั้ง 3 เรื่องข้างต้น เช่น การเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ผมจึงอยากขอเรียกร้องให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหลาย ทั้งรัฐบาล พรรคการเมือง ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ทุกภาคส่วน ได้ช่วยกันเรียกร้องปฏิรูปประเทศไทยโดยเรียกว่า LETS Reform ประเทศไทยด้วยการปฏิรูปกฎหมาย ปฏิรูปการศึกษา ปฏิรูปภาษี และปฏิรูปสังคมไปพร้อม ๆ กันด้วย โดยกำหนดผู้รับผิดชอบแผนการ ระยะเวลา ให้ชัดเจน

ประเทศไทยของเรากำลังเจอภาวะวิกฤตทั้งปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายใน ถ้าหากคนไทย

ไม่ช่วยกันเองแล้ว ใครจะช่วยเรา อย่าปล่อยให้ปัญหาต่าง ๆ สะสมจนไม่มีทางออก ทุกฝ่ายต้องรีบช่วยกันทันทีและถือเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน ไม่ใช่คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

ผมเชื่อว่าหากรัฐบาลมีเจตจำนงค์ทางการเมืองในเรื่องนี้ ภาคเอกชนและประชาชนก็ยินดีสนับสนุนอย่างเต็มที่ให้การปฏิรูปเป็นจริงได้โดยไม่แบ่งพรรคแบ่งฝ่ายครับ


 

 

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69