
โพสโคไทยน๊อคซ์ตั้งดีลเลอร์รุกในประเทศกวาดแชร์60%
“โพสโคไทยน๊อคซ์” จัดทัพธุรกิจ ดึง 5 ดีลเลอร์ไทยเป็นพันธมิตร เจาะตลาดสเตนเลสในประเทศ หวังชิงส่วนแบ่งตลาด 60%
“โพสโคไทยน๊อคซ์” จัดทัพธุรกิจ ดึง 5 ดีลเลอร์ไทยเป็นพันธมิตร เจาะตลาดสเตนเลสในประเทศ หวังชิงส่วนแบ่งตลาด 60%
นายโฮ ซอก ซง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท โพสโคไทยน๊อคซ์ เปิดเผยถึงแผนการตลาดของธุรกิจสเตนเลสในประเทศไทยว่า ขณะนี้ได้ลงนามสัญญาแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายสเตนเลสรีดเย็นภายในประเทศกับลูกค้าหลัก 5 บริษัท ได้แก่ บริษัท จุฑาวรรณ บริษัท อัศว เม็ททอล (ไทยแลนด์) บริษัท โลหะกิจ เม็ททอล บริษัท เอส.ที.เค. สตีล และเออีซี กรุ๊ป เพื่อขยายฐานลูกค้าให้มากขึ้น โดยตั้งเป้าจะเพิ่มส่วนแบ่งในตลาดจาก 50% เป็น 60% ของตลาดรวม
นอกจากนี้ เมื่อไทยเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ตลาดสเตนเลสจะเปิดกว้างมากขึ้น และมีสินค้าสเตนเลสที่ไม่ได้มาตรฐาน มีราคาต่ำกว่าเข้ามาแข่งขันในตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าประเภทของใช้ในครัวเรือน ดังนั้นหากสามารถจัดสรรสเตนเลสที่มีคุณภาพดีและมีราคาที่ไม่สูงเกินไปให้กับคู่ค้าที่ผลิตสินค้าที่ทำจากสเตนเลสได้ ก็จะเป็นการป้องกันไม่ให้สินค้าด้อยคุณภาพเข้ามาจำหน่ายในไทยได้
ทั้งนี้ ตัวแทนจำหน่ายที่ตั้งขึ้นจะได้ประโยชน์ในเรื่องคุณภาพของสเตนเลสที่เชื่อถือได้ในระดับนานาชาติและลดต้นทุนการผลิต ตลอดจนการบริหารด้านระบบขนส่งหรือโลจิสติกส์ให้มีประสิทธิภาพ เช่น ลดระยะการสั่ง การรับ และการสต๊อกสินค้าได้ เนื่องจากปัจจุบันสินค้าอุปโภคสเตนเลสปกติจะมีระยะสต๊อกนาน 23 เดือน ขณะเดียวกันยังจะได้รับบริการเสริมด้านเทคนิคและวิศวโลหะการ ซึ่งเป็นการควบคุมคุณภาพต่อเนื่องขั้นปลายทางให้แก่ลูกค้า นอกเหนือไปจากการรับรองคุณภาพของสินค้าที่มาจากการผลิต และตัวผลิตภัณฑ์ จากสถาบันมาตรฐานทั้งในระดับนานาชาติและในประเทศ
ปัจจุบันบริษัทผลิตสเตนเลสเกรดต่างๆ ได้หลากหลายถึง 15 เกรด สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้หลายกลุ่ม รวมถึงสนับสนุนการนำไปใช้ในอุตสาหกรรมที่มีฐานการผลิตส่งออก เช่น อุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องใช้ครัวเรือน เป็นต้น ซึ่งอุตสาหกรรมเหล่านี้จะเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตแก่เศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน รวมไปถึงผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ซึ่งจัดเป็นกลุ่มตลาดใหม่กำลังเกิดขึ้นทั่วประเทศ ให้เพิ่มขีดความสามารถทั้งในด้านการผลิตสินค้าเทียบเท่าต่างประเทศในราคาที่แข่งขันได้ และยังสามารถลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย
“แผนงานทั้งหมดนับเป็นการสนับสนุนยุทธศาสตร์การเติบโตขององค์กร ด้วยการเสริมความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำอันดับหนึ่งในอุตสาหกรรมสเตนเลสรีดเย็นของประเทศ ให้มีความมั่นคงและการครอบครองส่วนแบ่งการตลาด 60% ได้อย่างยั่งยืน” นายโฮ กล่าว







