
สาวห้างเหลือเก็บเพิ่ม
บุษบา จิราธิวัฒน์ ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เปิดเผยว่า จากการที่ภาครัฐได้ประกาศมาตรการปรับขึ้นค่าจ้างตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา ช่วง 3 เดือนจากนั้น ทางสมาคมได้สำรวจเพื่อประเมินผลค่าครองชีพของพนักงานในกลุ่มสมาชิกสมาคม โดยสุ่มสำรวจพนักงาน 400 คน ส่วนใหญ่เป็นพนักงานในระดับพนักงานขายและแคชเชียร์ โดยถามกับพนักงานที่ได้ขึ้นค่าจ้างถึงรายได้ที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวว่า สามารถช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันบ้างหรือไม่ ผลสำรวจที่ได้รับคำตอบกลับมานั้น ส่งผลในเชิงบวกอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจพอสมควร
บุษบา จิราธิวัฒน์ ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เปิดเผยว่า จากการที่ภาครัฐได้ประกาศมาตรการปรับขึ้นค่าจ้างตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา ช่วง 3 เดือนจากนั้น ทางสมาคมได้สำรวจเพื่อประเมินผลค่าครองชีพของพนักงานในกลุ่มสมาชิกสมาคม โดยสุ่มสำรวจพนักงาน 400 คน ส่วนใหญ่เป็นพนักงานในระดับพนักงานขายและแคชเชียร์ โดยถามกับพนักงานที่ได้ขึ้นค่าจ้างถึงรายได้ที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวว่า สามารถช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันบ้างหรือไม่ ผลสำรวจที่ได้รับคำตอบกลับมานั้น ส่งผลในเชิงบวกอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจพอสมควร
ทั้งนี้ ในการสำรวจว่าพนักงานมีรายได้เพียงพอ และมีเงินออมเหลือเก็บ ก่อนปรับอยู่ที่ 5.28% หลังปรับ 16.33% พนักงานมีรายได้พอและเหลือเก็บเพิ่มขึ้น 11.05%
ในหัวข้อพนักงานมีรายได้เพียงพอ แต่ไม่สามารถมีเงินออม ก่อนปรับ 26.38% หลังปรับ 44.97% เพิ่มขึ้น 18.59%
พนักงานยังไม่สามารถนำรายได้มาใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเพียงพอ ก่อนปรับ 68.34% หลังปรับ 38.70% ลดลง 29.64%
ผลสำรวจ ก่อนปรับ หลังปรับ สรุปผล
จากตัวเลขดังกล่าวข้างต้นจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ผลของการปรับค่าแรงขั้นต่ำเพิ่มขึ้นนั้น มีส่วนช่วยเสริมสภาพคล่องต่อการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของพนักงานให้ดีมากยิ่งขึ้น และยังส่งเสริมให้พนักงานส่วนหนึ่งสามารถมีเงินออมเหลือเก็บ
สำหรับพนักงานของสมาชิกแต่ละรายนั้น ทุกบริษัทฯ จะมีสวัสดิการช่วยเหลือค่าครองชีพและส่งเสริมการออมทรัพย์ของพนักงานที่แตกต่างกันออกไป อาทิ ห้องอาหารพนักงานที่ขายอาหารให้พนักงานในราคาต่ำกว่าท้องตลาด และ โครงการการจัดทำบัญชีครัวเรือน เป็นต้น
นางสาวบุษบา กล่าวทิ้งท้ายว่า “มาตราการการปรับขึ้นค่าแรงตามนโยบายของภาครัฐนั้น เราในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจด้านค้าปลีกเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งกับมาตราการนี้ จากผลสำรวจที่ออกมาบริษัทในกลุ่มสมาชิกของสมาคมฯ รู้สึกยินดีที่เห็นพนักงานของเรามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีรายได้เพียงพอกับค่าครองชีพที่ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน อีกทั้งยังมีเงินออมเหลือเก็บอีกด้วย โดยภาพรวมแล้วการขึ้นค่าแรงส่งผลดีอย่างเห็นได้ชัด และ หากมองถึงในระดับประเทศ เรื่องค่าจ้างของแรงงานเป็นสิ่งสำคัญที่บ่งบอกได้ถึงการเติบโตและการพัฒนาของประเทศ หนึ่งในปัจจัยที่ช่วยให้ประเทศมีระดับการพัฒนาที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและแข็งแกร่งก็คือ การที่ประชากรมีรายได้สูงขึ้น มีชีวิตและคุณภาพความเป็นอยู่ที่ดี และมีกำลังที่จะพัฒนาความรู้ความสามารถ ประชากรคือกำลังหลักของประเทศ เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาประเทศ และขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวขึ้นสู่เวทีในระดับอาเซียนหลังจากการเปิด AEC ได้อย่างมีศักยภาพที่ดียิ่งขึ้น และหากจะวิเคราะห์ถึงคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของแรงงานว่ามีมาตราฐานหรือไม่นั้น ปัจจัยที่สามารถช่วยวิเคราะห์ได้ระดับหนึ่ง ก็คืออัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่แรงงานได้รับนั่นเอง”







