
การจัดการความเสี่ยง 3 สิ่งที่ไม่ควรมองข้าม
....ริต้า ทัพภมาน
สวัสดีผู้อ่านคอลัมน์ Crisis Watch ประจำวันพฤหัสบดี สำหรับเหตุการณ์ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ทุกท่านคงติดตามความเคลื่อนไหวของสถานการณ์บ้านเมืองกันมิใช่น้อย สำหรับภาคธุรกิจเองนั้นก็คงมีการเตรียมความพร้อมเพื่อประเมินความเสี่ยงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าจะส่งผลกระทบต่อกิจการของตนเองมากน้อยเพียงใด
ความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ ขนาดกลางหรือขนาดเล็ก เชื่อว่าผู้บริหารหรือเจ้าของกิจการคงมีแนวทางป้องกันความเสี่ยงไว้อย่างดี แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ควรมองข้ามถึงข้อจำกัดในการบริหารความเสี่ยงไป
หากเรามองถึงความเสี่ยงที่เกิดขึ้นสำหรับการดำเนินธุรกิจ เช่น ความเสี่ยงด้านการตลาด ความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง เป็นต้น ความเสี่ยงต่างๆ เหล่านี้ ผู้บริหารหรือเจ้าของกิจการต่างมีวิธีจัดการกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบหรือการดำเนินการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ โดยมีความมั่นใจว่ากิจการจะไม่ประสบความล้มเหลว กล่าวคือกิจการจะสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ได้เสมอ ซึ่งความเห็นเช่นนี้เป็นสิ่งที่เข้าใจผิด
ข้อจำกัดในการบริหารความเสี่ยงที่กิจการไม่ควรมองข้ามและควรนำไปพิจารณา โดยควรพิจารณาถึงแนวคิดที่แตกต่างอย่างชัดเจน 3 ประการ ซึ่งได้แก่
1.ความเสี่ยงเป็นเรื่องที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งมีความไม่แน่นอนอยู่ในตัวเอง
2.แม้ว่าจะมีการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิผล กิจการก็ยังมีการดำเนินงานในหลายระดับตามแต่ละวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันออกไป สำหรับวัตถุประสงค์ทางด้านกลยุทธ์และการปฏิบัติการ การบริหารความเสี่ยงขององค์กรจะช่วยทำให้แน่ใจว่าฝ่ายบริหารและคณะกรรมการ ซึ่งเป็นผู้ดูแลสอดส่อง ได้ตระหนักและรับรู้ได้อย่างทันท่วงทีว่าองค์กรกำลังมุ่งไปสู่ความสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือไม่ แต่การบริหารความเสี่ยงก็ไม่ใช่หลักประกันว่าวัตถุประสงค์นั้นจะบรรลุผลสำเร็จแม้แต่ในระดับพอสมควร
3.การบริหารความเสี่ยงของกิจการไม่สามารถให้ความเชื่อมั่นได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นวัตถุประสงค์ประเภทใดก็ตาม
โดยสรุปกล่าวได้ว่า ข้อจำกัดประการแรก ก็คือ ไม่มีผู้ใดสามารถทำนายอนาคตหรือรู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรที่ส่งผลกระทบได้อย่างแน่ชัด ประการที่สอง ควรมองว่าเหตุการณ์บางอย่างอยู่นอกเหนือการควบคุมของฝ่ายบริหาร และประการสุดท้าย สัจธรรมที่ว่าไม่มีกระบวนการใดที่จัดตั้งขึ้นมาแล้วจะประสบผลสำเร็จได้ตามที่ตั้งใจไว้ทุกกรณี
ขอยกตัวอย่างร้านอาหารร้านหนึ่ง มีนาย A เป็นเจ้าของกิจการโดยมีการวางแผนป้องกันความเสี่ยงเป็นอย่างดีเพื่อต้อนรับกับฤดูฝนที่กำลังจะมาถึง เช่น การเตรียมวัตถุดิบ โปรโมชันในช่วงฤดูฝน แผนป้องกันน้ำท่วม เป็นต้น แต่ปรากฏว่าปีนี้ฝนตกมากผิดปกติ น้ำท่วมร้านจนไม่สามารถเปิดให้บริการได้
จากตรงนี้แสดงให้เห็นว่า แม้นาย A จะมีการวางแผนที่ดีแล้ว แต่ก็ไม่สามารถป้องกันน้ำท่วมได้อยู่ดี สิ่งที่เกิดขึ้นกับร้านนาย A คือน้ำท่วมในระดับไม่มากนัก ในทางกลับกันถ้านาย A ไม่ได้มีการวางแผนป้องกันน้ำท่วมตั้งแต่ต้น น้ำอาจจะท่วมในระดับที่มากกว่านั้น และหากพูดถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นภายในร้านเอง ลองคิดดูซิว่าแบบไหนจะเกิดความเสียหายน้อยกว่ากัน
แม้ว่ากิจการจะมีการเตรียมความพร้อมในการบริหารความเสี่ยงที่เกิดขึ้นไว้อย่างดีแล้ว หากพูดตามประสาชาวบ้าน ก็คือ ควรเผื่อใจไว้สักหน่อย เพื่อที่ว่าหากประสบความล้มเหลว เราก็ยังพอมีกำลังใจในการดำเนินธุรกิจต่อไป ถึงแม้จะมีบาดแผลหรือรอยฟกช้ำบ้าง ผ่อนจากหนักให้เป็นเบา... แต่ก็ยังดีกว่ากิจการที่ไม่มีการบริหารความเสี่ยงใดๆ เลย...







