
คณะอนุกรรมการ ศูนย์พัฒนาการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน
.....พรชัย ถาวรานนท์
ในปี 2545 ตลาดหลักทรัพย์ได้จัดตั้งศูนย์พัฒนาการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน Corporate Governance Center หรือ CG Center พร้อมกับตั้ง
“คณะที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ” เพื่อให้คำแนะนำแก่บริษัทจดทะเบียน และบริษัทที่เตรียมตัวเข้าจดทะเบียน ในการพัฒนาระบบการกำกับดูแลกิจการให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล มาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน และในปี 2553 คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ได้ยกระดับสถานะของคณะที่ปรึกษาดังกล่าวเป็น “คณะอนุกรรมการ ศูนย์พัฒนาการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน” (คณะอนุ CG)คณะอนุ CG ชุดนี้ถือได้ว่าเป็นตัวแทนของคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ ที่จะช่วยดำเนินการให้ภารกิจในการพัฒนาและยกระดับการกำกับดูแลกิจการในตลาดทุนไทยให้เทียบเคียงได้กับมาตรฐานสากล และเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ บรรลุผลตามเป้าหมายที่กำหนด บทบาทและภาระหน้าที่ของคณะอนุ CG ที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ มอบหมาย มีดังนี้
1) พิจารณากรอบนโยบายและแนวทางในการพัฒนาการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียน วิสาหกิจ และองค์กรที่เกี่ยวข้องในตลาดทุนให้มีมาตรฐานเทียบเท่าสากล
2) ให้คำปรึกษาและคำแนะนำ ตลอดจนข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์แก่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์และฝ่ายจัดการ ในการพัฒนาการกำกับดูแลกิจการในตลาดทุน
3) เผยแพร่หลักการและสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องในโอกาสต่างๆ โดยการให้คำปรึกษาคำแนะนำ ด้วยการเข้าพบพูดคุยกับบริษัทเป็นการเฉพาะ ตลอดจนการเป็นวิทยากรให้ความรู้แก่กลุ่มเป้าหมายต่างๆ
4) แต่งตั้งคณะทำงาน เพื่อศึกษาข้อมูลในรายละเอียด หรือเพื่อช่วยดำเนินการใดๆ ตามอำนาจหน้าที่และตามความจำเป็น
จากภารกิจข้างต้นจะเห็นว่าการพัฒนา การกำกับดูแลกิจการไม่จำกัดเฉพาะบริษัทจดทะเบียนเท่านั้น แต่ยังขยายรวมไปถึงวิสาหกิจ SME และองค์กรที่เกี่ยวข้องในตลาดทุนอื่นๆ เพราะตลาดหลักทรัพย์เห็นว่าการมี CG ที่ดีไม่จำเป็นต้องเป็นบริษัทจดทะเบียนเท่านั้นที่จะทำได้ แต่กิจการต่างๆ ซึ่งแม้จะไม่มีวัตถุประสงค์ที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ก็ควรคำนึงถึงเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน เพราะ CG ที่ดีช่วยให้กิจการสามารถดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืน รวมทั้งการส่งเสริมให้ผู้ลงทุนเข้าใจ และแสดงออกถึงบทบาทและสิทธิของตนที่มีต่อบริษัทมากขึ้น
ในส่วนของตลาดหลักทรัพย์เอง การแต่งตั้งคณะอนุ CG ถือว่าเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อการปฏิรูปตลาดหลักทรัพย์เป็นบริษัทมหาชนจำกัด โดยกฎหมายเพื่อรองรับการปฏิรูปตลาดหลักทรัพย์อยู่ในขั้นตอนของการพิจารณา ซึ่งจะมีการจัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาตลาดทุนขึ้นมาทำหน้าที่ส่งเสริมและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของตลาดทุน รวมถึงองค์กรที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุน การพัฒนาบุคลากรที่ทำงานในด้านที่เกี่ยวข้อง หรือเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตลาดทุน การสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับตลาดทุนให้แก่ผู้ลงทุนและสาธารณชน การสนับสนุนการศึกษา วิจัย หรืองานวิชาการอื่นใดที่เป็นประโยชน์ต่อตลาดทุน และการพัฒนาระดับความสามารถในการแข่งขันของตลาดทุนไทย
ถ้าเรามองไปยังประเทศเพื่อนบ้าน จะพบว่าในประเทศมาเลเซียเองได้มีการจัดตั้งกองทุนในลักษณะนี้ภายใต้ชื่อว่า Capital Market Development Fund หรือ CMDF ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2002 โดยการอนุมัติจากกระทรวงการคลัง ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการแปรรูปตลาดหุ้นกัวลาลัมเปอร์ในขณะนั้น ต่อมาวันที่ 5 ม.ค. 2004 กองทุนดังกล่าวได้รับการจัดตั้งอย่างเป็นทางการตามกฎหมาย Securities Industry Act 1983 (ปัจจุบันเปลื่ยนเป็น Capital Market Securities Act 2007) โดยกองทุนนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาตลาดทุนของมาเลเซียให้มีประสิทธิภาพ มีพัฒนาการ และมีความสามารถในการแข่งขันกับระดับสากลได้ รวมถึงการพัฒนาและยกระดับความชำนาญและความเชี่ยวชาญอันเป็นที่ต้องการของตลาดทุนมาเลเซีย นอกจากนี้ยังพัฒนาและส่งเสริมงานศึกษาวิจัยและโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในตลาดทุนมาเลเซีย ตลอดจนการพัฒนาองค์กรกำกับดูแลตนเองและสมาคมวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุน
ก่อนจบ ขอหยิบยกคำกล่าวจากเอกสารของ OECD เรื่อง Case Studies of Good Corporate Governance Practices Companies Circle of the Latin American Corporate Governance Roundtable ที่ว่า Good Corporate Governance is a Journey, Not a Destination และ Improving Governance Yields Positive Real Returns จากคำกล่าวนี้ย่อมแสดงให้เห็นว่าการพัฒนาให้เกิดการกำกับดูแลกิจการที่ดีเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินต่อไปอย่างไม่มีวันหยุด และการมี CG ที่ดี นอกจากจะเป็นเครื่องมือในการสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืนของกิจการแล้ว ยังให้ผลตอบแทนที่ดีแก่กิจการอีกด้วย ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชนต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากขึ้น เพราะการที่กิจการมี CG ดีย่อมช่วยดึงดูดความสนใจในการลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาสู่ประเทศไทยได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งหมายถึงความเจริญเติบโตด้านเศรษฐกิจของประเทศนั่นเอง







