
‘สตาร์แฟชั่น’เร่ง เพิ่มสาขาดันยอด
สตาร์แฟชั่นชี้ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคเปลี่ยนดันแฟชั่นไทยพุ่ง เร่งขยาย “ชู คาเฟ่” ปีละไม่ต่ำกว่า 3 สาขา เปิดแบรนด์ใหม่เสริม
สตาร์แฟชั่นชี้ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคเปลี่ยนดันแฟชั่นไทยพุ่ง เร่งขยาย “ชู คาเฟ่” ปีละไม่ต่ำกว่า 3 สาขา เปิดแบรนด์ใหม่เสริม
นายวิภพ ตติยมณีกุล กรรมการบริหาร บริษัท สตาร์แฟชั่น (2551) เปิดเผยว่า ในปี 2555 สินค้าแฟชั่นกลุ่มไลฟ์สไตล์แบรนด์ยี่ห้อต่างๆของบริษัท มีอัตราเติบโตสูงถึง 50% เทียบจากปีก่อน จากการนำแบรนด์ใหม่เข้ามาทำตลาดมากขึ้น เพื่อรองรับความต้องการผู้บริโภคที่มีพฤติกรรมเปลี่ยนไปโดยไม่ยึดติดกับแบรนด์สินค้า แต่ให้ความสำคัญกับสินค้าที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต หรือไลฟ์สไตล์มากขึ้น
สำหรับในปีหน้าบริษัทจะปรับสัดส่วนการทำตลาดใน 2 กลุ่มสินค้า คือ รองเท้าและกลุ่มเสื้อผ้า ให้อยู่ในสัดส่วน 50% เท่ากัน โดยจะขยายไลน์สินค้าใหม่ อาทิ กลุ่มเครื่องประดับตกแต่ง (แอกเซสซอรี) และ กระเป๋า เป็นต้น จากในปีนี้มีสัดส่วนกลุ่มสินค้ารองเท้า 60% และกลุ่มเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย 40%
นอกจากนี้ ยังเตรียมขยายสาขาร้านรองเท้าที่รวมแบรนด์นำเข้าต่างๆ ในเครือบริษัท อาทิ สนุก เนทีฟ ฟิตฟลอป ดีซี ฯลฯ ภายใต้ชื่อ ชู คาเฟ่ อย่างต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 3 สาขาต่อปี และจะขยายสาขาไปยังตลาดต่างจังหวัดมากขึ้น คาดใช้งบลงทุนสาขาละ 2 ล้านบาท
นายวิภพ กล่าวว่า ล่าสุดบริษัทใช้งบ 3-4 ล้านบาท เปิดร้าน ชู คาเฟ่ สาขาใหม่ ที่ศูนย์การค้าเดอะ พรอมานาด รามอินทรา บนพื้นที่ 100 ตร.ม. วางแนวคิดเป็นร้านจำหน่ายรองเท้าตกแต่งในบรรยากาศซูเปอร์มาร์เก็ตในแถบยุโรป เช่น อังกฤษ อิตาลี พร้อมจำหน่ายเครื่องดื่มกาแฟภายในร้าน เพื่อให้ลูกค้าใช้เวลาอยู่ในร้านได้นานขึ้นและตัดสินใจซื้อสินค้า
ปัจจุบันบริษัทเปิดให้บริการชู คาเฟ่ กว่า 10 สาขา และเตรียมเปิดสาขาใน จ.ชลบุรี ส่วนร้านชู สตูดิโอที่ปัจจุบันเปิด 1 สาขา ในศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และเตรียมแผนเปิดอีก 3 แห่ง ที่ จ.ระยอง และอุดรธานี ห้างสรรพสินค้าโตคิว กรุงเทพมหานคร
ขณะเดียวกันยังมีแผนพัฒนาแนวคิดใหม่ ให้บริการร้านเสื้อผ้าเครื่องประดับ และรองเท้ากลุ่มไลฟ์สไตล์ภายใต้แบรนด์ใหม่ เพื่อขยายฐานวัยรุ่นคนรุ่นใหม่ ที่มีอายุระหว่าง 20-25 ปี
ด้านเป้าหมายในปีนี้ บริษัทคาดว่ามีอัตราเติบโต 50% เทียบจากปีก่อน หรือมียอดขายอยู่ที่ 2,300-2,400 ล้านบาท และวางเป้าหมายเติบโต 30% ในปี 2556 รวมทั้งตั้งเป้าหมายภายในปี 2558-2559 จะมียอดขายรวมเติบโตแบบเท่าตัว หรือกว่า 4,600 ล้านบาท







