posttoday
เตือนรง.ปรับตัวสู้แข่งขันแรง

เตือนรง.ปรับตัวสู้แข่งขันแรง

09 สิงหาคม 2555

วางแผนยาว20ปีเจาะตลาดมุ่งลดต้นทุนพัฒนาการผลิต

วางแผนยาว20ปีเจาะตลาดมุ่งลดต้นทุนพัฒนาการผลิต

กระตุ้นโรงงานปรับตัว ลดต้นทุน ยกระดับคุณภาพการผลิต ปั้นแบรนด์บุกตลาดโลก

นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยในงานสัมมนา “ทิศทางอนาคตอุตสาหกรรมไทย ผู้บริหารโรงงานต้องปรับตัวอย่างไร” ว่า ขณะนี้การแข่งขันในอุตสาหกรรมค่อนข้างรุนแรง เป็นผลจากระบบการค้าและการลงทุนมีการเปิดเสรีในวงกว้าง ดังนั้นผู้ประกอบการไทยจะต้องปรับตัวเพื่อเตรียมพร้อมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งสามารถกำหนดเป้าหมายเป็น 3 ระยะ ในช่วงเวลา 20 ปี

เป้าหมายระยะที่ 1 ในช่วง 5 ปีแรก (15 ปี) เป็นการสร้างความพร้อมเพื่อเข้าสู่การเป็นผู้ผลิตในระดับภูมิภาค เมื่อมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ต้องให้ความสำคัญในเรื่องแรงงาน แหล่งวัตถุดิบ และนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาปรับใช้

หลังจากนั้นในระยะที่ 2 (5-10 ปี) เป็นช่วงเวลาของการพัฒนาฐานความรู้เพื่อนำมาต่อยอดในการพัฒนาภาคการผลิต โดยปรับบทบาทไทยให้เป็นตัวกลางในการบริหารจัดการระบบ ห่วงโซ่การผลิตในภูมิภาคให้เป็นที่ยอมรับ ในอาเซียนผลักดันให้เป็นศูนย์กลางการค้าและบริหารจัดการการผลิต เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้า

เป้าหมายระยะที่ 3 (10-20 ปี) เป็นการสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยในด้านตราสินค้าในตลาดโลก เป็นผู้บริหารจัดการตราสินค้าที่มีเครือข่ายการผลิตจากในภูมิภาค ซึ่งเป็นที่ยอมรับในตลาดโลกและอุตสาหกรรมไทย

ปัจจัยสำคัญที่ผู้บริหารโรงงานจะต้องให้ความสำคัญมี 4 ด้านหลัก คือ 1.การลดต้นทุนการผลิตสินค้าเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน แต่ไม่ใช่เลือกวิธีการปลดคนงาน แต่จะต้องปรับกระบวนการผลิตให้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องจักร หรือการเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อให้เกิดผลกำไรที่เพิ่มขึ้น

2.การสร้างคุณภาพสินค้า โดยเฉพาะการผลิตสินค้าตามที่ลูกค้าต้องการ 3.การพัฒนาด้านบริการทั้งก่อนและหลังการขาย ต้องสนองตอบลูกค้าได้ และ 4.ความฉับไวในการตอบสนองของลูกค้าให้มีความรวดเร็ว

ขณะเดียวกัน จะต้องนำเรื่องนวัตกรรมใหม่มาปรับใช้กับสินค้า เปลี่ยนแพ็กเกจจิงให้ดูทันสมัย น่าซื้อ ตลอดจนทำกิจกรรมเพื่อสังคมควบคู่กันไปด้วย เป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีไปพร้อมกัน

“การปรับตัวของโรงงานต่างๆ ตอนนี้คงต้องมองเรื่องเออีซีไว้ก่อน เพราะจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งภูมิภาค ซึ่งคนไทยต้องเรียนรู้ในหลายๆ ด้าน ทั้งกฎระเบียบ การเคลื่อนย้ายแรงงาน การเชื่อมโยงแหล่งวัตถุดิบ โดยภายในองค์กรควรจะมีการทำเวิร์กช็อปกัน เพื่อเป็นโครงการนำร่อง ก่อนที่จะนำไปสู่การปรับตัวในภาพรวมทั้งหมด” นายวิฑูรย์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก