
หนุน‘ฮับเกษตร’ตั้งโรงงานผลิตส่งออก
เอกชนเสนอไทย “ฮับสินค้าเกษตร” รับเออีซีเล็งซื้อวัตถุดิบเพื่อนบ้านผลิตส่งออก
เอกชนเสนอไทย “ฮับสินค้าเกษตร” รับเออีซีเล็งซื้อวัตถุดิบเพื่อนบ้านผลิตส่งออก
นายนิวัติ สุธีมีชัยกุล รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังหารือกับผู้ประกอบการสินค้าเกษตรถึงการเตรียมพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในกลุ่มพืชและสัตว์เศรษฐกิจ ว่า เอกชนได้เสนอให้ไทยประกาศเป็นฮับ หรือศูนย์กลางในการผลิต เพื่อส่งออกสินค้าเกษตร ร่วมกับภาคเอกชนถงทั้งนี้จากการระดมความเห็นของเอกชนในแต่ละกลุ่มสินค้าเห็นตรงกันว่า
ทั้งนี้ เห็นว่าไทยมีความได้เปรียบด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะการส่งเสริมตั้งโรงงานแปรรูปในประเทศเพื่อนบ้านที่ต้นทุนถูกกว่าและใช้วัตถุดิบในประเทศนั้นๆ มาผลิตเป็นสินค้าส่งออกแบรนด์ไทย ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวกระทรวงเกษตรฯ จะสรุปและวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลของกระทรวงเกษตรฯ เสนอต่อรัฐบาล เพื่อวางยุทธศาสตร์ของไทยในการเข้าสู่เออีซีต่อไป
ได้เชิญเอกชนมาร่วมหารือเพื่อช่วยกันวิเคราะห์โอกาสความได้เปรียบเสียเปรียบ และยุทธศาสตร์ที่ไทยควรจะดำเนินการต่อไป เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซี กลุ่มพืชและสัตว์เศรษฐกิจน่าสนใจของไทย คือ ข้าว ยางพารา ปาล์มน้ำมัน อ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ สับปะรด กุ้ง ไก่ ไข่ โคเนื้อ ปลาทูน่า
สำหรับกลุ่มข้าวไทยจะต้องคงสถานะเป็นเทรดเดอร์หรือผู้ส่งออกไว้ โดยรัฐต้องลดเงื่อนไขนำเข้าข้าวขาว 5% จากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อให้สามารถนำเข้า เพื่อทำเป็นข้าวนึ่งสำหรับส่งออกจะช่วยลดพื้นที่การเพาะปลูกที่มีผลผลิตต่อไร่น้อยกว่า 350 กิโลกรัม/ไร่ และจูงใจเกษตรกรปลูกพืชอื่นๆ และในพื้นที่ที่ได้ผลผลิตมากกว่าให้รัฐส่งเสริมระบบชลประทาน
นอกจากนั้น ต้องเน้นการพัฒนาคุณภาพข้าวหอมมะลิของไทย เพื่อหนีพม่าและเวียดนาม และส่งเสริมการปลูกข้าวพันธุ์พื้นเมือง ข้าวเสริมสุขภาพ เพื่อตอบสนองลูกค้าที่เป็นกลุ่มเฉพาะ
“หากไทยไม่ไปลงทุน หลายประเทศเขาก็ไปเช่นอินโดนีเซีย มาเลยเซีย พร้อมที่จะไปพม่า หรือกัมพูชาตลอด ในขณะที่วัตถุดิบจากประเทศเพื่อนบ้านรัฐควรเปิดกว้างในเงื่อนไขนำเข้าเพื่อนำมาแปรรูปส่งออก
ด้านปาล์มน้ำมันต้องส่งเสริมให้พื้นที่ปลูกเป็นไปตามยุทธศาสตร์ คือ เป้าหมาย 7 ล้านไร่ และ ซึ่งปัจจุบันมีพื้นที่ประมาณ 4 ล้านไร่เพื่อรองรับความต้องการในอนาคตที่จะเป็นทางเลือกของพลังงานทดแทนที่อนาคตไม่มีทางที่น้ำมันจะลดลง แลแล ส่งเสริมเอกชนไปตั้งโรงงานแปรรูปทั้งโรงสกัด โรงกลั่นทั้งในพม่าและกัมพูชา เพื่อผลิตและส่งออกในภูมิภาคเนื่องจากมีต้นทุนค่าแรงที่ถูกกว่า ซึ่งในเรื่องเทคโลโลยีการผลิตน้ำมันทั้งบริโภคและไบโอดีเซลถือว่าประเทศไทยมีความได้เปรียบอย่างมาก







