
เริ่มประกันภัยพิบัตินาข้าวทิพยฯ-ไทยวิวัฒน์รับ6ส.ค.
เริ่มแล้วประกันนาข้าวเปิดขาย 6 ส.ค. กองทุนประกันภัยแบกความเสี่ยง 99.75% คาดแย่สุดขาดทุน 4,000 ล้านบาท
เริ่มแล้วประกันนาข้าวเปิดขาย 6 ส.ค. กองทุนประกันภัยแบกความเสี่ยง 99.75% คาดแย่สุดขาดทุน 4,000 ล้านบาท
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการฯ เห็นชอบแนวทางการรับประกันภัยนาข้าวฤดูกาลผลิตปี 2555/2556 มีบริษัทเข้าร่วมคือ บริษัท ทิพยประกันภัย และ บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ โดยแบ่งสัดส่วนการรับประกันคือ กองทุนประกันภัยพิบัติ 99.75% ในส่วนของบริษัทเอกชนทั้งสองแห่ง 0.25%
ทั้งนี้ คาดว่าจะมีนาข้าวเข้าร่วมโครงการประมาณ 4 ล้านไร่ เบี้ยประกันประมาณ 500 ล้านบาท กรณีดีที่สุดเกิดความเสียหายธรรมดา ต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนประมาณกว่า 400 ล้านบาท แต่ถ้ากรณีที่แย่ที่สุดนาไร่ได้รับความเสียหายทั้งหมด ค่าสินไหมอยู่ที่ประมาณ 4,000 ล้านบาท
“ในปีที่ผ่านมา มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการประกันข้าวประมาณ 5 หมื่นราย พื้นที่ 1 ล้านไร่ เกิดความเสียหายประมาณ 2.6 หมื่นราย พื้นที่ประมาณ 5 แสนไร่ เสียหาย 744 ล้านบาท” นายพยุงศักดิ์ กล่าว
นายพยุงศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้จะยังไม่มีการรับประกันภัยต่อ (รีอินชัวรันส์) สำหรับนาข้าว ซึ่งจะต้องแยกระหว่างประกันภัยพิบัติของบ้านเรือน อุตสาหกรรม กับนาข้าว เพราะเวลาในการรับประกันไม่เหมือนกัน นาข้าวนั้นมีระยะเวลารับประกันน้อยกว่าเพียง 3-4 เดือน
สำหรับยอดขายประกันภัยพิบัติของภาคอุตสาหกรรมและครัวเรือน ล่าสุดมีผู้มาซื้อประกันแล้ว 4.5 หมื่นกรมธรรม์ เบี้ยประกัน 400 ล้านบาท เนื่องจากยังเป็นรายเล็กและภาคครัวเรือน มีทุนประกันประมาณ 5,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่ยังเป็นประเภทครัวเรือน โดยภาคอุตสาหกรรมนั้นกรมธรรม์จะหมดอายุในช่วงเดือน ก.ย.ไปจนถึงปลายปี มีทุนประกันที่จะหมดอายุในช่วงนั้นประมาณ 7-8 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะเปิดขายประกันภัยนาข้าวแล้วตั้งแต่วันที่ 6 ส.ค.-26 ต.ค. ส่วนภาคใต้เปิดขาย 27 ส.ค.-26 พ.ย. มีเป้าหมายตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) 8 ล้านไร่ ชาวนาที่สนใจสามารถติดต่อขอซื้อประกันได้ที่ ธ.ก.ส.ทุกสาขา
สำหรับเบี้ยประกันภัยนาข้าวเมื่อรวมอากรแสตมป์และภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่ที่ 129.47 บาทต่อไร่ โดยเกษตรกรจ่ายเบี้ย 50 บาทต่อไร่ ธ.ก.ส.ช่วยจ่ายให้ 10 บาทต่อไร่ รัฐบาลสมทบให้ 69.47 บาทต่อไร่หากได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติ ได้แก่ อุทกภัย ฝนทิ้งช่วง ลมพายุ อากาศหนาว ลูกเห็บและไฟไหม้จะได้รับความคุ้มครองในวงเงิน 1,111 บาทต่อไร่ หากเป็นภัยศัตรูพืชและโรคระบาดคุ้มครอง 555 บาทต่อไร่ โดยให้ความคุ้มครองตั้งแต่ปลูกข้าวจนเก็บเกี่ยว ไม่กำหนดอายุข้าวในการจ่ายสินไหมเหมือนปีที่ผ่านมา







