posttoday
คืนค่าดีซี 1% ธุรกิจหนังสือสุดท้ายผู้บริโภครับกรรม

คืนค่าดีซี 1% ธุรกิจหนังสือสุดท้ายผู้บริโภครับกรรม

03 สิงหาคม 2555

กลายเป็นประเด็นร้อนระหว่างสำนักพิมพ์กับร้านหนังสือ โดยเฉพาะเชนร้านหนังสือยักษ์ใหญ่ ร้านซีเอ็ดกับร้านนายอินทร์ 2 ค่ายใหญ่ ที่มีสาขาร้านหนังสือรวมกันมากกว่า 600 สาขาทั่วประเทศ ได้ลุกขึ้นมาขอเรียกเก็บค่าธรรมเนียมศูนย์กระจายสินค้า (Distribution Center Fee) หรือค่าดีซี อีก 1% ของราคาปก เดือดร้อนถึงสำนักพิมพ์ทั่วไปที่ต้องมีภาระเพิ่มขึ้น จากเดิมต้องเสียส่วนแบ่งรายได้ให้กับร้านค้าอยู่แล้ว ในสัดส่วน 30-35%

กลายเป็นประเด็นร้อนระหว่างสำนักพิมพ์กับร้านหนังสือ โดยเฉพาะเชนร้านหนังสือยักษ์ใหญ่ ร้านซีเอ็ดกับร้านนายอินทร์ 2 ค่ายใหญ่ ที่มีสาขาร้านหนังสือรวมกันมากกว่า 600 สาขาทั่วประเทศ ได้ลุกขึ้นมาขอเรียกเก็บค่าธรรมเนียมศูนย์กระจายสินค้า (Distribution Center Fee) หรือค่าดีซี อีก 1% ของราคาปก เดือดร้อนถึงสำนักพิมพ์ทั่วไปที่ต้องมีภาระเพิ่มขึ้น จากเดิมต้องเสียส่วนแบ่งรายได้ให้กับร้านค้าอยู่แล้ว ในสัดส่วน 30-35%

จะว่าไปแล้วเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะหลังร้านค้าปลีกเมื่อขยายสาขาจนมีอำนาจต่อรองมากกว่าเจ้าของสินค้า ก็ย่อมจะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม หรือค่าฟี (Fee) ต่างๆ เช่นเดียวกับศึกเชนค้าปลีกขนาดใหญ่ ซึ่งซัดกับซัพพลายเออร์สินค้าต่างๆ ดังที่ผ่านมา หากตกลงกันไม่ได้ ถ้าใหญ่ต่อใหญ่ไม่ยอมกัน ก็เคยเกิดกรณียักษ์สหพัฒน์ยกสินค้ากลุ่มเสื้อผ้าออกจากห้างยักษ์เซ็นทรัล จนห้างสรรพสินค้าโล่งมาแล้ว โดยเซ็นทรัลต้องปรับตัวเร่งนำเข้าเสื้อผ้าแบรนด์เนมและผลิตเสื้อผ้ายี่ห้อในเครือเซ็นทรัลมาวางขายเอง

ทั้งนี้ สำหรับเหตุที่ร้านหนังสือ 2 รายใหญ่ อ้างเก็บค่าดีซีครั้งนี้ คือต้นทุนค่าแรงงานที่รัฐบาลให้ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาท เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ทำให้ต้นทุนค่าแรงเพิ่มทันที 3940% ขณะการแข่งขันในธุรกิจร้านหนังสือก็รุนแรง ด้วยสภาพตลาดที่มีแนวโน้มหดตัวลง ตามพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง เหตุและปัจจัยดังกล่าวเพียงพอหรือไม่ ที่ทำให้ร้านหนังสือขอเรียกเก็บค่าดีซีเพิ่มอีก 1%

เมื่อพิจารณาถึงสภาพของธุรกิจหนังสือโดยรวมในวันนี้ วรพันธ์ โลกิตสถาพร นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย บอกว่า สภาพธุรกิจหนังสือในวันนี้มีความเสี่ยงหลายประการ ทั้งปัจจัยภายนอกและภายในที่เข้ามากระทบอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจัยภายนอกหลักๆ คือ คนอ่านหนังสือน้อยลง โดยเทคโนโลยีมีส่วนสำคัญทำให้พฤติกรรมคนเปลี่ยน

ปัจจุบันจากตัวเลขของสมาคมฯ มีการผลิตหนังสือปีละ 1.4 หมื่นชื่อเรื่อง พิมพ์เรื่องละ 3,000 เล่ม แต่ละปีมีจำนวนหนังสือออกสู่ตลาดกว่า 42 ล้านเล่มต่อปี โดยเฉลี่ยอัตราการคืนหนังสือ 40% หรือ 16.8 ล้านเล่มต่อปี เป็นมูลค่าเฉลี่ยราคาปก 45 บาทต่อเล่ม คิดเป็นยอดที่จะต้องคืนหนังสือกว่า 700 ล้านบาทต่อปี แต่ถ้าคิดจากราคาปกจะเป็นมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท

นอกจากนั้น ปีนี้ยังมีปัจจัยที่สำคัญสุดเข้ามากระทบ คือ ค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท ทำให้ร้านหนังสือที่ใช้พนักงานมากต้นทุนพุ่ง และกระทบต้นทุนผลิต ค่าดำเนินงาน รวมไปถึงค่าการตลาด ทำให้ร้านหนังสือทยอยปิดตัวลง เป็นแนวโน้มเดียวกับที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ

“ถามว่าทางออกมีไหม ก็มี เช่น การก้าวสู่ออนไลน์ บุ๊ก สโตร์ การผลิตเป็นอีบุ๊ก หรือการให้มีตัวแทนมารับไปจำหน่าย การจัดจำหน่ายในร้านหนังสือเฉพาะ สิ่งเหล่านี้ทุกฝ่ายได้พยายามทำอยู่แล้ว แต่การเติบโตของอีบุ๊ก หรือการสั่งซื้อหนังสือผ่านออนไลน์ ยังไม่สามารถเข้าไปทดแทนรายได้จากการจำหน่ายผ่านร้านหนังสือได้” วรพันธ์ กล่าว

ทนง โชติสรยุทธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น ผู้บริหารร้านหนังสือซีเอ็ด ที่มีอยู่กว่า 450 สาขาทั่วประเทศ กล่าวในทำนองเดียวกันว่า การจำหน่ายหนังสือผ่านช่องทางใหม่ๆ ยังมีปัญหา อุปสรรคค่อนข้างมาก แม้แต่ในประเทศเกาหลีการขยายตัวของอีบุ๊กยังไม่เป็นที่น่าพอใจ ขณะที่ร้านหนังสือแบบเดิมทยอยปิดตัว ส่วนเชนร้านหนังสือแม้จะยังขยายได้อยู่แต่ต้นทุนเพิ่มขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะร้านหนังสือในศูนย์การค้าที่แข่งขันสูง

“เราขอความเห็นใจในการขอเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการกระจายสินค้าเพิ่มอีก 1% เพราะต้นทุนที่เกิดขึ้นจากค่าขึ้นค่าแรงกระทบโดยตรงในห่วงโซ่ของร้านหนังสือ ซึ่งมีต้นทุนทั้งการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายพนักงานบริการในร้าน ซึ่งทุกวันนี้ในธุรกิจค้าปลีกเกิดการแย่งชิงพนักงานกันอย่างสูง ขณะเดียวกันยังจำเป็นต้องขยายสาขาต่อไป เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายหนังสือให้เข้าถึงผู้อ่านได้มากยิ่งขึ้น” ทนง กล่าว

อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารซีเอ็ดอยากให้สำนักพิมพ์พิจารณาเรื่องการปรับโครงสร้างราคาหนังสือใหม่ ซึ่งในส่วนของสำนักพิมพ์ซีเอ็ดได้ดำเนินการไปแล้ว เช่น การให้ส่วนลดแก่สมาชิกน้อยลงเป็นเรื่องที่ไม่สร้างผลกระทบมาก เนื่องจาก 5 ปีที่ผ่านมา ราคาขายหนังสือขึ้นเฉลี่ย 3.4% ขณะเงินเฟ้อเพิ่มถึง 8.4%

ทางฝ่ายสำนักพิมพ์ยังไม่เห็นด้วยกับการขึ้นราคาหนังสือ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มภาระให้กับผู้บริโภค รวมทั้งปัจจุบันนี้ผู้บริโภคต่างบ่นอยู่แล้วว่าราคาหนังสือแพงมาก เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การซื้อชะลอลง รวมทั้งการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการกระจายสินค้า ทางสำนักพิมพ์อยากให้ร้านหนังสือทั้งสองรายทบทวนอีกครั้งหนึ่ง

ปัญจรัตน์ สุหฤทดำรง จากสำนักพิมพ์ อี.ไอ.สแควร์ กล่าวยอมรับว่า การดำเนินงานในส่วนของศูนย์กระจายสินค้าของร้านซีเอ็ดและนายอินทร์นั้น ช่วยทำให้สำนักพิมพ์ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย ถือว่าคุ้มค่าหากผู้จำหน่ายหรือสำนักพิมพ์จะดำเนินการเอง อย่างไรก็ตาม ค่าส่วนลดทางการค้า (GP) ที่ร้านเครือข่ายทั้งสองแห่งเก็บอยู่นั้น ได้รวมค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ไว้แล้ว และเป็นอัตราการเก็บค่าจีพีที่สูงกว่าร้านค้าอื่นๆ อยู่แล้ว

“ดังนั้น อี.ไอ.สแควร์ ขอให้ร้านหนังสือทั้งสองปรับลดค่าจีพี หรือค่าบริการกระจายสินค้าที่สะท้อนสัดส่วนที่แท้จริง และแสดงให้เห็นว่ามีนวัตกรรมในการบริการที่แตกต่างจากรายอื่นๆ เพื่อให้คุ้มค่าต่อค่าบริการ” ปัญจรัตน์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69