
OISHI ไม่ใช่แค่อร่อยแต่ยังน่าลงทุน
สวัสดีครับทุกท่าน บทความฉบับนี้ตรงกับวันหยุดเนื่องในวันอาสาฬหบูชา ซึ่งบังเอิญตรงกับวันที่จะทราบผลการประชุมของทั้งธนาคารกลางสหรัฐและยุโรป ดังนั้นผมจึงไม่อยากจะให้น้ำหนักกับการวิเคราะห์แนวโน้มตลาดมากนัก ในสัปดาห์นี้จึงขอเปลี่ยนบรรยากาศมาแนะนำหุ้นรายตัวบ้าง ทั้งนี้ถือว่าไม่บ่อยนักที่ผมจะค้นพบหุ้นที่น่าซื้อเพื่อการลงทุนระยะยาว โดยหุ้นล่าสุดที่ผมแนะนำไปในเดือน มิ.ย. ได้แก่ BECL โดยจากวันนั้นถึงวันนี้ราคาหุ้น BECL ปรับตัวขึ้นมาแล้วเกือบ 20% สำหรับหุ้นล่าสุดที่อยากแนะนำ คือ OISHI
สวัสดีครับทุกท่าน บทความฉบับนี้ตรงกับวันหยุดเนื่องในวันอาสาฬหบูชา ซึ่งบังเอิญตรงกับวันที่จะทราบผลการประชุมของทั้งธนาคารกลางสหรัฐและยุโรป ดังนั้นผมจึงไม่อยากจะให้น้ำหนักกับการวิเคราะห์แนวโน้มตลาดมากนัก ในสัปดาห์นี้จึงขอเปลี่ยนบรรยากาศมาแนะนำหุ้นรายตัวบ้าง ทั้งนี้ถือว่าไม่บ่อยนักที่ผมจะค้นพบหุ้นที่น่าซื้อเพื่อการลงทุนระยะยาว โดยหุ้นล่าสุดที่ผมแนะนำไปในเดือน มิ.ย. ได้แก่ BECL โดยจากวันนั้นถึงวันนี้ราคาหุ้น BECL ปรับตัวขึ้นมาแล้วเกือบ 20% สำหรับหุ้นล่าสุดที่อยากแนะนำ คือ OISHI
ฝ่ายวิเคราะห์ของ SCBS ประเมินว่า OISHI เป็นหุ้นที่กำลังจะมาแรงในฐานะบริษัทขายสินค้าอุปโภคบริโภคที่กำไรมีแนวโน้มเติบโตสูงตัวต่อไป โดยคาดว่ากำไรในปี 2554-2557 จะเติบโตที่อัตราเฉลี่ย 3-7% ต่อปี แบรนด์ OISHI กำลังเพิ่มโมเมนตัมในการเจาะตลาดกลุ่มใหม่จากกระแสการใส่ใจในสุขภาพที่มีมากขึ้น นอกจากนี้การที่ไทยเบฟเวอเรจ ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ OISHI เข้าซื้อหุ้นของ SSC ในปีที่ผ่านมา ยังช่วยขยายเครือข่ายการจัดจำหน่ายของกลุ่มครั้งใหญ่ด้วย ซึ่งจะสร้างประโยชน์ต่อ OISHI ในปีต่อๆ ไป ดังนั้น จึงแนะนำ ซื้อ โดยประเมินมูลค่าเหมาะสมใน 12 เดือนข้างหน้าที่ 180 บาท
ประเด็นสำคัญ
เจาะตลาดใหม่ OISHI เป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจด้านอาหารและเครื่องดื่มสไตล์ญี่ปุ่น ที่มีประวัติที่โดดเด่นและแบรนด์ที่มีชื่อเสียงด้วยส่วนแบ่งตลาดชาเขียวพร้อมดื่ม 59% กระแสความใส่ใจในสุขภาพที่มีมากขึ้น หนุนให้บริษัทเจาะตลาดกลุ่มใหม่ จัดผลิตภัณฑ์ตามกลุ่มอายุ และทำธุรกิจข้ามกลุ่ม ผ่านการทำการตลาดและการคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างชาญฉลาด นอกเหนือจากพัฒนาการที่กำลังเกิดขึ้นภายในสายผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่เดิมแล้ว OISHI ยังขยายธุรกิจสู่ตลาดขนมขบเคี้ยวในปีนี้ ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์สาหร่ายปรุงรส “โอโนริ” ด้วย
เครือข่ายการจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่งที่สุดของประเทศไทย OISHI ได้รับประโยชน์จากการเข้าถึงช่องทางการจัดจำหน่ายในฐานะบริษัทย่อยของไทยเบฟฯ ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รายใหญ่สุดของไทย การเข้าซื้อหุ้นของเสริมสุข (SSC) ในปีที่ผ่านมาทำให้ไทยเบฟฯ มีเครือข่ายการจัดจำหน่ายเครื่องดื่มที่แข็งแกร่งมากที่สุดในประเทศไทย SSC เป็นผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OISHI ผ่านทางช่องทางการจัดจำหน่ายแบบดั้งเดิม แต่ไม่ได้จัดจำหน่ายผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายแบบ OnTrade (ผับและร้านอาหาร) โดยหลังจากสัญญาที่ SSC ทำไว้กับเป๊ปซี่สิ้นสุดลงในช่วงปลายปี 2555 ก็จะเปิดโอกาสให้ OISHI ใช้ช่องทางการจัดจำหน่ายนี้ได้ ยอดขายเครื่องดื่มน้ำอัดลมในปี 2554 ของ SSC คิดเป็น 2.6 เท่าของยอดขายเครื่องดื่มของ OISHI
คาดกำไรในระหว่างปี 2554-2557 เติบโตเฉลี่ย 37% ต่อปี SCBS คาดว่ากำไรจากการดำเนินธุรกิจปกติของ OISHI จะเติบโตที่อัตราเฉลี่ย 37% ต่อปี ในระหว่างปี 2554-2557 โดยได้รับปัจจัยหนุนจากรายได้ที่เติบโตเฉลี่ย 30% ต่อปี และอัตรากำไรที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น นอกเหนือจากการเติบโตของรายได้จากผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่เดิมแล้ว SCBS คาดว่าผลิตภัณฑ์บรรจุขวดที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่และผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยว จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนให้รายได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยคิดเป็น 15% และ 9% ของอัตราเติบโตที่ SCBS คาดการณ์ไว้ ตามลำดับ นอกจากนี้ SCBS ยังคาดด้วยว่าอัตรากำไรจากการดำเนินธุรกิจปกติของ OISHI จะปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 8.5% ในปี 2554 สู่ระดับ 10% ในปี 2557 หรือเท่ากับตัวเลขด้านล่างของอัตรากำไรจากการดำเนินธุรกิจปกติในช่วง 10-12.2% ที่บริษัททำได้ในระหว่างปี 2550-2553 (ก่อนน้ำท่วม) SCBS มองว่าอัตรากำไรที่สูงขึ้นเป็นเรื่องปกติสำหรับแบรนด์ที่มีชื่อเสียงและเติบโตอย่างรวดเร็วเพราะมีโครงสร้างต้นทุนที่ดี ค่าใช้จ่ายโฆษณาและส่งเสริมการขายซึ่งสามารถยืดหยุ่นได้ คิดเป็น 89% ของกำไรสุทธิในปี 2554 เทียบกับ 58-80% ในระหว่างปี 2550-2553
ราคาเป้าหมาย 180 บาท SCBS เชื่อว่า OISHI จะกลายเป็นหุ้นที่น่าสนใจในฐานะบริษัทขายสินค้าอุปโภคบริโภคที่กำไรมีแนวโน้มเติบโตสูงตัวต่อไปหลังจากกลุ่มค้าปลีกเติบโตอย่างมากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา กำไรที่มีแนวโน้มเติบโตสูงกว่าหุ้นอื่นๆ ในกลุ่มค้าปลีก ทำให้ Valuation ของ OISHI น่าดึงดูดมากกว่า โดยเทรดที่ PE ปี 2555 ระดับ 28.7 เท่า และจะลดลงสู่ระดับ 19.5 เท่าในปี 2556 และ 14.3 เท่าในปี 2557 SCBS คำนวณราคาเป้าหมายกลางปี 2556 ของ OISHI ได้ที่ 180 บาท/หุ้น โดยอิงกับ PE เฉลี่ยของหุ้นกลุ่มเดียวกันในตลาดภูมิภาคที่ 26.4 เท่า ขณะที่การคำนวณด้วยวิธีส่วนลดกระแสเงินสด (DCF) จะได้มูลค่าเหมาะสมที่สูงขึ้นเป็น 202 บาท/หุ้น
ทั้งหมดเป็นความเห็นส่วนตัวของผมเองนะครับ
สำหรับท่านที่มีเวลาว่างในช่วงบ่ายวันเสาร์ที่ 4 ส.ค.นี้ ขอเชิญร่วมงานสัมมนาของ SCBS ที่ห้องประชุมศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในหัวข้อ ภาวะตลาดเหวี่ยง อนุพันธ์ “ตัวไหน” ที่ “ใช่” ทั้งขาขึ้น ขาลง โดยผมจะเป็นวิทยากรร่วมกับวิทยากรอีก 2 ท่าน ได้แก่ คุณทศพล ศักดิ์ถาวรดำรง ผู้เชี่ยวชาญด้านตราสารอนุพันธ์ และคุณบัญญัติ (ทอม) คงคะจันทร์ ซึ่งเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในตลาดอนุพันธ์ทั้งในและต่างประเทศเกือบ 30 ปี โดยเชี่ยวชาญโดยเฉพาะในเรื่องกลยุทธ์การเก็งกำไรระยะสั้น ส่วนผมจะบรรยากาศเกี่ยวกับแนวโน้มตลาดหุ้นในช่วงครึ่งหลังปี 2555 รวมถึง แนะนำแนวทางในการปรับพอร์ตสำหรับนักลงทุนที่ติดหุ้นในราคาสูงๆ เช่น หุ้น BANPU สนใจติดต่อสำรองที่นั่งได้ที่ WWW.SCBS.COM หรือ WWW.SCBSONLINE.COM หรือ โทรมาที่ Call center 02-949-1999 (รบกวน โทร.เวลาทำการนะครับ)







