
กทช.พร้อมใช้นัมเบอร์พอร์ทส.ค.นี้
กทช. ชุดใหม่มั่นใจ 3 ค่ายฮัลโหลมือถือพร้อมใช้นัมเบอร์พอร์ท ส.ค.นี้ เร่งประมูล 3จี แจ้งเกิดไวแมกซ์และบรอดแบนด์
กทช. ชุดใหม่มั่นใจ 3 ค่ายฮัลโหลมือถือพร้อมใช้นัมเบอร์พอร์ท ส.ค.นี้ เร่งประมูล 3จี แจ้งเกิดไวแมกซ์และบรอดแบนด์
นายประสิทธ์ ประพิณมงคลการ ว่าที่ประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เปิดเผยว่า เชื่อว่าภายในเดือน ส.ค. นี้ ผู้ให้บริการมือถือทั้ง 3 รายจะเริ่มเปิดให้บริการคงสิทธิเลขหมาย (นัมเบอร์พอร์ทิบิลิตี้) ได้ภายในเดือน ส.ค.นี้ เพราะขณะนี้อยู่ระหว่างการนำอุปกรณ์ดำเนินการเข้ามา
บริการดังกล่าวเป็นความร่วมมือของ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค และ บริษัท ทรูมูฟ ลงขันงบประมาณเพื่อจัดตั้งหน่วยงานกลางเพื่อตรวจวัดการใช้งาน (เคลียร์ริ่งเฮ้าส์) เบื้องต้นมีมูลค่าประมาณ 100 ล้านบาท แต่จะต้องใช้เงินลงทุนการเชื่อมระบบระหว่างผู้ให้บริการทั้ง 3 รายอีกกว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อให้ผู้ใช้มือถือที่ต้องการเปลี่ยนผู้ให้บริการยังคงใช้บริการได้ตามปกติ ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวค่อนข้างซับซ้อนและใช้เวลาพอสมควร
นายประสิทธิ์ กล่าวว่า แม้การดำเนินการจะค่อนข้างยุ่งยาก แต่มั่นใจว่าเอกชนจะสามารถเสร็จทันเดือน ส.ค. ซึ่งเป็นการยืดระยะเวลาให้อีก 9 เดือน จากเดิมที่ต้องเสร็จภายใน 3 เดือน หลังจากที่ กทช.ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อเดือน พ.ย.ปีที่แล้ว ซึ่งการขยายเวลาออกไปนั้นเป็นไปตามที่เอกชนร้องขอ
นอกจากเรื่องนัมเบอร์พอร์ทฯ แล้ว ยังมีอีก 4 โครงการที่ กทช.ชุดใหม่จะต้องเร่งดำเนินการ คือ การประมูลใบอนุญาตให้บริการ (ไลเซ่นส์) 3 จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิร์ตซ การออกไลเซ่นส์โครงข่ายอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง (ไวแมกซ์) และ บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) เพื่อสาธารณะ ที่กทช.จะทำให้เห็นเป็นรูปธรรมในปีนี้ทั้งหมด
สำหรับเงื่อนไขการประมูล 3 จีนั้น จะยึดตามที่ กทช.ชุดเดิมได้ดำเนินการไว้ คือ ไลเซ่นส์ 4 ใบ แบ่งเป็น 10 เมกะเฮิร์ตซ 3 ใบ ราคาประมูลเริ่มต้น 4,600 ล้านบาท และ 15 เมกะเฮิร์ตซ 1ใบ ราคาประมูล 5,200 ล้านบาท
ขณะที่นายวิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหารเอไอเอส หนึ่งในคณะทำงานนัมเบอร์พอร์ทฯ กล่าวว่า เอกชนต้องการให้ขยายเวลาการดำเนินโครงการจาก 9 เดือนเป็น 15 เดือน ตามที่ได้ยื่นเรื่องขอไปก่อนหน้านี้ เพราะบริการดังกล่าวต้องการความแม่นยำของระบบหลังบ้าน ที่ต้องอาศัยการเชื่อมต่อระหว่างผู้ให้บริการแต่ละราย จึงต้องแน่ใจว่ามีความพร้อมจริง ก่อนจะเปิดให้บริการ ซึ่งจะส่งผลดีต่อผู้ใช้บริการได้มากกว่าการเร่งรีบเปิดแต่ให้บริการไม่ได้







