
แนะปรับกลยุทธ์ส่งออก
จัดระบบให้ชัดเจาะตลาดใหม่ รับมือวิกฤตศก.ยุโรปซึมยาว
จัดระบบให้ชัดเจาะตลาดใหม่ รับมือวิกฤตศก.ยุโรปซึมยาว
เอกชนแนะรัฐปรับกลยุทธ์หนุนส่งออก วางระบบเจาะตลาดใหม่รับมือวิกฤตยุโรป
นายสมมาต ขุนเศษฐ เลขาธิการ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า รัฐบาลจำเป็นจะต้องปรับกลยุทธ์การทำตลาดส่งออกของไทยให้มามุ่งเน้นกลุ่มตลาดใหม่ ได้แก่ อาเซียน อินเดีย รัสเซีย และตะวันออกกลาง ให้เป็นแบบแผนมากขึ้นกว่าปัจจุบัน ต้องกำหนดเป้าหมาย เน้นสินค้าที่ไทยมีศักยภาพในการเข้าสู่ตลาดใหม่ในแต่ละประเทศอย่างชัดเจน เพื่อเป็นฐานข้อมูลให้กับภาคเอกชนรับทราบ และปรับตัวให้เข้ากับกลยุทธ์ของบรัฐบาล จะได้มุ่งทำตลาดร่วมกันได้ง่ายขึ้น รวมทั้งจัดทำฐานข้อมูลรวบรวมข้อมูลที่สำคัญให้กับผู้ส่งออกได้ใช้ประโยชน์
ทั้งนี้ เพื่อรับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจยุโรปที่มีแนวโน้มจะซึมยาว และสร้างผลกระทบโดยตรงต่อภาพรวมการส่งออกของไทยอย่างมาก เพราะยุโรปยังคงเป็นตลาดหลักของสินค้าบางประเภท ขณะที่ตลาดสหรัฐยังไร้แววฟื้นตัวเช่นเดียวกัน ดังนั้นไทยจึงจำเป็นต้องมองหาตลาดส่งออกใหม่ ซึ่งอาจจะไม่เห็นผลกระตุ้นการส่งออกได้ในปีนี้ แต่ก็จะช่วยในเรื่องการส่งออกในปี 2556 ได้
“แหล่งข้อมูลสำคัญๆ อยู่ที่รัฐ แต่ยังไม่เป็นระบบฐานข้อมูลที่ดีพอในการส่งสัญญาณไปยังเอกชน โดยเฉพาะผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาด กลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี” นายสมมาต กล่าว
นอกจากนี้ หากพิจารณาจากตัวเลขส่งออก 6 เดือน (ม.ค.-มิ.ย. 2555) การที่จะมุ่งหวังให้การส่งออกไทยเติบโตได้ 15% คงเป็นไปได้ยาก โดยคาดว่าการส่งออกหากโตได้ในระดับ 8% ก็ถือว่าอยู่ในระดับที่สูงมากแล้ว
สาเหตุเนื่องจากเศรษฐกิจในประเทศคู่ค้า ทั้งยุโรป สหรัฐ และญี่ปุ่นยังไม่ฟื้นตัว ขณะที่ตลาดใหม่อย่างรัสเซีย อินเดีย รวมถึงอาเซียนก็ยังเติบโตไม่เต็มที่จะสามารถทดแทนตลาดหลักได้ ดังนั้นการส่งออกย่อมได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม แต่จะมากน้อยเพียงใดก็อยู่ที่การตั้งรับของเอกชนและรัฐบาล
นายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร ส.อ.ท. กล่าวว่า อุตสาหกรรมอาหารปีนี้ยังหวังที่จะโตตามเป้าหมายที่วางไว้ 6-7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากอาหารยังเป็นสินค้าจำเป็นและส่วนหนึ่งยังมีตลาดเอเชียเข้ามาเสริม
อย่างไรก็ตาม จากปัญหาวิกฤตยุโรปทำให้ลูกค้าเริ่มปรับเปลี่ยนการสั่งซื้อสินค้ามาเป็นระยะสั้น 1-2 เดือน แทนระยะยาว 6 เดือน-1 ปี เนื่องจากลูกค้าวิตกปัญหาเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนจะส่งผลต่อการประเมินทิศทางได้ยาก







