posttoday
คุมเข้มปล่อยกู้เอสเอ็มอี

คุมเข้มปล่อยกู้เอสเอ็มอี

27 กรกฎาคม 2555

กสิกรไทยเผยปรับลดวงเงินลง ไม่สนรีไฟแนนซ์หนีเหตุเสี่ยงสูง

กสิกรไทยเผยปรับลดวงเงินลง ไม่สนรีไฟแนนซ์หนีเหตุเสี่ยงสูง

กสิกรไทยสั่งคุมเข้มการปล่อยกู้แก่เอสเอ็มอี เหตุแบกรับความเสี่ยงจากเศรษฐกิจ ปรับลดวงเงินต่อหลักประกันลงมา

นายพัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ธนาคารได้เพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อแก่กลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีมากขึ้น เพื่อรองรับความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลก โดยอาจมีการลดวงเงินให้สินเชื่อต่อหลักประกันลงมา เช่น ลดจากเดิมเคยให้อยู่ 80% ของหลักประกัน ก็อาจลดลงเหลือแค่ 70% พร้อมหลีกเลี่ยงการเติบโตผ่านการรีไฟแนนซ์สินเชื่อ หรือลดแรงจูงใจลูกค้าด้วยการให้วงเงินสินเชื่อเกินหลักประกันลงมา

“เราพยายามให้วงเงินตามความจำเป็น หากลูกค้ามียอดขายโตจริงจะนำเงินไปซื้อเครื่องจักรขยายการผลิตเราก็ยังให้สินเชื่อตามปกติ แต่หากบางรายมาบอกว่าจะขยายโรงงาน ซึ่งเรามองว่าเป็นการโตเร็วเกินไปและไม่ถูกเวลา หรือบางรายเอาไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ เช่น ซื้อรถยนต์ ซื้อตึก ซึ่งไม่ก่อให้เกิดรายได้ ธนาคารก็ต้องอธิบายให้ลูกค้าเข้าใจว่าต้องปรับลดลงมา” นายพัชร กล่าว

ผู้บริหารธนาคารกสิกรไทยยอมรับว่าความเข้มงวดที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ มีลูกค้าบางส่วนขอรีไฟแนนซ์สินเชื่อออกไปบ้าง แต่เชื่อว่าจะมีจำนวนไม่มากนัก เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่อาจใช้วิธีไปเปิดบัญชีกับธนาคารอื่นเพิ่ม เพื่อขอวงเงินเพิ่มโดยที่ยังคงหลักประกันไว้กับธนาคารตามเดิม

สำหรับกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีกลุ่มผู้ส่งออก จากการสำรวจพบว่าขณะนี้เริ่มได้รับผลกระทบจากคำสั่งซื้อที่ลดลงบ้าง แต่ยังไม่ถึงขั้นเป็นหนี้เสีย มีเพียงการขอยืดหนี้เข้ามาบ้าง

“ภาคส่งออกตอนนี้ชะลอตัวชัดเจน โดยมูลค่าการส่งออกรวมของลูกค้าธนาคารในปีนี้เติบโตได้เพียง 10% จากที่ปกติเติบโตเฉลี่ย 20% อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าสินเชื่อเอสเอ็มอีในปีนี้จะยังเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ 11% เนื่องจากธุรกิจเอสเอ็มอีเติบโตอิงจากการบริโภคในประเทศและการใช้จ่ายของภาครัฐ โดยครึ่งปีแรกโตไปแล้ว 6%” นายพัชร กล่าว

นายพัชร กล่าวว่า ล่าสุดธนาคารได้ร่วมกับบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) จัดโครงการช่วยเหลือให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายใหม่เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ โดยที่ บสย.จะเข้ามาค้ำประกัน สินเชื่อให้แก่ธุรกิจเอสเอ็มอีในระยะเวลาไม่เกิน 7 ปี แบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ แบบมีหลักประกัน ด้วยวงเงินสูงสุด 4 ล้านบาท คิดดอกเบี้ยเอ็มอาร์อาร์ + 3% และแบบไม่มีหลักประกัน วงเงินสูงสุด 1 ล้านบาท คิดดอกเบี้ยเอ็มอาร์อาร์ + 5%

“ที่ผ่านมามีลูกค้าเอสเอ็มอีหน้าใหม่ สนใจใช้บริการสตาร์ตอัพโซลูชันของธนาคารกสิกรไทยถึง 7 หมื่นราย แต่ธนาคารปล่อยกู้ได้เพียง 700 ราย เพราะส่วนใหญ่ไม่มีหลักประกัน การที่มี บสย.เข้ามาช่วย จะทำให้สามารถขยายเงินกู้ในกลุ่มนี้ได้เพิ่มขึ้นจาก 60% เป็น 120-150% ขยายเวลาจาก 5 ปี เป็น 7 ปี พร้อมเปิดโอกาสให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมโครงการนี้อย่างน้อย 1,700 ราย คิดเป็นวงเงินสินเชื่อ 850 ล้านบาท” นายพัชร กล่าว

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ