
ศาลรับฟ้อง‘ทักษิณ’คดีโกงกรุงไทย
นัดพิจารณาครั้งแรก11ต.ค.นี้นพดลจ้ออดีตนายกฯไม่เครียด
นัดพิจารณาครั้งแรก11ต.ค.นี้นพดลจ้ออดีตนายกฯไม่เครียด
ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รับฟ้องคดี “ทักษิณ” และพนักงานธนาคารกรุงไทยทุจริตปล่อยกู้ให้กลุ่มกฤษฎามหานคร
ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 25 ก.ค. ให้ประทับรับคำฟ้องคดีหมายเลขดำที่ อม.3/2555 ที่นายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำเลยที่ 1 นายวิโรจน์ นวลแข อดีตกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย และบริษัทในเครือบริษัท กฤษดามหานคร กับพวกรวม 27 ราย เป็นจำเลย ในความผิดฐานเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทำให้เกิดความเสียหายแก่ธนาคารของรัฐ
ทั้งนี้ เป็นการทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การ หรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 ความผิด พ.ร.บ.การธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. 2505 ความผิด พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และความผิด พ.ร.บ.บริษัทมหาชน จำกัด พ.ศ. 2535 โดยศาลกำหนดนัดพิจารณาคดีครั้งแรก เพื่อสอบคำให้การจำเลยในวันที่ 11 ต.ค. 2555 เวลา 09.30 น.
ได้นายชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม ประธานแผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกา เจ้าของสำนวนคดีปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทย จำกัด ( มหาชน) พร้อมองค์คณะรวม 9 คน นัดฟังคำสั่งคดีหมายเลขดำที่ อม.3/55 ซึ่งมี นายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำเลยที่ 1, นายวิโรจน์ นวลแข อดีตกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย และบริษัทในเครือก บมจ.ฤษดามหานคร กับพวกรวม 27 ราย เป็นจำเลย ในความผิดฐานเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, ความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502, ความผิด พ.ร.บ.การธนาคารพาณิชย์ พ.ศ.2505 , ความผิด พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 และความผิด พ.ร.บ.บริษัท มหาชน จำกัด พ.ศ.2535
โดยศาลฎีกาฯ พิจารณาแล้วเห็นว่า คำฟ้องที่เสนอต่อศาล เป็นคดีที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มาตรา 9 (1)(2) พ.ร.บ.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2542 และคำฟ้องถูกต้องตามขอกำหนดเกี่ยวกับการดำเนินคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางเมือง พ.ศ.2543 ข้อ 8 จึงมีคำสั่งให้ประทับรับคำฟ้องไว้พิจารณาเพื่อมีคำพิพากษา โดยศาลกำหนดนัดพิจารณาคดีครั้งแรกเพื่อสอบคำให้การจำเลยในวันที่ 11 ต.ค.55 เวลา 09.30 น.
สำหรับคดีนี้มีการกล่าวหาว่า ผู้บริหารธนาคารกรุงไทยให้สินเชื่อกลุ่มบริษัท กฤษดามหานคร ที่มีสถานะอยู่ในกลุ่มลูกหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของธนาคาร เนื่องจากผู้อำนวยการฝ่ายกลั่นกรองสินเชื่อธุรกิจนครหลวง เคยจัดอันดับความเสี่ยงของกลุ่มกฤษดามหานครในอันดับ 5 คือ ไม่สามารถอนุมัติสินเชื่อให้ได้
อย่างไรก็ดี ธนาคารกลับอนุมัติสินเชื่อให้บริษัทในกลุ่มกฤษดามหานคร 3 กรณี คือ 1.การอนุมัติสินเชื่อให้บริษัท อาร์เค โปรเฟสชั่นนัล จำนวนเงิน 500 ล้านบาท 2.การอนุมัติสินเชื่อให้บริษัท โกลเด้น เทคโนโลยี อินดัสเทรียล พาร์ค วงเงิน 9,900 ล้านบาท (วงเงินไฟแนนซ์ 8,000 ล้านบาท วงเงินซื้อที่ดินเพิ่ม 500 ล้านบาท และวงเงินพัฒนาโครงการ 1,400 ล้านบาท) และ 3.การอนุมัติขายหุ้นบุริมสิทธิแปลงสภาพของกฤษดามหานครให้กับบริษัท แกรนด์ คอมพิวเตอร์คอมมูนิเคชั่น จำนวนเงิน 1,185,735,380 บาท ถือว่าผู้เกี่ยวข้องมีพฤติการณ์ร่วมกันหรือสนับสนุนการกระทำความผิดเป็นการกระทำโดยทุจริต เพื่อฟื้นฟูกิจการของกลุ่มกฤษดามหานครประโยชน์ส่วนตนกับพวก
นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถึงกรณีที่ศาลฎีกา รับฟ้องคดีปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทย จำกัด ( มหาชน) อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อดีตกรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงไทย และบริษัทในเครือของ บริษัทกฤษดามหานคร จำกัด (มหาชน) กับพวกรวม 27 รายว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ทราบเรื่องแล้ว ไม่กังวลอะไร เพราะไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการปล่อยกู้ ให้บริษัทกฤษดามหานคร อีกทั้งไม่มีหลักฐานอะไรที่ส่อไปถึงอดีตนายกฯถึงพ.ต.ท.ทักษิณ มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ธนาคารเป็นผู้ปล่อยเงินกู้เอง พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้สั่งการให้กู้ ขณะนั้นพ.ต.ท.ทักษิณ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเท่านั้น นอกจากนี้คดีนี้เกิดขึ้นหลังช่วงเกิดการปฏิวัติรัฐประหาร คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) มีเหตุจูงใจอยู่แล้ว







