
DTAC พร้อมประมูล 3G
นักวิเคราะห์ในตลาดมีมุมมองที่ดีขึ้นต่อหุ้นบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC)
โดย...เจียรนัย อุตะมะ
นักวิเคราะห์ในตลาดมีมุมมองที่ดีขึ้นต่อหุ้นบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) ที่มีความปลอดภัยจากกฎหมายการถือครองโดยต่างด้าว ภายหลังปรับโครงสร้างการถือหุ้นให้ “เบญจรงคกุล” เข้ามา และนโยบายจ่ายปันผลที่สูงขึ้น การปรับโครงสร้างครั้งนี้มีนัยสำคัญทำให้ DTAC มีความพร้อมเข้าประมูลใบอนุญาตโทร.มือถือระบบ 3G ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในไตรมาส 4 ปีนี้
บริษัท เทเลนอร์ เอเซีย (อาร์โอเอช) ผู้ถือหุ้นใหญ่ DTAC ตัดสินใจปรับโครงสร้างการถือหุ้นของบริษัท ไทย เทลโค โฮลดิ้งส์ (TTH) ซึ่งถือหุ้น DTAC ในสัดส่วน 23% เพื่อความปลอดภัยจากกฎหมายต่างด้าว
นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต ให้ความเห็นว่า การปรับโครงสร้างดังกล่าวไม่ได้เปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นของ TTH ใน DTAC
อย่างไรก็ตาม TTH ก่อนหน้าถูกกล่าวหาว่า เป็นบริษัทต่างชาติเนื่องจากถือหุ้นโดย เทเลนอร์ 80% (49% ถือหุ้นโดย เทเลนอร์ เอเชีย และ 31.2% ถือหุ้นโดยบริษัท โบเลโร) ได้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการถือหุ้น ช่วยให้ TTH หลุดจากความเสี่ยงกฎหมายการถือหุ้นของต่างชาติ ในขณะที่สัดส่วนการถือหุ้นของ ทเลนอร์ ใน DTAC ยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนักเนื่องจากมีการถือหุ้นเป็นระดับ 3 ขั้นตามที่แสดงในตารางด้านล่าง
บล.ธนชาต คำนวณเบื้องต้นว่าสัดส่วนการถือหุ้นของเทเลนอร์ใน DTAC (ทั้งตรงและอ้อม) อยู่ที่ระดับ 62% หลังการปรับโครงสร้าง TTH เทียบกับก่อนหน้าที่ 63% หากรวมสัดส่วนการถือหุ้นของฟินันซ่า 9.9% ใน TTH เป็นส่วนหนึ่งของเทเลนอร์
นี่ถือเป็นปัจจัยบวกเนื่องจากประเด็นการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างชาติที่ผ่านมาเป็นปัจจัยกดดันราคาหุ้น DTAC และเป็นที่กังวลของนักลงทุนเรื่องคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมการประมูล 3G
ราคาเป้าหมายของ บล.ธนชาต ซึ่งรวม 3G มีโอกาสปรับขึ้น 17% เทียบจากราคาหุ้นปัจจุบัน แนะนำ “ซื้อ”
นักวิเคราะห์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) วิเคราะห์ว่า แม้ว่าการปรับโครงสร้างการถือหุ้นครั้งนี้จะไม่ได้ช่วยเพิ่มกระแสเงินสดให้กับ DTAC แต่ก็ช่วยลดความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญเกี่ยวกับการเป็นนิติบุคคลต่างด้าว ดังนั้น DTAC ก็พร้อมแล้วที่จะสามารถประมูล 3G ที่คาดกันว่าจะเกิดขึ้นในไตรมาส 4 ปี 2555 นี้
สำหรับกำไรสุทธิ ไตรมาส 2 ปี 2555 ของ DTAC ถือว่าออกมาดีกว่าที่คาดเล็กน้อยเป็น 2,800 ล้านบาท ลดลง 6.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 5.6% จากไตรมาสแรก
ทางด้านการดำเนินงานมีความแข็งแกร่ง นำโดยการเติบโตของรายได้ VAS (Value Added Service) เติบโต 51% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (รายได้ด้านข้อมูลโตถึง 89%) ส่วนสาเหตุที่กำไรลดลงเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะส่วนแบ่งรายได้ที่บริษัทจ่ายเพิ่มขึ้น 5%
ด้านการจ่ายปันผลระหว่างกาลในรอบครึ่งแรกปีนี้ เป็น 2.27 บาท คิดเป็นอัตราการจ่ายปันผล (Payout Ratio) ที่ 92% นโยบายการจ่ายเงินปันผลล่าสุดคือ ขั้นต่ำ 80% จ่ายทุกไตรมาส แม้ว่าได้คำนึงถึงเงินลงทุน 3G ในอนาคตแล้วก็ตาม
บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส คงคำแนะนำ “ซื้อ” เพราะประการแรก ลักษณะธุรกิจไม่ผันแปรตามเศรษฐกิจนัก (Defensive Quality) ประการที่สอง ได้ประโยชน์สูงสุดจากการเปิดประมูล 3G ประการที่สาม คาดการณ์อัตราผลตอบแทนเงินปันผลปี 2555 เป็น 6.1% โดยมีสมมติฐานคือ อัตราการจ่ายปันผลเป็น 100% ประการที่สี่ ราคาปิดมีส่วนเพิ่มเทียบกับราคาพื้นฐานได้อีกถึง 25%
กำไรไตรมาส 2 ปีนี้ของ DTAC ต่ำกว่าที่ บล.ธนชาต คาดไว้ที่ 3,000 ล้านบาท แต่ค่อนข้างใกล้เคียงกับที่ตลาดคาด รายได้บริการที่ต่ำกว่าคาด และดอกเบี้ยจ่ายที่สูงกว่าคาด เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผลการดำเนินงานอ่อนแอกว่าคาด
การลดลงของกำไร 7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งที่รายได้เพิ่มขึ้น 10% มีสาเหตุหลักมาจากส่วนแบ่งรายได้ที่เพิ่มขึ้น 5% อัตรากำไรจากการดำเนินงานหดตัวลงจาก 22% ในไตรมาส 2 ปี 2554 มาอยู่ที่ 18%
กำไรที่ลดลง 6% จากไตรมาสก่อนมีสาเหตุหลักมาจากยอดขายที่ลดลง เนื่องจากปัจจัยฤดูกาลยอดขาย Handset ลดลงอย่างมากราว 25% จากไตรมาสแรก เนื่องจากฐานที่สูงในช่วงไตรมาสแรกจากความสำเร็จในการเปิดตัวไอโฟน 4
รายได้จากบริการเสริมยังคงเติบโตอย่างน่าประทับใจที่ 51% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 7% จากไตรมาสแรก ผลักดันโดยรายได้บริการข้อมูล รายได้จากการให้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile Internet) ปัจจุบันคิดเป็น 59% ของรายได้บริการเสริมรวม โดยเพิ่มขึ้นจากในช่วงไตรมาส 2 ปี 2554 ที่ 47% และ 56% ในไตรมาสแรก ปี 2555 เนื่องจากกำไรครึ่งแรกปีนี้ คิดเป็น 48% ของประมาณการทั้งปี จึงไม่เห็น โอกาสลดลงต่อประมาณการ
“เราคาดว่าความกังวลในเรื่องการถือหุ้นของคนต่างด้าวที่หายไป และนโยบายจ่ายปันผลที่ดีขึ้นน่าจะเป็นปัจจัยกระตุ้นราคาหุ้นที่ดีสำหรับ DTAC ซึ่งราคาหุ้น ต่ำกว่า ADVANC อย่างมากราว 13% นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน เราคาดว่าการซื้อขายที่มูลค่ากิจการต่อกำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคา (EV/EBITDA) ระหว่าง ADVANC และ DTAC น่าจะแคบลงและมีโอกาสปรับขึ้นต่อราคาเป้าหมายของเรา 17%” นักวิเคราะห์ บล.ธนชาต กล่าว







