
VIVA BRAZIL (4)
เราไปถึงโรงแรมที่พักซึ่งอยู่ระหว่างหาด Copacabana และ Ipanema ในเวลาตอนใกล้ค่ำแล้ว
โดย...ม.ลอัจฉราพร ณ สงขลา
หาด Copacabana/Ipanema
เราไปถึงโรงแรมที่พักซึ่งอยู่ระหว่างหาด Copacabana และ Ipanema ในเวลาตอนใกล้ค่ำแล้ว หลังจากจบการทะเลาะกับโรงแรม เนื่องจากการได้ห้องพักที่ไม่ได้ราคาที่ตกลงกันเหมือนกับที่จองไว้ใน Internet พวกเราก็ต้องจำยอมนำของขึ้นไปเก็บในห้องพัก อีกหนึ่งชั่วโมงต่อมาก็รวมกลุ่มกันออกเดินไปชายหาด Copacabana แล้วก็เดินลัดไปที่ชายหาด Ipanema
เดินเกาะกลุ่มกันแน่นเชียวค่ะ เพราะมีแต่คนเตือนเรื่องความปลอดภัยตลอดทาง จนทำให้พวกเราเหมือนกับจะมีอาการ Phobia อะไรสักอย่าง แต่คุณสามีผู้เขียนแปลกค่ะ เขาบอกว่าอยากโดนค่ะ เพราะจะได้รู้ว่าเป็นไง จะได้มีข้อมูลไปเขียนหนังสือและลงเว็บไซต์
Rio เป็นเมืองที่มีทั้งภูเขาหินขนาดใหญ่ ป่าที่ราบ และชายหาด มีการเจาะอุโมงค์ที่อยู่กลางเมืองให้รถแล่นลอดจากฝั่งหนึ่งไปอีกฝั่งหนึ่งของเมือง ถือเป็นเมืองที่มีลักษณะภูมิศาสตร์ที่เป็นตัวของตัวเองจริงๆ
Rio มีชายหาดอยู่เป็นช่วงๆ นับคร่าวๆ ก็ประมาณ 8 ชายหาด หากรวมความยาวของชายหาดทั้งหมดที่ Rio มีอยู่ก็จะยาวมากกว่า 70 กม. จึงไม่ต้องสงสัยนะคะ ว่าทำไมคนที่ Rio จึงมีชีวิตที่ผูกพันกับหาดทรายและทะเลอย่างเหนียวแน่น
บางคนทำงานเสร็จแล้วก็จะขึ้นรถเมล์ไปเดินเล่นที่ชายหาดหรือไปว่ายน้ำเล่นน้ำที่หาดก่อนกลับบ้าน
ว่ากันว่า ในหนึ่งอาทิตย์หรือในหนึ่งเดือนคนที่ Rio จะต้องไปชายหาดหนึ่งครั้งหรือหลายครั้ง
คำว่า Beach Life กับคำว่า Rio de Janeiro เป็นคำที่มาด้วยกันอย่างแยกไม่ออกค่ะ
คนที่ Rio จึงแต่งตัวกันสบายๆ ใส่เสื้อยืดนุ่งกางเกงขาสั้นใส่รองเท้าแตะเดินกันทั่วไป คล้ายๆ กับที่ Sydney หรือแถว Santa Monica ซึ่งเป็นการแต่งตัวแบบพร้อมจะไปชายหาด
การแต่งตัวไปทำงานบางคนใส่ชุดว่ายน้ำเป็นชุดชั้นในไปเลย พอเลิกงานแล้วปั่นจักรยานไปหาดปลดตะขอหรือรูดซิปชุดที่ใส่ข้างนอกออกแล้วกระโดดลงน้ำได้ทันที
ร้านค้าในเมือง Rio มีอุปกรณ์ว่ายน้ำ เสื้อผ้า เครื่องสำอางดูแลและถนอมผิวจากแดด น้ำ ลม รังสีอัลตราไวโอเลต ฯลฯ ขายกันเกร่อ แต่ผู้คนใน Rio ก็ยังผิวหนังสีเกรียมคล้ำกันเป็นส่วนใหญ่
เพราะแดดที่นี่แรงจริงๆ ใครกลัวแดดกลัวลมอย่ามาเที่ยว Rio เลยค่ะ
ชายหาดที่สำคัญใน Rio ดังๆ ที่คนนิยมไปเที่ยวและได้รับการพูดถึงมากก็มี Copacabana, Ipanema, Botafogo, Leblon
หาดแต่ละหาดก็มีลักษณะต่างๆ กันไป เทศบาลได้จัดการอำนวยความสะดวกให้สอดคล้องกับลักษณะหาดเหล่านั้น
เช่น ที่ชายหาด Copacabana, Ipanema, Leblon ซึ่งเป็นหาดที่คนมาเที่ยวกันมาก เพราะอยู่ติดเมือง ก็จัดให้เป็นหาดสำหรับครอบครัวและพักผ่อนกันทั่วไป
ที่หาด Copacabana เทศบาลจะจัดพื้นที่ไว้ให้คนเล่นวอลเลย์บอลชายหาด ฟุตบอลชายหาด และมีเครื่องออกกำลังกายไว้ให้ พวกทหารก็มาวิ่งออกกำลังกันและคนมาเต้นแอโรบิกที่หาด Copacabana กันตั้งแต่เช้า
ส่วนที่ปลายแหลมของหาด Ipanema คลื่นจะแรง เพราะคลื่นจะบีบตัวเข้ามาในคุ้งน้ำ คนนิยมมาเล่นเซิร์ฟ มีเจ้าหน้าที่มาดูและช่วยพวกคนซึ่งอาจจมน้ำในส่วนนี้
เทศบาล Rio ถือว่าชายหาดทั่วไปเป็นหาดที่คนเที่ยวได้ทุกวัย จึงติดป้ายไว้ที่ริมหาดว่า คนมาเที่ยวชายหาดต้องใส่ชุดที่ปกปิดร่างกาย ก็หมายถึงห้ามแก้ผ้าอาบแดดหรือแก้ผ้าเดินบนชายหาดให้อุจาดตาประมาณนั้นแหละค่ะ
ถึงกระนั้น ในความเป็นจริงแม้จะห้ามไม่ให้ให้แก้ผ้าเดินบนชายหาดหรืออาบแดด แต่ชุดที่สุภาพสตรีแต่ละคนใส่มานั้นมันหวาดเสียวสุดๆ
มี GString เส้นเล็กๆ รั้งผ้าสามเหลี่ยมปิดน้องไว้แทบไม่มิดอ่ะค่ะ พวกผู้ชายที่ไปด้วยกันรวมทั้งคุณสามีผู้เขียนเดินหายแวบกันไปล่ารูปกันอย่างรวดเร็วเลยค่ะ ลองเข้าไปดูในอัลบั้มใน Facebook คุณจักรพันธุ์ ณ สงขลา สิคะ นั่นเป็นตัวอย่างเล็กน้อยที่เขาเก็บไว้ดูกับพรรคพวกน่ะยิ่งกว่านั้นค่ะ
เทศบาล Rio ก็เข้าใจค่ะ ส่วนคนใน Rio ส่วนหนึ่งต้องการจะใช้ชีวิตบนหาดให้ถึงใจหมายถึงอยากแก้ผ้าบนหาดไปเลย
เทศบาลก็จัดให้หนึ่งหาดเลยค่ะ ซึ่งเป็นหาดยาวอยู่ไกลลับหูลับตา คนเป็นที่เด็กคลานไปไม่ถึง ชื่อหาด Abrico เขาจัดให้เป็น Nude Beach ไปเลย
หาด Abrico ถือว่าเป็น Nude Beach ที่ขึ้นชื่อของ Rio de Janeiro
สื่อบอกว่าการแก้ผ้าอาบแดดบนหาด Abrico ปลอดภัยค่ะ เพราะตามริมหาด Abrico มีพืชจำพวกต้นอะกาเวและตะบองเพชรอยู่เยอะ ซึ่งเป็นแนวธรรมชาติที่ช่วยสร้างความปลอดภัยจากพวก Paparazzi ที่อาจรุกล้ำเข้าไปบนริมหาดไปถ่ายรูปพวกที่กำลังแก้ผ้าอาบแดด แต่พวกแก้ผ้าก็ต้องระวังหนามตะบองเพชรข่วนอวัยวะเอาด้วยเหมือนกัน
เสียดายที่ไม่มีใครในกลุ่มเราได้ไปแก้ผ้าที่นั่น http://www.brazilcultureandtravel.com/abrico.html คุณสามีผู้เขียนผู้ซึ่งชอบทำอะไรไม่ค่อยเหมือนมนุษย์ธรรมดาก็ยังไม่ไปแก้เลยค่ะ
แต่ถ้ามีเวลาอยู่ต่ออีกวันเขาคงไปค่ะ
ชายหาดของ Rio de Janeiro ถือเป็นสถานที่ทำรายได้ทางการท่องเที่ยวชิ้นใหญ่ให้กับประเทศค่ะ เพราะชายชาดที่นี่เที่ยวได้ทั้งปี โดยเฉพาะหาด Copacabana และ Ipanema นั้นถือเป็นชายหาดหลักซึ่งมีชื่อปรากฏอยู่ในเพลงและภาพยนตร์ซึ่งโด่งดังไปทั่วโลก โดยเฉพาะในการนับถอยหลังในวันปีใหม่นั้น Rio จัดให้มีการนับถอยหลังในการเข้าสู่ปีใหม่ที่หาด Copacabana มีคนประมาณ 2 ล้านคน มาฉลองกันที่หาด Copacabana และยิงพลุกันสว่างไสวถ่ายทอดไปทั่วโลก
ผู้เขียนเห็นคำขวัญที่เขียนไว้ใน Website และในหนังสือนำเที่ยว หรือแม้แต่ติดอยู่ในร้านอาหารที่ชายหาดว่า
“Beaches are to Rio what cafes are to Paris”
“ถ้าหากเป็นชายหาดต้องไป Rio ถ้าหากเป็นร้านกาแฟต้องไป Paris” ประมาณนั้นค่ะ
คำพวกนี้ไม่ว่าคิดสร้างขึ้นมาเองหรือมีใครคิดขึ้นมาให้ก็ตามที แต่มันเป็นคำที่มีพลัง เพราะมันช่วยสร้างค่านิยมและช่วยดึงให้คนมาเที่ยวชายหาดที่ Rio กันอย่างเข้าท่าค่ะ
อยากแนะนำให้บ้านเราพยายามปั่นคำพวกนี้ไปออกสื่อต่างประเทศให้ติดปากบ้างค่ะ
ธุรกิจที่อิงแอบอยู่กับชายหาด Rio de Janeiro ที่ยาวรวมกันประมาณ 70 กม. สร้างอาชีพให้คนมากมายและทำรายได้มหาศาลให้กับบราซิล
คุณสามีผู้เขียนเป็นพวก The Explorer ค่ะ พอไปถึงหาด Ipanema เห็นอะไรขวางหน้าเขาซื้อมาลองหมด ไม่ว่าจะเป็นมะพร้าว ข้าวโพดต้ม ขนมตามรถเข็นทุกชนิด Cocktail ชื่อ Caipirinha ซึ่งเป็นเครื่องดื่มคู่บ้านคู่เมืองบราซิล
ซื้อมาแล้วก็ชิมกันอย่างไหนที่กินไม่ลงก็โยนทิ้ง
กลับมาถึงโรงแรมเขาโหลดรูปและพิมพ์ข้อมูลเข้าใส่คอมพิวเตอร์ไว้หมด มะพร้าวลูกละเท่าไหร่ ข้าวโพดต้มฝักละเท่าไหร่ ขนมมันสำปะหลังกวนชิ้นละเท่าไหร่ Caipirinha Cocktail มีอะไรผสมกันบ้าง ทำอย่างไรรสชาติเป็นอย่างไร แก้วละเท่าไหร่ ฯลฯ
แต่ที่ผู้เขียนตกกะใจมาก คือ ที่คุณสามีไปซื้อมะพร้าวราคาลูกละ 5 เรียล หรือประมาณ 80 บาท
ที่บราซิลกินมะพร้าวแก่ค่ะ น้ำมะพร้าวก็ไม่หวานอีกต่างหาก
ซึ่งในจำนวนเงินเดียวกันนี้ผู้เขียนสามารถซื้อมะพร้าวอ่อนที่รถกระบะเจ้าประจำที่เมืองไทยได้ตั้ง 56 ลูก
ถ้าไม่เห็นว่าเดินดูดน้ำมาแล้ว จะให้เอาไปคืนค่ะ
(อ่านต่อวันอังคารหน้าค่ะ)







