posttoday
กำไรธนาคารดีเกินคาด

กำไรธนาคารดีเกินคาด

24 กรกฎาคม 2555

ข่าวการเพิ่มทุนของ PTTEP เมื่อเย็นวันศุกร์ หลังปิดตลาดทำเอาตลาดวานนี้เปลี่ยนจากภาพที่ดูดีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมากลายเป็นดูแย่ลงสำหรับท่านที่เล่นหุ้นตามกราฟ

โดย...จิตรา อมรธนนม

ข่าวการเพิ่มทุนของ PTTEP เมื่อเย็นวันศุกร์ หลังปิดตลาดทำเอาตลาดวานนี้เปลี่ยนจากภาพที่ดูดีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมากลายเป็นดูแย่ลงสำหรับท่านที่เล่นหุ้นตามกราฟ ขณะที่ประเด็นในต่างประเทศพร้อมใจกันเป็นลบกันตั้งแต่ต้นสัปดาห์ จากเรื่องหนี้ในยูโรโซนที่กลับมาใหม่ หลังจากเมืองบาเลนเซีย (เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่อันดับ 3 ของสเปน) ขอเงินช่วยเหลือเพิ่มอีก 2,800 ล้านยูโร ภายในสิ้นปีนี้ และตามมาด้วยข่าวว่าอาจมีอีก 6 เมืองในสเปนที่ต้องการเงินช่วยเหลือเช่นกัน อย่างไรก็ตามดิฉันมองว่าปัจจัยต่างประเทศเป็นเพียงตัวประกอบ น้ำหนักหลักๆ ยังอยู่ที่ปัจจัยในประเทศ โดยเฉพาะเรื่องเพิ่มทุนของ PTTEP ซึ่งมองมุมที่ดี คือ อย่างน้อยก็มีความชัดเจนแล้วว่าเพิ่มทุนแน่ๆ จากที่เป็นข่าวในตลาดมาเป็นระยะ ตั้งแต่บริษัทเสนอซื้อ Cove Energy แข่งกับ Shell (ปลายเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา) แต่มุมที่ยังดูไม่ดีกับราคาหุ้น คือ ยังไม่มีความชัดเจนว่าราคาหุ้นเพิ่มทุนจะเป็นเท่าใด แม้ว่านักวิเคราะห์หลายสำนักจะให้ความเห็นว่า น่าจะอยู่ที่ราคาประมาณ 150-160 บาท ซึ่งราคาก็ลงมาบริเวณนี้แล้ว แต่ราคาหุ้นจะมีทิศทางที่ชัดเจนอีกทีก็จนกว่าจะทราบราคาหุ้นเพิ่มทุนที่แน่นอน ซึ่งจะกำหนดโดยวิธี Book Building หลังประชุมผู้ถือหุ้นวันที่ 24 ส.ค.นี้ก่อน

ดัชนีวานนี้ที่ปรับลงมา 23 จุด สิ่งที่ทำให้ใจชื้น คือ ปริมาณการซื้อขายถือว่าไม่มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงบ่ายที่ปกติจะมากกว่าช่วงเช้า แต่วานนี้กลับกัน นอกจากนี้ปริมาณการซื้อขายหลักๆ วานนี้กระจุกอยู่ในหุ้นเพียง 3 ตัว คือ PTT PTTEP CPF เท่านั้น หุ้นตัวอื่นถือว่าปรับลงตามตลาด มุมมองของตลาดในระยะสั้นอาจเสียหลักไปหน่อย แต่ไม่ใช่สิ่งที่น่ากังวล เพราะประเด็นผลประกอบการไตรมาส 2 ยังอยู่ในตลาด กลุ่มธนาคารเป็นกลุ่มที่รายงานกำไรไปแล้ว และเป็นกำไรที่ดีกว่าตลาดคาด คาดว่ากลุ่มอื่นก็มีโอกาสที่จะมีกำไรดีกว่าตลาดคาดเช่นกัน

วันนี้ตั้งใจจะเขียนเกี่ยวกับผลประกอบการของกลุ่มธนาคารที่รายงานไปครบแล้ว โดยธนาคารทั้ง 9 แห่งที่เราศึกษามีกำไรสุทธิรวมกัน 4.44 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากไตรมาสแรก และเพิ่มขึ้น 25% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ดีกว่าที่เราคาดประมาณ 7% และเป็นสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้ง โดยมีรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเป็นแรงส่งสำคัญ (เพิ่ม 5% จากไตรมาสก่อน และ 20% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน) โดยเฉพาะจากรายได้ด้านค้าเงินตราและธุรกิจประกัน และคาดว่าจะเป็นแหล่งรายได้ใหม่ที่มีความสำคัญมากขึ้นของธนาคารในระยะต่อไป ในขณะที่รายได้หลัก คือ รายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นในเกณฑ์ดี 4.8% จากไตรมาสก่อน และ 22% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน แม้ว่าค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยจะได้รับแรงกดดันจากการแข่งขันระดมเงินฝากและค่าใช้จ่ายเงินนำส่ง FIDF ที่เพิ่มขึ้นเป็นไตรมาสแรก แต่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิก็ยังเพิ่มขึ้นในเกณฑ์ที่ดีเช่นกัน

สำหรับการขยายตัวของสินเชื่อในไตรมาส 2 สินเชื่อเพิ่มขึ้น 3.1% จากไตรมาสก่อน และ 6.3% จากสิ้นปีที่ผ่านมา และต้องถือว่าดีค่อนข้างมาก เพราะปกติไตรมาสแรกและไตรมาส 2 เป็นช่วง Low Season ของการขยายตัวของสินเชื่อ ทั้งนี้ส่วนใหญ่นำโดยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ (TISCO และ KK มีสินเชื่อที่เติบโตแรงที่สุดในไตรมาสนี้) ในครึ่งปีหลัง เราคาดว่าสินเชื่อเพื่อการลงทุนจะกลับมาแรง ซึ่งทำให้เรายังคงเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อทั้งปีที่ 12%

แนวโน้มกำไรในครึ่งปีหลังยังมีแรงส่งที่ดีต่อเนื่อง โดยกำไรในไตรมาส 3 จะเริ่มมีแรงขับเคลื่อนสินเชื่อเพื่อการลงทุนมากขึ้น ส่วนค่าใช้จ่ายเงินฝากจะลดแรงกดดันลงจากการขยายเวลาคุ้มครองเงินฝากอีก 3 ปี และยังมีรายได้เงินปันผลจากวายุภักษ์

นักลงทุนที่ตามคอลัมน์นี้น่าจะทราบดีว่า FSS ได้แนะนำหุ้นกลุ่มธนาคารมาโดยตลอด ด้วยปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งของธนาคารจนสามารถฉีกตัวโดดเด่นออกมาจากภาพเศรษฐกิจโดยรวมได้ แต่จะแนะนำหุ้นตัวไหนก็แล้วแต่จังหวะ สำหรับระยะนี้หุ้นที่เราชอบที่สุด คือ KTB (ราคาพื้นฐาน 20.20 บาท) เนื่องจากกำไรไตรมาส 2 ที่โดดเด่นเกินคาด เรียกว่าม้านอกสายตา ในขณะที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นน้อยกว่ากลุ่มมาก นอกจากนี้ TISCO (ราคาพื้นฐาน 50 บาท) และ TCAP (ราคาพื้นฐาน 40 บาท) ก็ยังน่าสนใจ ส่วนธนาคารขนาดใหญ่ แม้เรายังชอบในปัจจัยพื้นฐาน แต่ราคาหุ้นปรับขึ้นมาค่อนข้างมาก จึงแนะนำให้รอจังหวะอ่อนตัวค่อยทยอยสะสม ซึ่ง Top Pick ของเรายังคงเป็น KBANK (ราคาพื้นฐาน 190 บาท)

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69