
ปตท.สพ.ส่งสัญญาณบุก
การประกาศเพิ่มทุนของบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) หรือ ปตท.สผ. จำนวน 650 ล้านหุ้น
โดย...เจียรนัย อุตะมะ
การประกาศเพิ่มทุนของบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) หรือ ปตท.สผ. จำนวน 650 ล้านหุ้น เมื่อวันศุกร์ที่ 20 ก.ค. 2555 ที่ผ่านมา เกิดขึ้นภายหลังมั่นใจว่าจะสามารถซื้อหุ้นโคฟ เอนเนอร์ยี บริษัทก๊าซธรรมชาติจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อังกฤษ ตามที่ประกาศเจตนารมณ์ไว้เมื่อ 5 เดือนก่อน
การประกาศเพิ่มทุนครั้งนี้เป็นการเพิ่มทุนครั้งแรกในรอบ 14 ปี นับตั้งแต่ปี 2541 ที่ ปตท.สผ. ใช้ช่องทางอื่นๆ ทุกรูปแบบทั้งกู้ ขายหุ้นกู้ไฮบริดบอนด์
“การประกาศเพิ่มทุนครั้งนี้ไม่อยากให้ผู้ถือหุ้นตกใจ เพราะเป็นการเพิ่มการเติบโตและได้สินทรัพย์ที่มีมูลค่าเพิ่ม” เพ็ญจันทร์ จริเกษม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่การเงินและบัญชีองค์กร ปตท.สผ. กล่าว
นับเป็นสัญญาณชัดเจนว่าจากนี้ไปหัวหอกด้านต่างประเทศของเครือ ปตท. เริ่มยุทธศาสตร์เชิงรุกในการบุกออกนอกประเทศ
“เทวินทร์ วงศ์วานิช” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ปตท. (PTT) ยืนยันว่าเป็นการรองรับการขยายธุรกิจแบบก้าวกระโดดในการเพิ่มกำลังการผลิตตามเป้าหมาย 9 แสนบาร์เรล เทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวันในปี 2563 โดยหวังว่าการเพิ่มทุนครั้งนี้จะระดมทุนได้ประมาณ 9.8 แสนล้านบาท เพื่อใช้ในการสำรวจ พัฒนา รวมทั้งการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ และขยายการลงทุนไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกในการหาแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ เพื่อเป็นการตอบสนองต่อการเพิ่มขึ้นของความต้องการใช้พลังงานของประเทศไทย
การเพิ่มทุนจำนวนดังกล่าวเป็นไปตามคาดหมายของนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี ที่ประมาณการไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะกดดันต่อฐานะทางการเงินของบริษัทในระยะสั้น เพราะมูลค่าซื้อบริษัทโคฟ เอนเนอร์ยี สูงถึง 6 หมื่นล้านบาท และจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนเพื่อพัฒนาโครงการนี้ในอนาคต เพื่อให้สามารถผลิตเชิงพาณิชย์ในปี 2561 จากราคาซื้อหุ้นโคฟ เอนเนอร์ยีที่หุ้นละ 240 เพนซ์ ที่จะทำให้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนของ PTTEP สูงขึ้นจาก 0.3 เท่าไตรมาสแรกปีนี้เป็น 0.6 เท่า
อย่างไรก็ดี “สุกิจ อุดมศิริกุล” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานวิจัย บล.ไทยพาณิชย์มีมุมมองว่าการถือหุ้นโคฟ เอนเนอร์ยี เป็นผลดีในระยะยาวจากปริมาณสำรองที่เพิ่มขึ้นและ บล.กรุงศรี เชื่อว่าจะเพิ่มปริมาณขายให้บริษัทตั้งแต่ปี 2561 ได้ไม่ต่ำกว่า 10% ต่อปี
อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นเพิ่มทุนยังไม่ถูกกำหนดโดยจะมีการสำรวจปริมาณความต้องการซื้อหุ้นจากผู้ลงทุนสถาบันทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ระดับราคาต่างๆ ซึ่งเป็นวิธีการที่มีความโปร่งใสและใช้กันอย่างแพร่หลายในการเสนอขายหุ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ การกำหนดจำนวนหุ้นสุดท้ายในการเสนอขาย บริษัทพิจารณาจากจำนวนเงินทุนที่ต้องการและราคาเสนอขายสุดท้าย
ดังนั้น จำนวนหุ้นเพิ่มทุนที่บริษัทต้องออกเพิ่มอาจไม่ถึงจำนวน 650 ล้านหุ้น แต่จะเป็นจำนวนที่ทำให้บริษัทได้รับเงินจำนวนประมาณ 9.8 แสนล้านบาท ซึ่งขึ้นกับราคาเสนอขายหุ้นที่จะได้มีการกำหนดต่อไป
ทั้งนี้ หากอ้างอิงราคาขายครั้งสุดท้ายจากราคาปิดของหุ้น PTTEP เมื่อวันศุกร์ที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา หุ้นละ 165.50 บาท คูณด้วยจำนวนหุ้นเพิ่มทุนทั้งหมด เท่ากับว่าเงินที่ ปตท.สผ. จะระดมทุนได้เท่ากับ 107,575 ล้านบาท
เพ็ญจันทร์ กล่าวว่า การเพิ่มทุนครั้งนี้จะทำให้ฐานะทางการเงินแข็งแกร่งต่อเนื่องไปอย่างน้อย 2 ปี และให้มีความพร้อมในการขยายการลงทุน ถ้าหากเจอกิจการที่ดีและยืนยันว่าการเพิ่มทุนไม่ได้เป็นผลจากการเข้าซื้อโคฟ เพราะมีเงินพร้อมแล้ว
นอกจากนี้ ก็จะมีหุ้นส่วนเกินไว้ส่วนหนึ่ง เพื่อดูแลราคาหุ้นที่เข้าซื้อขาย เพื่อให้ราคาหุ้นมีเสถียรภาพ
ด้านบริษัทแม่ ปตท. (PTT) ไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ อนุมัติให้ซื้อหุ้นจดทะเบียนของ PTTEP 403 ล้านหุ้น เพื่อรักษาสัดส่วนการถือหุ้นเดิมใน PTTEP ที่ 62.29% ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมดก่อนการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้ผู้จัดหุ้นส่วนเกินในราคาที่เสนอขาย
การเข้าซื้อโคฟ เอนเนอร์ยี จะทำให้ PTTEP เข้าสู่ตลาดแอลเอ็นจี ด้วยแผนพัฒนาโครงการโมซัมบิกระดับโลกที่แหล่งก๊าซแอฟริกา เริ่มด้วยแอลเอ็นจี 2 โครงการ (10 ล้านตัน) ในปี 2562 และขยายเป็น 3 โครงการ 15 ล้านตัน ในปี 2564
อย่างไรก็ตาม ผลการรับซื้อจะสิ้นสุดวันที่ 25 ก.ค.นี้ หากไม่มีบริษัทใดยื่นเสนอราคารับซื้อแข่ง และมีผู้ถือหุ้นโคฟมาเสนอขายให้ PTTEP บริษัทก็จะซื้อหุ้นโคฟได้ทั้งหมด โดยขณะนี้บริษัท โคฟ เอนเนอร์ยี ได้เร่งให้ผู้ถือหุ้นตอบรับคำเสนอซื้อของ PTTEP
การประกาศเพิ่มทุนเมื่อเย็นวันศุกร์ที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา ทำให้บรรดานักวิเคราะห์ในตลาดเชื่อว่าจะทำให้ราคาหุ้น PTTEP วันจันทร์ที่ 23 ก.ค. 2555 ร่วงลงไปประมาณ 20% ตามจำนวนหุ้นที่เพิ่มขึ้น







