posttoday
รัฐอุ้มสมผอ.ออมสินแถมเพิ่มอำนาจปล่อยกู้ล้นฟ้า

รัฐอุ้มสมผอ.ออมสินแถมเพิ่มอำนาจปล่อยกู้ล้นฟ้า

23 กรกฎาคม 2555

เมื่อวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา เป็นวันสุดท้ายในการปฏิบัติหน้าที่ของ เลอศักดิ์ จุลเทศ ในตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสิน

เมื่อวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา เป็นวันสุดท้ายในการปฏิบัติหน้าที่ของ เลอศักดิ์ จุลเทศ ในตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ปล่อยให้คณะกรรมการสรรหาที่คณะกรรมการธนาคารตั้งขึ้นมาหาคนมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสินคนใหม่

แต่ที่น่าแปลกใจก็คือ ในวันที่ 19 ก.ค. มีการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ธนาคาร ซึ่งวาระสำคัญที่ถูกบรรจุเข้าไป คือ การคืนอำนาจให้กับคณะกรรมการบริหารและผู้อำนวยการธนาคารออมสินทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปล่อยสินเชื่อ หรือเป็นเรื่องการบริหาร

เรื่องที่เข้าสู่การประชุมครั้งนี้ มีคณะกรรมการบางคนคัดค้าน โดยเห็นว่าน่าเกลียด เพราะเลอศักดิ์กำลังจะพ้นวาระงาน ดูเหมือนจะมีความตั้งใจจะสร้างความแตกต่างมากจนเกินไป และไม่ให้เกียรติผู้ที่กำลังจะไป

ทั้งนี้ เมื่อเดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว พรรณี สถาวโรดม ประธานกรรมการธนาคารออมสิน ปรับระเบียบโดยลดอำนาจ กรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ในการปล่อยสินเชื่อ จนเป็นเหตุให้ผลประกอบการของธนาคารตกต่ำ สินเชื่อปล่อยได้น้อยลงและมีกำไรน้อยลงด้วย

อย่างไรก็ดี เรื่องการเปลี่ยนตัวผู้อำนวยการธนาคารออมสินได้มีกระแสมาตั้งแต่มีการเปลี่ยนรัฐบาล โดยคาดว่าจะไม่มีการต่อวาระให้เลอศักดิ์ นั่งในตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสินอีกสมัย เพราะธนาคารของรัฐแห่งนี้เป็นมือไม้ที่สำคัญของรัฐบาลที่จะนำมาทำโครงการประชานิยมทางสังคมต่างๆ

แหล่งข่าวกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ทีมที่ปรึกษายิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้หารือกับคณะกรรมการของธนาคารออมสินเพื่อให้เห็นชอบผลักดัน วรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ให้มานั่งผู้อำนวยการธนาคารออมสินแทนเลอศักดิ์

การเดินสายหารือกับกรรมการธนาคารออมสิน ไม่มีกรรมการคนใดขัดข้องหรือติดใจที่จะให้วรวิทย์ นั่งในตำแหน่งดังกล่าว เพราะก่อนหน้านี้วรวิทย์ จะไปอยู่ที่ ธอส. ก็นั่งเป็นรองผู้อำนวยการธนาคารออมสินมาก่อน

“วรวิทย์ ได้รับการสนับสนุนจากทั้ง ยิ่งลักษณ์ และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แม้ว่าการรับสมัครผู้อำนวยการธนาคารออมสินจะเริ่มขึ้นในเดือนหน้า แต่เชื่อว่าวรวิทย์ จะได้เป็นผู้อำนวยการธนาคารสิน โดยไม่มีคู่แข่ง” แหล่งข่าว เปิดเผย

สำหรับ ธัชพล กาญจนกูล รองผู้อำนวยการและรักษาการผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ที่จะสมัครชิงตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสิน อาจมีปัญหาสมัครไม่ได้ เพราะกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง ที่มีส่วนเกี่ยวข้องนำเงินของธนาคารไปลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์จำนวน 1,200 ล้านบาท ในปี 2552 แต่มูลค่าลงทุนปัจจุบันเหลือ 400 ล้านบาทเท่านั้น

นอกจากนี้ หาก ธัชพล ลงสมัครผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ต้องออกจากการเป็นรักษาการ เพราะหากนั่งอยู่จะขัดกับระเบียบของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เพราะถือว่ามีผลประโยชน์ขัดแย้งกัน

ด้านวรวิทย์ ยืนยันว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดการรับสมัครผู้อำนวยการธนาคารออมสินคนใหม่ ยังพยายามทำงานที่ ธอส. ให้ดีที่สุด แต่ทราบว่าการบริหารภายในของธนาคารออมสินมีปัญหาความขัดแย้ง คนที่จะเป็นผู้อำนวยการคนใหม่คงต้องพยายามเข้ามาแก้ไขส่วนนี้ให้เร็วที่สุด

ขณะที่ ธัชพล กล่าวว่า ยังบอกไม่ได้ว่าจะลงสมัครผู้อำนวยการธนาคารออมสินหรือไม่ ต้องดูว่าหากมีการวางตัวคนมาเป็นผู้อำนวยการคนใหม่ ก็จะไม่ลงสมัคร ส่วนการจะถูกตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ก็พร้อมชี้แจงว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง เป็นการอนุมัติของคณะกรรมการและผู้บริหารชุดเก่า

สำหรับวรวิทย์นั้น เป็นที่รู้กันดีในวงการเงินว่ามีความใกล้ชิดกับ วราเทพ รัตนากร อดีต รมช.คลัง ที่อาจจะได้เป็น รมว.พาณิชย์ หรือ รมว.คลัง ที่จะมีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งใหม่นี้ ขณะที่พ่อตาของวรวิทย์ คือ ณอคุณ สิทธิพงศ์ ปลัดกระทรวงพลังงาน ที่เป็นคนเชียงใหม่ มีความใกล้ชิดกับ พ.ต.ท.ทักษิณ และเยาวภา วงศ์สวัสดิ์

กรณ์ จาติกวณิช อดีต รมว.คลัง กล่าวถึงกรณีที่ธนาคารออมสินมีการเปลี่ยนแปลงระเบียบธนาคารออมสินว่าด้วยการให้สินเชื่อ ว่า คิดว่าเป็นการปรับเพิ่มขึ้นกลับมาจากเดิมที่มีการปรับลดอำนาจลง เพราะคิดว่าคนบริหารไม่ใช่คนของตัวเองที่จะสั่งได้ แต่เมื่อมีคนของตัวเองเข้าไปแล้วจึงปรับอำนาจการบริหารให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม

“แต่ผมก็สงสัยว่า ที่ผ่านมากระทรวงการคลังไม่เคยกู้เงินจากออมสินมาก่อน สิ่งที่เป็นห่วงคือ เรื่องธรรมาภิบาลของผู้บริหาร เพราะในอดีตสมัยที่ นิพัทธ พุกกะณะสุต เป็นประธานกรรมการธนาคารออมสิน เคยมีการอนุมัติเงิน 375 ล้านบาทโดยพลการเพิ่มทุนให้แบงก์บีบีซี จนเป็นคดีฟ้องร้องอยู่ในศาล แสดงให้เห็นว่าเคยมีการใช้ธนาคารออมสินในทิศทางที่ไม่ถูกต้องมาก่อน ก็ต้องพึงระวังว่ามีแนวคิดอะไรที่จะใช้เงินออมประชาชนไปสนับสนุนโครงการใดหรือไม่” กรณ์ กล่าว

เป็นการออกเระเบียบในวันที่ 19 ก.ค.55 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายในการดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการธนาคารออมสินของนายเลิศักดิ์ จุลเทศ ซึ่งก่อนหน้านี้นายเลอศักดิ์ มีปัญหากับบอร์ดมาตอลด และมีความขัดแย้งกับ นางพรรณี สถาวโรดม ประธานกรรมการธนาคารออมสิน สิ่งที่รัฐบาลทำคือมีการปรับระเบียบโดยลดอำนาจ กรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ในการปล่อยสินเชื่อ มาปรับไปเป็นเหมือนเดิมตามที่มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 19 ก.ค. 55

&<2288;

แหล่งข่าว ยังกล่าวว่า นอกจากการเมืองวางตัวให้ นายวรวิทย์ เป็นผู้อำนวยการธนาคารออมสินแล้ว ยังวางตัว นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยคม อดีต กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย ให้เป็นกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย คนใหม่ ที่อยู่ระหว่างการสรรหาเช่นกัน


แปลกใจ “พรรณี” ปรับระเบียบออมสินกลับไปให้อำนาจเต็มผู้บริหารปล่อยสินเชื่อคลังไม่จำกัดวงเงิน ทันทีที่" เลอศักดิ์ "พ้นเก้าอี้ ผอ. เชื่อ เพิ่มอำนาจให้คนของตัวเอง หวังใช้ออมสินหนุนประชานิยมรัฐ ห่วง ผู้บริหารขาดธรรมาภิบาล ทำออมสินเสียหาย ย้อนอดีต “นิพัทธ” เคยอนุมัติเพิ่มทุนแบ๊งค์บีบีซี 375 ล้าน โดยพลการมาแล้ว หวั่นกลับสู่วังวนเดิม


นายกรณ์ จาติกวณิช อดีต รมว.คลัง กล่าวถึงกรณีที่ ธนาคารออมสินมีการเปลี่ยนแปลงระเบียบธนาคารออมสินว่าด้วยการให้สินเชื่อ ว่า เป็นการออกเระเบียบในวันที่ 19 ก.ค.55 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายในการดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการธนาคารออมสินของนายเลิศักดิ์ จุลเทศ ซึ่งก่อนหน้านี้นายเลอศักดิ์ มีปัญหากับบอร์ดมาตอลด และมีความขัดแย้งกับ นางพรรณี สถาวโรดม ประธานกรรมการธนาคารออมสิน สิ่งที่รัฐบาลทำคือมีการปรับระเบียบโดยลดอำนาจ กรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ในการปล่อยสินเชื่อ มาปรับไปเป็นเหมือนเดิมตามที่มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 19 ก.ค. 55


“ผมคิดว่าเป็นการปรับเพิ่มขึ้นกลับมาจากเดิมที่มีการปรับลดอำนาจลง เพราะคิดว่าคนบริหารไม่ใช่คนของตัวเองที่จะสั่งได้ แต่เมื่อมีคนของตัวเองเข้าไปแล้วจึงปรับอำนาจการบริหารให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่ผมก็สงสัยว่าที่ผ่านมากระทรวงการคลังไม่เคยกู้เงินจากออมสินมาก่อน สิ่งที่เป็นห่วงคือเรื่อง ธรรมาภิบาลของผู้บริหาร เพราะในอดีตสมัยที่นายนิพัทธ พุกกะณะสุต เป็นประธานกรรมการธนาคารออมสิน เคยมีการอนุมัตเงิน 375 ล้านบาทโดยพลการเพิ่มทุนให้แบ๊งบีบีซี จนเป็นคดีฟ้องร้องอยู่ในศาล แสดงให้เห็นว่าเคยมีการใช้ธนาคารออมสินในทิศทางที่ไม่ถูกต้องมาก่อน ก็ต้องพึงระวังว่ามีแนวคิดอะไรที่จะใช้เงินออมประชาชนไปสนับสนุนโครงการใดหรือไม่” นายกรณ์?กล่าว


อดีต รมว.คลัง กล่าวด้วยว่า จุดประสงค์ในการก่อตั้ง ธนาคารออมสินมีไว้ตอบโจทย์ความต้องการทางการเงินของประชาชนที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการธนาคารพาณิชย์ โดยเฉพาะเรื่องของสินเชื่อ รัฐบาลที่ผ่านมาใช้ธนาคารออมสิน ในการผลักดันนโยบายแก้หนี้นอกระบบและธนาคารประชาชนเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่มีรายได้น้อยให้เข้าถึงแหล่งทุน ดังนั้นธนาคารออมสินควรยึดหลักการนี้ คือมุ่งเน้นที่กรให้สินเชื่อกับผู้กู้ขนาดเล็กว่าต้องเป็นภารกิจหลัก ไม่ใช่สนับสนุนหน่วยงานรัฐ หรือ รัฐบาลที่ช่วยตัวเองได้อยู่แล้ว


“การเปิดช่องให้อำนาจเต็มที่ตามระเบียบที่ออกมาก็ขึ้นอยู่กับจริยธรรมของคนมีอำนาจว่าจะใช้อำนาจที่มีในมือเป็นประโยชน์ในการตอบสนองนโยบายประชานิยมของตัวเองหรือไม่ หรือตอบสนองความต้องการของพรรคพวก จนทำให้ธนาคารเเสียหายอย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว เราผ่านช่วงนั้นมามีการบริหารในลักษณะมืออาชีพมานานพอสมควร ผมไม่อยากให้เห็นธนาคารออมสินกลับเข้าสู่วังวนเดิม” นายกรณ์ กล่าว


อดีต รมว.คลังยืนยันด้วยว่า ในสมัยที่เขาเป็นรัฐมนตรี ไม่เคยมีหนังสือจากธนาคารแห่งประเทศไทยรายงานเกี่ยวกับความบกพร่องของนายเลอศักดิ์ ตามที่มีกระแสข่าวออกมา เพราะนายเลศักดิ์ไม่เคยมีปัญหากับแบ๊งค์ชาติ จึงเห็นว่าเป็นความพยายามที่จะใช้เป็นข้ออ้างทำให้เกิดความเสียหายเต่อนายเลอศักดิ์พื่อนำคนของตัวเองเข้ามาบริหารมากกว่า และอยากให้ให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่ถูกกล่าวหา หากผิดก็ดำเนินการ แต่ไม่ควรกล่าวหายลอย ๆ เพื่อทำลายชื่อเสียงของนายเลอศักดิ์


สำหรับนายนิพัทธ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการใน กยอ.ที่มีนายวีรพงศ์?รามางกูร เป็นประธาน และมีความใกล้ชิดเป็นอย่างยิ่งกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยเคยเป็นที่ปรึกษาให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ร่วมอยู่ในทีมเดียวกับ พันธุ์ศักดิ์ วิญญรัตน์ ซึ่งครม.เพิ่งแต่งตั้งให้เป็นประธานที่ปรึกษานโยบายนายกรัฐมนตรี ในยุคของนางสาวยิ่งลักษณ์ด้วย


ประวัติของนายนิพัทธที่น่าสนใจคือในปี 2543 ป.ป.ป.ชี้มูลความผิดว่า นายนิพัทธ ซึ่งในขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีกรมธนารักษ์ รับสินบนจาก บ.ซันเอสเตทจำนวน 30 ล้านบาท มีมติให้ดำเนินคดีอาญาและวินัยอย่างร้ายแรงฐานทุจริตรับสินบน ต่อมาเมื่อวันที่ 2 พ.ค. 43 อ.ก.พ.กระทรวงการคลังมีมติให้นายนิพัทธออก

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย