posttoday
เตรียมพร้อมก่อนลงสนามแข่ง "เออีซี"

เตรียมพร้อมก่อนลงสนามแข่ง "เออีซี"

17 กรกฎาคม 2555

ตีโจทย์ไทยเข้าสู่ยุคเปลี่ยนแปลง

ตีโจทย์ไทยเข้าสู่ยุคเปลี่ยนแปลง

โฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “เปิดมุมมองเศรษฐกิจไทยในกรอบอาเซียน” ว่า การรวมกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 นั้น ภาคธุรกิจไทยควรจะไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านเพื่อใช้โอกาสในเรื่องการลดต้นทุนการลงทุน เช่น ค่าแรง ทรัพยากร และวัตถุดิบ เนื่องจากข้อจำกัดด้านการลงทุนในประเทศไทยที่ค่าแรงสูงขึ้น

ขณะเดียวกัน สัดส่วนการลงทุนของต่างประเทศในประเทศไทยที่เคยเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย น้อยลงเช่นเดียวกัน เทียบกับในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งกำลังเป็นประเทศที่มีการเติบโตสูงมาก และมีประชากรมาก เช่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม โดยขาดแคลนแรงงานระดับมีฝีมือนับแสนคน และเมื่อเปิดการค้าเสรีในอาเซียน การขาดแคลนฝีมือแรงงานในระดับนี้จะรุนแรงขึ้น

“ในระยะต่อไปไทยจะขาดแคลนแรงงานระดับไม่มีฝีมือ โดยเฉพาะเมื่อประเทศเพื่อนบ้านมีการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ และในระยะอีกไม่นานแรงงานเหล่านี้ซึ่งมีอยู่ 2.53 ล้านคน มีแนวโน้มที่จะกลับประเทศ ทั้งพม่า เขมร และลาว” โฆสิต กล่าว

นอกจากนี้ “เออีซี” ยังมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจในระดับมหภาค 3 ด้าน คือ 1.ขนาดตลาดของคนไทย ที่ปัจจุบันไม่โต จากจำนวนหัวของคนไทย หรืออัตราการเกิดใหม่ที่ไม่เพิ่มขึ้นมากนัก เมื่อเทียบกับประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นๆ 2.ขนาดของแรงงาน ที่จะลดลง ซึ่งธุรกิจจะต้องมีการปรับตัวต่อวิกฤตแรงงาน ที่จะหาคนยากขึ้นในกลุ่มทำงาน, ค่าแรงที่แพงขึ้น และไม่มีฝีมือ 3.การออมของครัวเรือน ที่จะมีความสำคัญมากในอนาคต จากปัจจุบันอัตราการเจริญพันธุ์จำนวนเด็กที่น้อยลง มีจำนวนคนแก่เพิ่มมากขึ้น โดยคาดว่าในปี 2567 จะมีคนไทยอายุเกิน 65ปีขึ้นไป คิดเป็นสัดส่วราว 15% ของประชากรประเทศ และในอีก 12ปีข้างหน้าจะเพิ่มสัดส่วนขึ้นเป็น 22% ซึ่งจะกระทบเงินเฟ้อ และสังคมในเชิงคุณภาพที่เปลี่ยนไป คือ มีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น จากความจำเป็นในการดูแลตัวเองเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

ดังนั้น ทั้งสามเรื่องถือเป็นนโยบายเศรษฐกิจประเทศที่จะมีความสำคัญมาก ด้วยมีผลกระทบต่อทุกภาพรวมเศรษฐกิจ ทั้งการผลิต การจ้างงาน โดยเฉพาะการออมทรัพย์ ซึ่งจะสำคัญมากสำหรับทุกคนในประเทศไทย รวมถึงโครงสร้างทางสังคม จากผลกระทบด้านขนาดครัวเรือนที่เล็กลงตามลำดับ เช่น ในจีน ปัจจุบันมีขนาดครัวเรือน 3 คน และปัจจัยด้านอายุ(เอจจิง) การดูแลหลังวัยเกษียณ เป็นต้น

ขณะที่โจทย์ของประเทศไทย ที่สำคัญตอนนี้ คือ 1.การพัฒนาประเทศไทยอย่างไรในช่วงที่กำลังไปสู่ยุคเปลี่ยนแปลงจากโครงสร้างเดิม คือ คนงาน+ความรู้+ทุนต่างประเทศ ที่ผลักดันให้ไทยมีอัตราเติบโตภายใต้ ‘Growth Model’ ที่จะต้องตั้งคำถามว่า ประเทศไทยจะมีการเติบโตของ ‘โกรทธ์ โมเดล’ ในอนาคตเป็นในลักษณะใด และ 2.ภาระ (เงินเฟ้อ) จากบ้าน สังคม ผู้ด้อยโอกาส ผู้สูงอายุ ที่จะต้องวางแผนจัดการอย่างยั่งยืน

ดังนั้นอาจสรุปได้ว่า ความแตกต่างของการเป็นประเทศอาเซียนจะอยู่ที่ การประเทศแก่ หรือ หนุ่มสาว ด้วยการลงทุนในประเทศไทยจะถอยลงต่ำ จากขนาดแรงงาน ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่ง โกรทธ์ โมเดล ของไทยจะไปในทิศทางใดต้องมีการปรับปรุง โดยเฉพาะการสร้างจุดขายของไทยจะต้องมีของดี คือ ‘เน้นคุณภาพ’ โดยอะไรที่เน้นปริมาณ จะมีความสำคัญน้อยกับเรา เช่น การเป็นสนามบินที่มีคุณภาพ มีวิธีคิดเป็นแนวคุณภาพ เป็นต้น

nเร่งสร้างเครือข่ายเชื่อมโยง

ศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวในหัวข้อสรุปภาพรวมความคืบหน้าการเปิดเสรี “เออีซี” ว่า ภาพรวมเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว จากโลกาภิวัตน์ เทคโนโลยี ที่ผลักดันให้เกิดเสรีการค้าเศรษฐกิจอาเซียน ภายใต้กรอบใหญ่ องค์การการค้าโลก (WTO) ในหลักของการสร้างการแข่งขันเสรีและเป็นธรรม ซึ่งในปี 2555 นี้ ลาวจะเป็นประเทศสมาชิกล่าสุดของ WTO

ทั้งนี้หน่วยงานภาครัฐ จะต้องเปิดรับฟังจากหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อสร้างความผูกพันธ์ระหว่างรัฐกับรัฐ จากการที่การค้าโลกเปิดเสรีมีการพึ่งพากันมาก โดยในประเทศที่พัฒนาไม่ต้องการมีโรงงานมาก เพราะต้องการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งการเข้าสู่เออีซี จะมีความสำคัญกับ10ประเทศสมาชิก ทั้งในเรื่องของ ‘อาเซียน คอนเน็คทิวิตี’ และ ‘อาเซียน ซิงเกิล วินโดว์’ จากการนำระบบไอที เข้ามาเชื่อมระบบศุลกากรเพื่อความสะดวกรวดเร็ว ในการลดต้นทุน และทำการค้าได้มากขึ้น

ขณะที่ในปี 2558 ฐานของอาเซียนจะอยู่ที่ประเทศอินโดนีเซีย ในฐานะที่เป็นเลขาธิการอาเซียน ที่จากนี้ไปประเทศสมาชิกจะต้องสร้างข้อผูกพันทางเสาเศรษฐกิจที่เรียกว่า “อาเซียน บลูพรินต์” จากการที่นักลงทุนเกิดการย้ายฐานการลงทุนระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนได้ง่ายขึ้น จากมาตรการภาษีการลงทุน (บีโอไอ) ที่จะมีการเปรียบเทียบต้นทุน จากสภาวะแวดล้อมการลงทุนที่ทำได้ง่ายขึ้น

อย่างไรก็ตาม การแข่งขันจะทำให้สุขภาพดี แต่จะต้องสร้างเครือข่าย มีการเชื่อมโยงระหว่างกัน โดยเฉพาะในหน่วยงานรัฐ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงอุตสาหกรรม จะต้องบวกกัน เช่นเดียวกับในต่างประเทศ ซึ่งรวมกันระหว่าง 2 กระทรวงเพื่อความคล่องตัวและประสานการทำงานเชิงนโยบายเศรษฐกิจที่สอดคล้องกัน โดยปัจจุบันมีเพียง 3 ประเทศในอาเซียนที่แยก 2 กระทรวงดังกล่าวออกจากกัน คือ ไทย, กัมพูชาและ อินโดนีเซีย

ขณะที่ปัญหาแรกของไทยในเออีซี คือ 1.ภาครัฐไม่มีการพัฒนาเท่าที่ควร โดยเฉพาะการติดตามกฎของ WTO ที่ยังล้าหลังเนื่องจากไม่ได้พัฒนามาร่วม 10ปี ที่ยังมีความคลุมเคลืออซึ่งประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรมบริการ ที่ต้องแบ่งงานกันทำกับประเทศอื่น ซึ่งประเทศไทยมีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อน คือ ‘คนไทย’ ต้องมีการปรับความคิด(มายด์เซ็ท) โดยภาคเอกชนมีความสามารถในการปรับตัว ซึ่งภาครัฐไม่ควรไปถ่วง

nจี้ไทยต้องเร่งปรับตัว 6 ด้าน

อาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวในเรื่อง “เศรษฐกิจไทยพร้อมหรือยังรับมือเออีซี” ว่า ประเทศไทยมีความจำเป็นต้องเร่งพัฒนาในหลายๆ ด้านเพื่อรับการแข่งขัน ไม่เฉพาะในอาเซียนเท่านั้น แต่จากหลายๆ ประเทศที่มีข้อตกลงการค้ากับอาเซียน เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลี อินเดีย ซึ่งในขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสทางการค้าของไทยด้วย เพราะตลาดเปิดกว้างขึ้น

จากการที่รัฐบาลมอบหมายให้ สศช.ทำการศึกษาผลกระทบและโอกาสจากการเปิดเสรีอาเซียน ในการศึกษาเบื้องต้นพบว่าอุตสาหกรรมบางประเภทจำเป็นต้องย้ายฐานการลงทุนไปในอาเซียนเพื่อใช้แรงงานและวัตถุดิบ เปิดตลาดในประเทศนั้นๆ และการตั้งเขตเศรษฐกิจทวาย ทำให้ในอนาคตอันใกล้จะมีการย้ายการลงทุนของอุตสาหกรรมหนักบางประเภท

อย่างไรก็ตาม ในทุกอุตสาหกรรมจะไม่ได้ย้ายฐานไปที่ทวายทั้งหมด ซึ่งประเทศไทยมีอีสเทิร์นซีบอร์ด ซึ่งเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี อาหาร เหล็ก อิเล็กทรอนิกส์ การประกอบรถยนต์ ซึ่งจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อรองรับในด้านต่างๆ เช่น

1.ประเทศไทยต้องพัฒนาอุตสาหกรรมระยะต่อไป จากพื้นฐานอุตสาหกรรมที่มีอยู่คือ การดึงอุตสาหกรรมวิจัยและพัฒนาในทุกๆด้าน เข้ามาตั้งในประเทศไทย การพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การพัฒนาและเพิ่มมูลค่าของอุตสาหกรรมการเกษตร เช่นการผลิตสินค้าเกษตรออแกนนิกส์ (ปลอดสารพิษ) ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ จากสมุนไพรไทย การเพิ่มมูลค่าของข้าว มัน

รวมทั้งการเพิ่มมูลค่าของสินค้าในภาคบริการ เช่นการให้บริการเพื่อสุขภาพ และการลงทุนผลิตสินค้าที่เป็นมิตรกับสิงแวดล้อม เพราะในระยะ 520 ปี ข้างหน้า เรื่องสิ่งแวดล้อมจะถูกนำมาเป็นข้อกีดกันทางการค้ามากขึ้น สินค้าที่เป็นมิตรกับสิงแวดล้อม หรือ อุตสาหกรรมสีเขียน จะมีโอกาสในการเข้าถึงตลาดมากกว่า โดยเฉพาะในตลาดที่พัฒนาแล้วเช่นยุโรป และสหรัฐอเมริกา

นอกจากนี้ประเทศไทยต้องต่อยอดการผลิตจากอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ซึ่งต่อไปจะมีการพัฒนาเป็น ไบโอเคมิคัล อุตสาหกรรมที่ไทยที่มีความได้เปรียบ เช่นอุตสาหกรรมน้ำตาล ที่ต้องพัฒนาต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมสำเร็จรูปต่อไป อุตสาหกรรมรถยนต์ที่ต้องพัฒนาด้านการวิจัย การเร่งพัฒนาเทคโนโลยีที่สูงขึ้นสำหรับอุตสาหกรรมอิเลคทรอนิคส์ และ เครื่องใช้ไฟฟ้า อุตสาหกรรมก่อสร้าง และวิศวกรรม ที่รัฐบาลจะต้องส่งเสริมให้ไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น

2.การปรับตัวของอุตสาหกรรมที่ไทยเสียเปรียบ เช่น อุตสาหกรรมสิ่งทอ ซึ่งในส่วนของอุตสาหกรรมต้นน้ำของสิ่งทอ ประเทศไทยมีศักยภาพเช่น การผลิตผ้าผืน ฟอกย้อม ซึ่งมีการพัฒนาเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าพอสมควร แต่ในขั้นกลางเช่นการตัดเย็บเราเสียเปรียบด้านค่าแรง ซึ่งอาจจะต้องย้ายการลงทุนไปในประเทศอื่น อุตสาหกรรมยางพาราไทย ต้องเร่งพัฒนาเพิ่มมูลค่า เพราะในขณะนี้มีคู่แข่งมากขึ้นในการปลูกยางพาราเช่นลาว กัมพูชา

ขณะที่ อุตสาหกรรมเอสเอ็มอีเกือบทุกประเภทที่รัฐบาลต้องเข้าไปช่วยเหลือ เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ ส่วนที่ใช้แรงงานมากต้องย้ายไปชายแดนหรือในประเทศเพื่อนบ้าน บางส่วนต้องเปลี่ยนมาใช้เครื่องจักร เป็นต้น

3.การพัฒนาทางด้านโลจิสติกส์ เนื่องจากราคาน้ำมันมีความผันผวน จึงจำเป็นต้องปรับไปสู่ระบบรางให้มากขึ้น ให้เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น ขณะเดียวกันต้นทุนโลจิสติกส์ของไทย ใน 15 % ต่อจีดีพีนั้น จำนวน 7% มาจากต้นทุนการขนส่งทางถนน ภาย.ใน 3 ปีคาดว่าระบบรถไฟไทยจะสามารถเชื่อมโยงกับประเทศในอาเซียน ในกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขงได้ทั้งหมด รวมถึงการพัฒนารถไฟความเร็วสูงที่คาดว่าจะสามารถเริ่มก่อสร้างได้ในปีหน้า

4.การพัฒนาพลังงานทดแทน ให้มีการใช้มากขึ้นพึ่งพาพลังงานในประเทศมากขึ้น เพื่อลดการใช้น้ำมัน ส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม, 5. การเร่งพัฒนาทางด้านการอำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุน ประกอบด้วย การเร่งการใช้ระบบศุลกากร อาเซียน ซิงเกิล วินโดว์ การใช้ฮาโมไนซ์ ของระบบศุลกากร และการปรับระบบการขนส่งข้ามแดนโดยการตรวจปล่อยสินค้าร่วมกันสองประเทศ 

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69