posttoday
ปตท.หุ้นลงทุนยาว

ปตท.หุ้นลงทุนยาว

16 กรกฎาคม 2555

วิกฤตยูโรโซนได้ทำให้ราคาน้ำมันดิบทั่วโลกลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยปรับตัวลดลง 2529% จากจุดสูงสุดในเดือน ก.พ.มี.ค. 2555

โดย...เจียรนัย อุตะมะ

วิกฤตยูโรโซนได้ทำให้ราคาน้ำมันดิบทั่วโลกลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยปรับตัวลดลง 2529% จากจุดสูงสุดในเดือน ก.พ.มี.ค. 2555 ความกังวลที่ชะลอตัวมากขึ้นเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน และการผลิตน้ำมันทั่วโลกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ล่าสุดสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ปรับประมาณการความต้องการน้ำมันทั่วโลกว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 0.82 ล้านบาร์เรลต่อวัน น้อยกว่าที่คาดไว้เมื่อต้นปีที่ 1.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน

หุ้นน้ำมันยังน่าสนใจอีกต่อไปไหมในภาวะเช่นนี้

“สุรงค์ บูลกุล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท ปตท. (PTT) กล่าวว่า ราคาน้ำมันขณะนี้เริ่มปรับตัวดีขึ้น และเชื่อว่าในช่วงครึ่งปีหลังราคาน้ำมันจะสามารถฟื้นตัวกลับมาอยู่ในระดับเกิน 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เนื่องจากตลาดโลกยังมีความต้องการใช้ค่อนข้างสูง โดยเฉพาะในตลาดเอเชีย แต่เป็นช่วงใดนั้นประเมินยาก ขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาหนี้ในยุโรป

ผลการปรับตัวลดลงแรงของราคาน้ำมันดิบดูไบจากระดับ 120 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ไตรมาสแรก ปี 2555 สู่ระดับ 92 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลในเดือน มิ.ย. ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรของผู้ประกอบการโรงกลั่นน้ำมันของไทย อย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

“ชัยพัชร ธนวัฒโน” นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ไทยพาณิชย์ คาดว่า ผู้ประกอบการโรงกลั่นน้ำมันจะรายงานผลขาดทุนจำนวนมากถึง 1,3007,400 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2555 โดยเป็นการขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการโรงกลั่นยังต้องปรับมูลค่าสินค้าคงคลังลดลงตอนสิ้นไตรมาสตามเกณฑ์การประเมินสินค้าคงคลังตามราคาตลาด เพื่อการรายงานกำไรตามหลักระมัดระวังด้วย รายงานหลังนี้เป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสด ที่สามารถโอนกลับได้ในไตรมาส 3 ปี 2555 ถ้าราคาน้ำมันฟื้นตัวสู่ระดับประมาณ 95 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

หากตัดปัจจัยทั้งสองนี้ออกไป คาดว่ากำไรจากการดำเนินงานของผู้ประกอบการโรงกลั่นจะปรับตัวลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าเช่นเดียวกัน จากการที่ค่าการกลั่นพื้นฐานลดลง 13% จากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากค่าส่วนต่างราคา (Crack Spread) ของน้ำมันสำเร็จรูป (ยกเว้นน้ำมันเตา) ของผลิตภัณฑ์กลุ่มน้ำมันดีเซลและน้ำมันเครื่องบินได้รับผลกระทบจากความต้องการที่ลดลง และการผลิตที่เพิ่มขึ้นหลังจากโรงกลั่นในตลาดภูมิภาคกลับมาดำเนินการผลิตตามปกติภายหลังการหยุดซ่อมบำรุง

ทั้งนี้ แม้ว่า “สุรงค์” ยืนยันว่าผลงานครึ่งปีแรกของ PTT ออกมาดี กำไรยังโตกว่าปีก่อนหน้า และคาดว่าครึ่งปีหลังราคาน้ำมันฟื้นตัวกลับมายืนเหนือ 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลได้

“ผลประกอบการของบริษัทในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ออกมาดี โตมากกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา แม้ว่าธุรกิจปิโตรเคมีและธุรกิจโรงกลั่นจะได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับลดลง ทำให้มีขาดทุนสต๊อก แต่ผลประกอบการจากการดำเนินงานยังปกติดี จากความต้องการใช้น้ำมันที่ยังมีการเติบโตอยู่”

อย่างไรก็ตาม บล.ไทยพาณิชย์ คาดว่า กำไรไตรมาส 2 ของ PTT จะได้รับผลกระทบจากผลการดำเนินงานที่อ่อนตัวลงของโรงกลั่นน้ำมันด้วย เนื่องจากเป็นบริษัทแม่ของผู้ประกอบการโรงกลั่นน้ำมันของไทยส่วนใหญ่

“เราคาดว่า PTT จะรายงานกำไรรายไตรมาสต่ำสุดในไตรมาส 2 ปี 2555 และลดลงอย่างมากจากไตรมาสแรกที่มีกำไร 1.5 หมื่นล้านบาท และช่วงเดียวกันของปีก่อน”

เดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ราคาหุ้นบริษัทน้ำมันและก๊าซปรับตัวลดลงมาแล้วถึง 2124% ในไตรมาส 2 ปี 2555 แต่ “ชัยพัชร” เชื่อว่ายังไม่ถึงเวลากลับเข้าซื้อ เพราะแนวโน้มราคาน้ำมันไม่แน่นอนเนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอลง

อย่างไรก็ตาม หากนักลงทุนต้องการจะเข้าซื้อหุ้นในกลุ่มน้ำมันและก๊าซ เชื่อว่า PTT โดดเด่นที่สุด เนื่องจากมีกระแสเงินสดที่มีเสถียรภาพจากธุรกิจก๊าซของ PTT ที่จะสามารถลดผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ผันผวนได้

นักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส แนะนำให้ทยอยสะสมหุ้นที่อิงกับตลาดโลก เน้นเฉพาะปิโตรเลียมโดย PTT เป็นหนึ่งในหุ้นที่แนะนำ เนื่องจากคาดว่าราคาหุ้นตอบรับผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2555 ที่อ่อนตัวแล้ว และคาดว่าหลังจากนี้หุ้นนี้มีโอกาสสูงที่จะกลับมาเป็นกลุ่มนำตลาด

นักวิเคราะห์ซิตี้กรุ๊ปยังคงแนะนำซื้อหุ้น PTT ที่แม้ว่าระยะสั้นจะได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ลดลง แต่ระยะยาวยังดูดีผลจากการที่แนวโน้มของบริษัทลูก บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) ที่ราคาก๊าซมีความยืดหยุ่นต่อราคาน้ำมันที่ตกต่ำ เพระราคาก๊าซแม้จะอิงราคาน้ำมัน แต่ลดลงในอัตราที่ช้ากว่าและจะมีปริมาณขายเข้ามาใหม่ในปีนี้จนถึงปี 2557

“เทวินทร์ วงศ์วานิช” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม ยังคงเป้าหมายการผลิตที่ 9 แสนบาร์เรลต่อวัน ในปี 2563 จากปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 3 แสนบาร์เรล เทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน คาดว่าในปีนี้ยอดขายจะเติบโต 10% จากปีก่อนที่มียอดขายประมาณ 1.7 แสนล้านบาท แต่ปี 2556 จะเติบโตมากกว่า 10% เนื่องจากแหล่งมอนทาราสามารถผลิตได้เต็มปี นอกจากนี้ ยังมีกำลังการผลิตจากแหล่งเวียดนาม 161 เข้ามาด้วย

ภารกิจที่ต้องดำเนินการจะต้องสอดคล้องกับนโยบายของ PTTที่ต้องการเน้นด้านเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและเน้นธุรกิจสีเขียว เพื่อให้องค์กรสามารถอยู่ได้อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ที่จะเข้าไปหาแหล่งพลังงานที่เข้าถึงยากในโครงการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโครงการเรือลอยน้ำในการผลิตก๊าซแอลพีจีเอ็นจีวีหรือเอฟแอลเอ็นจี ที่ได้สัมปทานแหล่งก๊าซธรรมชาติและเริ่มเข้าไปดำเนินการที่ออสเตรเลียแล้ว

ทั้งนี้ รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีในการขุดเจาะหาน้ำมันจากแหล่งออยล์แซนด์ ที่ปัจจุบันถือว่าเป็นแหล่งน้ำมันแหล่งใหม่ หลายประเทศให้ความสนใจเข้าไปลงทุน แต่การจะได้น้ำมันมาจะต้องมีการใช้เทคโนโลยีชั้นสูง ซึ่งขณะนี้ได้เข้าไปลงทุนในโครงการแคนาดา ออยล์ แซนด์ เคเคดี ที่ประเทศแคนาดาแล้ว

อีกทั้งเพื่อเป็นการแสวงหาแหล่งปิโตรเลียมให้ได้มากขึ้นอีก จำเป็นต้องเข้าไปลงทุนในการขุดเจาะหาปิโตรเลียมในแหล่งน้ำลึกมากขึ้น หรือที่ระดับความลึก 2 กิโลเมตรขึ้นไป ทำให้ต้องมีเทคโนโลยีชั้นสูงมารองรับเมื่อเทียบกับการขุดเจาะหาแหล่งปิโตรเลียมในอ่าวไทยที่มีระดับความลึกเพียง 200300 เมตรเท่านั้น

เทวินทร์ กล่าวอีกว่า ส่วนงบลงทุนในช่วง 5 ปี (2556-2560) คงจะต้องดำเนินการทบทวนใหม่ จากแผนเดิม (2555-2559) ที่กำหนดไว้ 357,996 ล้านบาท เพราะมีส่วนของการพัฒนาเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นมา ในขณะที่งบลงทุนด้าน Green จะต้องแยกออกมาให้ชัดเจน โดยในช่วงปลายปีจะทราบว่าปริมาณที่ใช้ในส่วนนี้จะเป็นเท่าไร

นอกจากนี้ จะต้องเพิ่มงบลงทุนในการรักษาระดับการผลิตปิโตรเลียมในประเทศ เนื่องจากแหล่งสัมปทานที่ร่วมกับบริษัท เชฟรอนฯ และแหล่งบงกช ในช่วง 10 ปีข้างหน้าจะหมดอายุ และปริมาณก๊าซค่อยๆ ลดลง ดังนั้นจึงต้องกลับมาคิดว่าจะสามารถรักษาระดับการผลิตได้อย่างไร เพื่อรักษาระดับการผลิตให้คงที่หรือเพิ่มขึ้นได้

ส่วนการพัฒนาแหล่งออยล์ แซนด์ เคเคดี ในแคนาดา กำลังการผลิตปัจจุบันอยู่ที่ 1.82 หมื่นบาร์เรลต่อวัน คาดว่าจะเพิ่มเป็น 4 แสนบาร์เรลต่อวันในปี 2558 ซึ่งแหล่งเคเคดีนับว่าเป็นแหล่งปิโตรเลียมขนาดใหญ่ มีปริมาณสำรองเป็นอันดับ 2 รองจากประเทศซาอุดีอาระเบีย

PTT ผูกขาดการผลิตและจำหน่ายก๊าซธรรมชาติในเมืองไทยที่รัฐบาลเพิ่งประกาศให้สร้างโรงไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ 5,400 เมกะวัตต์ ที่ใช้พลังงานจากก๊าซธรรมชาติเพื่อทดแทนโรงไฟฟ้าถ่านหินและนิวเคลียร์ตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นไป ที่จะทำให้มีความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติในระยะยาวที่จะส่งผลดีต่อกำไรของ PTT ไปด้วย

ล่าสุด PTT เพิ่งคว้าอันดับ 95 ของโลกจาก Fortune Global 500

“ไพรินทร์ ชูโชติถาวร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ PTT กล่าวว่า อันดับดังกล่าวขยับขึ้นจากอันดับที่ 128 ในปีก่อนหน้านี้ และเป็นบริษัทไทยเพียงบริษัทเดียวที่ติดอันดับ

ทั้งนี้ Fortune Global 500 เป็นนิตยสารด้านเศรษฐกิจการเงินที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ได้พิจารณาจากข้อมูลผลประกอบการและผลกำไร รวมถึงสำรวจความคิดเห็นของนักวิเคราะห์และนักธุรกิจชั้นนำทั่วโลกเพื่อประกอบการจัดอันดับ

ปี 2554 ที่ผ่านมา PTT มีรายได้จากผลประกอบการรวม 79,690 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 33% และผลกำไรรวม 3,456 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 31.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้านี้ ซึ่งผลประกอบการและอันดับที่ดีขึ้นแสดงถึงศักยภาพของ ปตท. ที่สร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานและสร้างความมั่นใจในระบบเศรษฐกิจของไทยให้แก่นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงสะท้อนได้อย่างชัดเจนว่า PTT ได้ก้าวไปสู่การเป็นบริษัทไทยข้ามชาติในระดับสากลอย่างแท้จริง

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ