
CENชิงซื้อฐานเศรษฐกิจ
ผู้ทำแผนฟื้นฟูเชิญลงแข่งคอมลิงค์สนใจทำธุรกิจสื่อ
ผู้ทำแผนฟื้นฟูเชิญลงแข่งคอมลิงค์สนใจทำธุรกิจสื่อ
กลุ่มลีนะบรรจง ลงชิงฟื้นฟูหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ตามคำเชิญผู้ทำแผน ขณะที่ผู้ถือหุ้นใหญ่เจ้าของเดิม ถือหาง “ศิริธัช โรจนพฤกษ์”
แหล่งข่าวจากเจ้าหนี้บริษัท ฐานเศรษฐกิจ เจ้าของหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า เจ้าหนี้รายใหญ่ของฐานเศรษฐกิจ ประกอบด้วย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ (บสก.) และกรมสรรพากร มีความเห็นร่วมกับบริษัท ซึ่งเป็นผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ ที่จะให้กลุ่มลีนะบรรจง ในนามของบริษัท แคปปิทอล เอ็นจิเนียริ่ง เน็ตเวิร์ค (CEN) เป็นผู้ร่วมทุนรายใหม่ตามคำเชิญของผู้บริหารแผน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ซึ่งรู้จักกับคนในตระกูลลีนะบรรจง จึงชวนเข้ามาร่วมทุน
ขณะที่นายวุฒิชัย ศรีวุฒิชาญ กรรมการผู้จัดการและผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัท ฐานเศรษฐกิจ ทายาท “สมศักดิ์ ศรีวุฒิชาญ” ผู้ก่อตั้งบริษัท ได้ดึงนายศิริธัช โรจนพฤกษ์ เจ้าของตึกฐานเศรษฐกิจและเจ้าของกิจการหลายกิจการ อาทิ บริษัท คอมลิงค์ บริษัท อีเทอเนิล เอนเนอยี (EE) ฯลฯ เข้าร่วมฟื้นฟูบริษัท
“ผู้บริหารแผนซึ่งเป็นอาของวุฒิชัย ได้คัดค้านและเชิญกลุ่มลีนะบรรจงเข้ามา เพราะต้องการรักษาธุรกิจและคนเก่าๆ ของฐานฯ ไว้ โดยคาดหวังว่าถ้ากลุ่มนี้เข้ามาแล้วจะได้ธุรกิจโฆษณาเข้ามาเยอะ เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีคอนเนกชันหลายภาคส่วน ตอนนี้ขึ้นอยู่กับว่ากลุ่มนี้จะเข้าร่วมหรือไม่ และเจ้าหนี้ส่วนใหญ่จะโหวตผ่านหรือไม่” แหล่งข่าวเปิดเผย
นายวุฒิชัย ลีนะบรรจง ประธานกรรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CEN และประธานกรรรมการบริหาร บริษัท เอื้อวิทยา (UWC) กล่าวว่า ได้ตอบตกลงกับผู้บริหารแผน หรือเจ้าหนี้ของหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจทางวาจาแล้วว่า มีความสนใจที่จะเข้าไปร่วมลงทุนในฐานเศรษฐกิจ เนื่องจากที่ผ่านมามีความสนใจในธุรกิจสื่ออยู่แล้ว อีกทั้งปัจจุบันสื่อมีความสำคัญมากกับสังคม ขณะเดียวกันฐานเศรษฐกิจถือเป็นสื่อที่มีประสบการณ์และความน่าเชื่อถือมานาน
“ผมแค่ตกลงทางวาจาไปว่ามีความสนใจที่จะเข้าไปร่วมลงทุน แต่ต้องมีการพิจารณาในรายละเอียดหรือเงื่อนไขอื่นประกอบด้วย เช่น อย่างน้อยต้องได้เป็นหนึ่งในคณะกรรมการ (บอร์ด) ของบริษัทด้วย ทำให้ตอนนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่าต้องการอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนเท่าไร ส่วนการเข้าไปลงทุนธุรกิจสื่อที่มีความแตกต่างจากธุรกิจหลักอย่างชัดเจน ซึ่งถ้าจะเอื้อประโยชน์กันได้ก็เป็นเพียงทางอ้อมเท่านั้น” นายวุฒิชัย กล่าว
ทั้งนี้ ภาพการเข้าไปลงทุนในฐานเศรษฐกิจจะมีความชัดเจนมากขึ้น หลังได้ไปดูรายละเอียดในแผนบริหารของเจ้าหนี้ มีการกำหนดเงื่อนไขการลงทุนที่ชัดเจน และมีการหารือกับผู้บริหารแผนหลังจากนี้อีก เพราะที่ผ่านมาเพิ่งมีการหารือร่วมกันเพียงครั้งเดียว หลังจากนี้จะส่งที่ปรึกษาการเงินเข้าไปตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สิน รวมทั้งศึกษาแผนการปรับโครงสร้างหนี้ก่อนตัดสินใจลงทุน







