
พาณิชย์ทบทวนราคาแนะนำ7เมนูฮิต
พาณิชย์เล็งทบทวนราคาแนะนำอาหารสำเร็จรูป หวั่นก๊าซหุงต้มปรับขึ้นดันต้นทุนพุ่ง แต่ไม่หวั่นเงินเฟ้อ
พาณิชย์เล็งทบทวนราคาแนะนำอาหารสำเร็จรูป หวั่นก๊าซหุงต้มปรับขึ้นดันต้นทุนพุ่ง แต่ไม่หวั่นเงินเฟ้อ
นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้มทั้งระบบภายในวันที่ 16 ส.ค.นี้ ว่า ได้สั่งการให้กรมการค้าภายใน (คน.) ศึกษาต้นทุนอาหารสำเร็จรูปแล้ว หากพบว่าได้รับผลกระทบอาจต้องทบทวนราคาแนะนำอาหารสำเร็จรูปใหม่ เนื่องจากราคาก๊าซแอลพีจีภาคครัวเรือนจะปรับขึ้นอีก 6-7 บาทต่อกิโลกรัม จากปัจจุบันกิโล กรัมละ 18.13 บาท
ทั้งนี้ ล่าสุดกระทรวงพาณิชย์ได้นำเสนอราคาแนะนำอาหารสำเร็จรูป 7 เมนูฮิต ได้แก่ ข้าวผัดหมู-ไก่ ข้าวราดกะเพราหมู-ไก่ ข้าวราดแกง 1-2 อย่าง ก๋วยเตี๋ยวหมู-ไก่ ข้าวไข่พะโล้ ข้าวไข่เจียว และโจ๊กหมู ราคา 20-30 บาท ยกเว้นภาคใต้ และในห้างสรรพสินค้า ให้บวกเพิ่มได้อีก 5 บาท ไปยังนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง พิจารณา
ขณะที่ผลกระทบด้านอื่นๆ และผลศึกษาผลกระทบต่ออาหารสำเร็จรูปนั้น กระทรวงพาณิชย์จะนำไปหารือกับนายกิตติรัตน์และกระทรวงพลังงานอีกครั้ง แต่เบื้องต้นเข้าใจว่าการดูแลนโยบายพลังงานจะต้องพิจารณาโครงสร้างทั้งระบบ ซึ่งการหารือจะนำเสนอเป็นข้อมูลผลกระทบปลายทางประกอบการพิจารณา ก่อนที่นโยบายดังกล่าวจะมีผลในทางปฏิบัติต่อไป
อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าการปรับราคาก๊าซหุงต้มจะไม่ทำให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นมาก เพราะมีสัดส่วนการคำนวณในเงินเฟ้อต่ำกว่าเมื่อเทียบกับค่าขนส่ง ค่ารถแท็กซี่ และราคาน้ำมัน โดยมั่นใจว่าเงินเฟ้อปีนี้จะขยายตัวในกรอบ 3.30-3.80%
ด้านการดูแลราคาสินค้าอื่นๆ ขณะนี้อยู่ในช่วงเวลาการขอความร่วมมือตรึงราคาสินค้าที่กำหนดสิ้นสุดเดือน ก.ย.นี้ ซึ่งจากการสำรวจของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ต้องการให้ขยายระยะเวลาการตรึงราคาสินค้าออกไปอีกเพื่อช่วยค่าครองชีพ
นายพงษ์ศักดิ์ อัสสกุล ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ยอมรับว่า การลอยตัวแอลพีจีทั้งระบบ จะส่งผลให้เอกชนปรับขึ้นราคาสินค้าตามต้นทุนที่สูงขึ้น รัฐบาล ต้องดูแลว่าสินค้าประเภทใดจะถูกกระทบมากที่สุด และออกมาตรการดูแล ไม่ให้ปรับขึ้นราคาสินค้าจนส่งผลกระทบต่อประชาชน







