posttoday
ซีเอสอาร์จัดการอย่างถูกต้องเกิดประโยชน์ชัดเจน (2)

ซีเอสอาร์จัดการอย่างถูกต้องเกิดประโยชน์ชัดเจน (2)

10 กรกฎาคม 2555

โดย...ริต้า ทัพภมาน

โดย...ริต้า ทัพภมาน

ประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการที่บริษัทได้ให้ความสำคัญกับ CSR พร้อมมีการจัดการได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ 2 ด้าน ที่ได้กล่าวไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้แก่ ประโยชน์ในการเพิ่มความสามารถทางการแข่งขันและสร้างจุดต่างในการตลาดที่ไม่เหมือนใคร และประโยชน์ในด้านการบริหารความน่าเชื่อถือ คงทำให้ผู้ประกอบการ เจ้าของธุรกิจได้ทราบอย่างคร่าวๆ แล้วถึงประโยชน์ที่เกิดขึ้นต่อองค์กรธุรกิจ

วันนี้ขอเสนอประโยชน์ของการให้ความสำคัญต่อความรับผิดชอบต่อสังคมอีก 3 ด้าน เพื่อให้เกิดความเข้าใจมากขึ้นดังนี้

ประโยชน์การจัดการความเสี่ยง ความซับซ้อนของเศรษฐกิจสมัยใหม่นำไปสู่ความเสี่ยงใหม่ๆ ที่ยากจะคาดเดา ดังนั้น การจัดการด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และธรรมาภิบาล จึงมีความสำคัญมากในการป้องกันปัญหาอันอาจเกิดจากความเสี่ยงที่ควบคุมได้ยาก ทั้งนี้เป็นเพราะเมื่อธุรกิจสามารถที่จะร่วมรับผิดชอบต่อสังคมได้โดยการร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มต่างๆ ในการพัฒนาชุมชน สิ่งแวดล้อม ฯลฯ ย่อมจะเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีและจะนำไปสู่ความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ซึ่งเมื่อเกิดสถานการณ์ต่างๆ ขึ้น โดยเฉพาะในภาวะวิกฤต ความเชื่อใจดังกล่าวย่อมก่อให้เกิดการสื่อสารทำความเข้าใจที่มีประสิทธิภาพและได้ผล เช่น ระหว่างธุรกิจ ผู้บริโภค และหน่วยงานกำกับดูแลต่างๆ ก่อนที่จะนำไปสู่การเผชิญหน้าหรือปัญหาอื่นๆ ที่เกินความควบคุมหรือการลงทุนในการพัฒนากระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพในเชิงสิ่งแวดล้อม ย่อมลดความเสี่ยงต่อปัญหาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอันเกิดจากความผิดพลาดต่างๆ ในกระบวนการผลิตได้อย่างดี

ประโยชน์ด้านการคัดเลือกและสร้างแรงจูงใจในการทำงานและรักษาพนักงานดีๆ ให้อยู่กับบริษัท จากการวิจัยในปี 1997 ในประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า 42% ของผู้ตอบแบบสอบถามจะพิจารณาประเด็นด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของบริษัทในการเลือกสมัครเข้าทำงาน และพนักงานในบริษัทก็ให้ความสนใจด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของบริษัท และใช้เป็นตัวตัดสินใจเลือกที่จะทำหรือเปลี่ยนไปทำงานกับบริษัทอื่นที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมมากกว่า ดังนั้น กิจกรรม CSR ของบริษัทย่อมจะส่งผลต่อความพึงพอใจของพนักงานด้วย

มิติหนึ่งของ CSR ก็คือการรับผิดชอบต่อคุณภาพชีวิตที่ดีและการแบ่งปันรายได้ที่ยุติธรรมของพนักงานในองค์กร ดังนั้น สวัสดิการหรือนวัตกรรมใหม่ๆ ในการจัดการทรัพยากรบุคคลย่อมส่งผลให้พนักงานมีแรงจูงใจที่จะทำงานให้ดีขึ้น อยู่นานขึ้น และชักชวนเพื่อนและผู้ใกล้ชิดเข้ามาร่วมงานกับองค์กรในที่สุด เช่น กรณีบริษัทผลิตของเล่นเด็กของไทย Wonder World Toy สามารถพัฒนากองทุนกู้ยืมแบบพิเศษเพื่อแก้ปัญหาหนี้เรื้อรังในหมู่พนักงานได้สำเร็จ ย่อมจะทำให้พนักงานลดการพึ่งพาแหล่งเงินกู้นอกระบบ และสร้างระเบียบวินัยการจัดการทางการเงินของตน ซึ่งย่อมเป็นการลดปัญหาต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตกับพนักงานเอง และย่อมจะส่งผลดีกับบริษัทในที่สุด

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเกิดขึ้นที่บริษัทค้าน้ำมันรายใหญ่ของโลกที่เสียชื่อเสียงจากการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดีหลังเกิดวิกฤต ปรากฏว่าหลังจากนั้นบริษัทไม่สามารถดึงดูดให้ผู้จบการศึกษาใหม่ๆ ที่มีความสามารถเข้ามาทำงานกับบริษัทได้ในช่วงปีที่เกิดวิกฤตเหตุการณ์ เนื่องจากความผิดพลาดในการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัท

ประโยชน์ด้านผลประกอบการและการเข้าถึงเงินทุน แต่เดิมนักลงทุนจะถูกมองว่าไม่มีศีลธรรม ไม่สนใจสิ่งแวดล้อมและสังคม แต่จากการวิจัยพบว่าไม่จริงเสียทั้งหมด จากงานเขียน “Build to Last” ของ James C. Collins และ Jerry J. Porras พบว่า สิ่งที่เป็นปัจจัยหลักในการแยกความแตกต่างระหว่างกลุ่มที่ประสบความสำเร็จบ้างบางครั้ง คือการที่บริษัทเหล่านี้มีเป้าหมายอย่างเป็นรูปธรรมที่ไกลกว่าการมุ่งแสวงหากำไร หรือมีนโยบายที่ชัดเจนด้านการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งสามารถนำมาเปรียบเทียบในเชิงมูลค่าได้ คือ เงินมูลค่า 1 เหรียญสหรัฐ ในปี 1926 ในบริษัทที่มีมิติร่วมรับผิดชอบต่อสังคมอย่างเป็นกิจจะลักษณะนำมาสู่ผลตอบแทนมหาศาลถึง 6,356 เหรียญสหรัฐ ในปี 1990

ในขณะที่บริษัทที่มุ่งเน้นเพียงกำไรเป็นหลักจะมีสถิติความสำเร็จแบบขึ้นๆ ลงๆ และไม่ประสบความสำเร็จในเชิงรายได้สูงเท่าบริษัทกลุ่มแรก กล่าวคือ 1 เหรียญสหรัฐ ในปี 1926 นำมาสู่ผลตอบแทน 955 เหรียญสหรัฐ ในปี 1990 เท่านั้น

ในประเทศไทย ทั้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ต่างมีนโยบายที่จะขับเคลื่อนสนับสนุนให้เกิดการลงทุนที่รับผิดชอบต่อสังคมขึ้นในประเทศไทย ดังจะเห็นจากการที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจัดตั้งสถาบันธุรกิจเพื่อสังคม (Corporate Social Responsibility Institute : CSRI) ขึ้นในปี 2007 การสนับสนุนผ่านความพยายามที่จะพัฒนาดัชนีกิจการในตลาดหลักทรัพย์ที่รับผิดชอบต่อสังคม (SRI Index) หรือการส่งเสริมให้เกิดกองทุนการลงทุนที่รับผิดชอบต่อสังคม (SRI Funds) ย่อมแสดงให้เห็นว่าตลาดการเงินตลาดทุนของประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะพัฒนาขึ้นคล้ายในต่างประเทศที่ธุรกิจซึ่งรับผิดชอบต่อสังคมย่อมเข้าถึงแหล่งทุนและความสนใจของนักลงทุนได้มากขึ้น m

(อ่านต่อฉบับหน้า)

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ