
ซื้อหุ้นป้ายแดงอย่างไร ไม่ใช้เจ็บตัว
ขึ้นชื่อว่าของใหม่ ใครๆ ก็อยากได้ ทั้งเสื้อผ้าคอลเลกชันใหม่ รถใหม่ป้ายแดง บ้านใหม่มือหนึ่ง เพราะเราต่างมีความเชื่อกันว่า “ของใหม่ไฉไลกว่าเดิม”
โดย...สุรีรัตน์ สุรเดชะ
ขึ้นชื่อว่าของใหม่ ใครๆ ก็อยากได้ ทั้งเสื้อผ้าคอลเลกชันใหม่ รถใหม่ป้ายแดง บ้านใหม่มือหนึ่ง เพราะเราต่างมีความเชื่อกันว่า “ของใหม่ไฉไลกว่าเดิม” แต่เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าความคิดนี้จะถูกต้องเสมอไป
ตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจ คือ ปรากฏการณ์แห่จองซื้อหุ้น IPO (Initial Public Offering) หรือหุ้นใหม่ป้ายแดง ที่เปิดขายแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก หลายครั้งก็สร้างความดีใจให้กับนักลงทุน เพราะจองซื้อแล้วขายได้กำไร แต่บางครั้งก็ทำเอานักลงทุนน้ำตาตกใน เพราะต้องขายต่ำกว่าราคาจองซื้ออย่างไม่คาดฝัน จนนักลงทุนหลายคนต่างสงสัยว่าชื่อ IPO นี้อาจมาจาก It’s Probably Overprices หรือหุ้น IPO นี้แพงเกินไปหรือเปล่า???
หุ้น IPO ไม่ใช่ของวิเศษที่ใครจองซื้อมาแล้วจะได้กำไรเสมอไป แต่ก็ไม่ใช่จอมวายร้ายที่จะมาแย่งชิงเงินในกระเป๋าเราเช่นกัน ความจริงแล้วหุ้น IPO ก็เป็นเหมือนเพื่อนใหม่ที่เราควรทำความรู้จักจนแน่ใจ ก่อนตัดสินใจร่วมลงทุนไปด้วยกัน ดังนั้นก่อนที่เราจะตัดสินใจลงทุนในหุ้นใหม่ป้ายแดงสักตัว เราควรเรียนรู้วิธีคบเพื่อนใหม่ ว่าจะลงทุนกับหุ้นใหม่ป้ายแดงอย่างไร ไม่ให้เจ็บตัวกันค่ะ
สิ่งสำคัญอันดับแรก คือ การทำความรู้จักบริษัท เข้าใจธุรกิจ โดยควรศึกษาข้อมูลบริษัทผู้ออกหุ้น IPO ก่อนว่าทำกิจการอะไร ใครเป็นผู้บริหาร และภาพรวมของอุตสาหกรรมว่ามีโอกาสหรือความเสี่ยงอย่างไร ขั้นตอนต่อมาที่จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้แก่เงินลงทุนของเรา คือ การให้ความสนใจงบการเงินของบริษัท เพราะไม่มีอะไรที่จะสะท้อนฐานะทางการเงินและผลประกอบการในอดีตของบริษัทได้ดีไปกว่างบการเงิน โดยหากมองย้อนหลังกลับไปแล้วบริษัทไหนที่มีผลกำไรสม่ำเสมอ ก็น่าจะสบายใจได้มากกว่าบริษัทที่มีกำไรวูบขึ้นวูบลง
เมื่อทำความรู้จักบริษัทและประทับใจผลการดำเนินงานแล้ว ก่อนจะตัดสินใจซื้อหุ้นเราควรดูก่อนว่าราคาหุ้น IPO นี้แพงเกินไปหรือไม่ โดยดูได้จาก P/E Ratio ซึ่งคำนวณจาก “ราคาเสนอขาย” หารด้วย “กำไรสุทธิต่อหุ้นของปีล่าสุด” ซึ่งสะท้อนว่าผู้ลงทุนจะต้องจ่ายเงินซื้อหุ้นเป็นกี่เท่าของกำไรต่อหุ้น หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ บริษัทนี้จะใช้เวลากี่ปีจึงจะทำกำไรได้เท่ากับเงินทั้งหมดที่ผู้ลงทุนจ่ายเพื่อซื้อหุ้น ดังนั้นหุ้นที่มี P/E ต่ำ ย่อมถูกกว่าหุ้นที่มี P/E สูง ตัวอย่างหนึ่งที่ผู้ลงทุนต้องเจ็บตัวจากการมองข้าม P/E Ratio คือ กรณีหุ้น IPO ของบริษัท Social Network รายใหญ่ของโลก ซึ่งมี P/E Ratio สูงถึง 82 เท่า เทียบกับหุ้นตัวอื่นๆ ที่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีรายอื่นที่มีค่า P/E Ratio เฉลี่ยเพียง 17 เท่า จึงไม่น่าแปลกใจว่าหลังจากที่หุ้นตัวนี้เปิดซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เพียง 3 สัปดาห์ ราคาร่วงลงถึง 30%
ข้อมูลสำคัญอีกประการหนึ่งที่ผู้ลงทุนควรทราบ คือ การเสนอขาย IPO นี้มีส่วนของเจ้าของเดิมร่วมขายอยู่ด้วยหรือเปล่า และเป็นสัดส่วนที่สูงหรือไม่ หรือเป็นการออกหุ้นใหม่ทั้งหมด หากเป็นกรณีที่เจ้าของเดิมร่วมขายในสัดส่วนที่สูงมาก อาจทำให้ต้องกลับมาคิดว่าหุ้น IPO นี้มีราคาแพงเกินไปหรือไม่ เมื่อเทียบกับ P/E Ratio ของบริษัทอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกันที่ซื้อขายอยู่ในตลาดหลักทรัพย์
ท้ายสุดก่อนตัดสินใจซื้อหุ้น IPO อย่าลืมให้ความสำคัญกับวัตถุประสงค์การระดมทุน ซึ่งเป็นหนึ่งในสัญญาณก่อนการลงทุน เพราะหากบริษัทระดมเงินเพื่อนำไปใช้ชำระหนี้ ก็จะมีผลให้บริษัทลดภาระดอกเบี้ยจ่ายได้ แต่หากนำไปใช้เพื่อการลงทุนซื้อเครื่องจักร ขยายโรงงาน หรือการขยายตลาดใหม่ ก็น่าจะให้สัญญาณที่สดใสกว่าในระยะยาว เพราะแสดงถึงโอกาสในการเพิ่มยอดขาย สร้างรายได้ในอนาคต
ทั้งหมดนี้คือเคล็ดไม่ลับสำหรับนักลงทุนที่ชอบของใหม่ และข้อมูลสำคัญที่นักลงทุนจำเป็นต้องใช้ล้วนบรรจุอยู่ในหนังสือชี้ชวน ซึ่งจะช่วยเป็นไกด์นำทางการลงทุนของเราให้ปลอดภัย สบายใจมากขึ้น ดังนั้นก่อนตัดสินใจลงทุน อย่าลืมถามหาหนังสือชี้ชวนจากโบรกเกอร์ที่คุณใช้บริการ หรือที่เว็บไซต์ ก.ล.ต. ค่ะ (www.sec.or.th) เพราะ หากลงทุนโดยไม่เข้าใจเท่ากับเสี่ยงภัยโดยไม่รู้ตัว!!!







