
ศรีเมืองฯจ่ายน้ำท่วม4.2หมื่นล.
คลังอนุมัติเพิ่มทุน3พันล้านญี่ปุ่นถือหุ้นใหญ่เกือบ100%
คลังอนุมัติเพิ่มทุน3พันล้านญี่ปุ่นถือหุ้นใหญ่เกือบ100%
โตเกียวมารีนศรีเมืองฯ เผย 6 เดือนแรก จ่ายสินไหมน้ำท่วมแล้ว 4.2 หมื่นล้านบาท จาก 8.1 หมื่นล้านบาท
นายกรกฤต คำเรืองฤทธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายบัญชี ฝ่ายการเงิน และฝ่ายพัฒนาองค์กร บริษัท โตเกียวมารีนศรีเมืองประกันภัย เปิดเผยว่า 6 เดือนแรก บริษัทมีการจ่ายสินไหมทดแทนจากน้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปี 2554 แล้ว 4.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งเกินกว่า 50% ของสินไหมทดแทนทั้งหมดประมาณ 8.1 หมื่นล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นลูกค้าที่บริษัทเป็นผู้ร่วมรับประกันภัยกับบริษัทอื่น ซึ่งจะต้องรอบริษัทที่เป็นผู้นำในการรับประกันภัยเป็นผู้ตัดสินใจก่อน และอีกส่วนเป็นลูกค้าที่อยู่ระหว่างการเตรียมเอกสารหลักฐาน
“เราตั้งใจที่จะจ่ายให้เสร็จทั้งหมดภายในปีนี้ แต่เพราะเราไม่ใช่ผู้นำในการรับประกันภัย จึงไม่สามารถควบคุมได้ ต้องรอบริษัทที่รับประกันรายใหญ่ตัดสินใจ ส่วนที่เรารับความเสี่ยงไว้เองมีประมาณ 3,600 ล้านบาท จากสินไหมทั้งหมด 8.1 หมื่นล้านบาท” นายกรกฤต กล่าว
นายหลักชัย สุทธิชูจิต กรรมการผู้จัดการ บริษัท โตเกียวมารีนศรีเมืองฯ เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังและสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้อนุมัติให้บริษัท โตเกียวมารีนศรีเมืองฯ เพิ่มทุนจดทะเบียนอีก 3,000 ล้านบาท เป็น 3,020 ล้านบาท
ทั้งนี้ ผลจากการเพิ่มทุนดังกล่าว ทำให้โตเกียวมารีน แอนด์ นิชิโด ไฟร์ อินชัวร์รันส์ ที่ญี่ปุ่น ได้กลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ถือหุ้นในโตเกียวมารีนศรีเมืองประกันภัยกว่า 99% การเพิ่มทุนครั้งนี้ นอกจากเป็นการเพิ่มทุนเพื่อรองรับการดำรงเงินกองทุนตามความเสี่ยงแล้ว ยังเป็นการรองรับการขยายตัวของธุรกิจในอนาคตด้วยเช่นกัน
กลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมของ บริษัท โตเกียวมารีนศรีเมืองฯ ด้วย กลุ่มโตเกียวมารีน เตชะไพบูลย์ นิสเซ โดวา และ เสรฐภักดี
นายหลักชัย กล่าวว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้เบี้ยประกันภัยรับโดยตรงรวมกว่า 2,900 ล้านบาท หรือมีอัตราการเติบโตขึ้นประมาณ 42% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงระยะเวลาเดียวกันของปี 2554
สำหรับปีนี้ บริษัทได้ปรับปรุงกรมธรรม์ Smile 2 Plus Extra และ Smile 3 Plus Extra ซึ่งเป็นประกันภัยรถยนต์ชั้น 2 และชั้น 3 โดยเพิ่มความคุ้มครองภัยจากน้ำท่วม จากเดิมไม่มี โดยลูกค้าสามารถซื้อความคุ้มครองได้สูงสุด 5 แสนบาท ส่วนค่าเบี้ยประกันภัยเพิ่มขึ้นไม่มากนัก ยังอยู่ในพิกัดเดิมที่กฎหมายกำหนด







