
ทำไมออมเงินไม่สำเร็จ
มติคณะรัฐมนตรีที่เพิ่งจะอนุมัติขยายระยะเวลาการคุ้มครองเงินฝาก วงเงิน 50 ล้านบาทต่อบัญชี ออกไปอีกเป็นระยะเวลา 3 ปี จนถึงปี 2558 เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับสถาบันการเงิน และลดความได้เปรียบ เสียเปรียบ ระหว่างธนาคารของรัฐ และธนาคารพาณิชย์ รวมถึงหลังเกิดวิกฤตเศรษฐกิจในสหภาพยุโรป
มติคณะรัฐมนตรีที่เพิ่งจะอนุมัติขยายระยะเวลาการคุ้มครองเงินฝาก วงเงิน 50 ล้านบาทต่อบัญชี ออกไปอีกเป็นระยะเวลา 3 ปี จนถึงปี 2558 เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับสถาบันการเงิน และลดความได้เปรียบ เสียเปรียบ ระหว่างธนาคารของรัฐ และธนาคารพาณิชย์ รวมถึงหลังเกิดวิกฤตเศรษฐกิจในสหภาพยุโรป
ในฐานะผู้ฝากเงินเสมือนหนึ่งเป็นการ “ยกภูเขาออกจากอก” ทำให้หายใจ หายคอโล่งมากขึ้น แต่ก็อย่าเพิ่งประมาทเพราะการยืดการคุ้มครองเงินฝากก็คือ สัญญาณเตือนในการให้ทุกคนเตรียมพร้อมรับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเหมือนกับที่ธนาคารแห่งชาติหลายประเทศได้ดำเนินการกันมาก่อนหน้านี้เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ฝากเงิน
แน่นอนการคุ้มครองวงเงิน 50 ล้านบาท อาจจะไม่เกี่ยวข้องกับพนักงานเงินเดือนหรือผู้ประกอบการ SMEs รวมไปถึงข้าราชการ แต่การส่งสัญญาณเช่นนี้ถือว่าเป็นการเตือนภัยขั้นต้นให้ทุกคนเตรียมความพร้อมในการรับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจ ซึ่งวันนี้ได้ลุกลามไปถึงไซปรัส หลังจากที่กรีซ โปรตุเกส สเปน และโปรตุเกสต้องขอความช่วยเหลือด้านสภาพคล่องจากสหภาพยุโรปผ่านกองทุน EFSF/ESFM ไปก่อนหน้านี้ ประกอบกับเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มปรับสูงขึ้น จากนโยบายผ่อนคลายทางการเงินของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจหลัก แต่การเติบโตทางเศรษฐกิจภายในประเทศกลับอยู่ในช่วงที่ต้องระมัดระวังอย่างมาก (ล่าสุดเมอร์ริลลินซ์ คาดว่าผลกระทบจากวิกฤตในยุโรป ส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยอย่างแน่นอน โดยคาดว่าหากเศรษฐกิจยุโรปติดลบ 2.5% เศรษฐกิจไทย (GDP) จะอยู่ที่ 2%)
ฉะนั้นสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรจะดำเนินการก็คือ “การออม” วันนี้เราอาจจะต้องเปลี่ยนสำนวนใหม่ที่เคยเชื่อกันว่า “ออมก่อนรวยก่อน” มาเป็น “ออมก่อนก็ประกันความเสี่ยงได้ก่อน” เพราะอนาคตไม่มีใครหยั่งรู้ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น การออม จึงเป็นการป้องกันความเสี่ยงในยามยากไม่ว่าจะเป็นช่วงตกงาน เจ็บป่วย อุบัติเหตุ ฯลฯ คุณก็ยังอุ่นใจที่มีเงินออมเป็นมิตรเคียงข้าง
เมื่อการออมสำคัญขนาดนี้แต่หลายคนก็ไม่สามารถที่จะทำได้ด้วยหลายๆ ปัจจัย ซึ่งเราได้สรุปความล้มเหลวหรือความผิดพลาดในการออมได้ 3 ประเด็น คือ
1.การวางแผนที่ผิดพลาด เข้าทำนองรู้เราแต่ไม่รู้เขา หมายความว่ารู้ว่าตนเองจะออมเท่าไหร่แต่ไม่ได้ดูประเภทการออมว่าเหมาะสมหรือสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจในห้วงเวลานั้นหรือไม่โดยเฉพาะเรื่องเงินเฟ้อ ที่ส่วนใหญ่มักสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ทำให้เงินออมของเราแม้จะเพิ่มขึ้นแต่ก็ไม่ทันค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น รวมไปถึงการลงทุนที่ผิดพลาดในตลาดหลักทรัพย์ สิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อการออมอย่างเห็นได้ชัดและเป็นปัจจัยตัวแรกๆ
2.ความไม่มีวินัยทางการเงินของเราเอง ปัญหานี้เป็นปัญหาพื้นฐานมากแต่เราก็ไม่สามารถเอาชนะได้สำเร็จและบ่อยครั้งเรามักจะมีข้ออ้างว่า “เงินเดือนน้อย” หรือไม่มีเวลาไปแบงก์ รวมไปถึงความอยากได้ใคร่มีของเราที่ทำให้ไม่รู้จักพอเห็นสิ่งโน้นก็อยากได้ เห็นสิ่งนี้ก็อยากได้ จนเป็นที่มาของภาระหนี้สินทำให้การออมเกิดปัญหาอย่างแรงเพราะต้องนำรายได้จำนวนมากไปใช้หนี้ จนไม่สามารถออมได้ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นศัตรูตัวฉกาจในเรื่องการออม แต่ก็ยังไม่สายถ้าคุณจะกลับใจหันมาสร้างนิสัยการออมให้เสมือนกับนิสัยการนอนที่คุณต้องนอนทุกวันหรือนิสัยการกินที่คุณต้องบริโภควันละ 3 มื้อ ขอเพียงแค่เจียดเงินเพียง 10% จากรายได้รวมทั้งเดือนมาออมเชื่อว่าไม่เกินปีก็จะเห็นเงินเป็นกอบเป็นกำ
3.เหตุการณ์ไม่คาดฝัน สิ่งนี้เป็นปัจจัยอันยากที่ใครจะควบคุมไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ เจ็บป่วย ขึ้นโรงขึ้นศาล สิ่งเหล่านี้ยากที่จะควบคุมเช่น สมมติคุณขับรถยนต์บนถนนแม้คุณไม่ประมาทแต่ถ้าคนอื่นขับรถยนต์ด้วยความมึนเมา คุณก็อาจจะได้รับอันตรายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน เราเชื่อว่าไม่มีใครต้องการให้มันเกิดและถ้าเลี่ยงได้ก็จะพยายามแต่ในความเป็นจริงไม่มีใครรู้อนาคตล่วงหน้า เงินออมที่เก็บเอาไว้ก็อาจจะหมดไปกับการรักษาตัว ซ่อมรถยนต์
ศัตรูเงินออมทั้งสามย่อมไม่สามารถทำอะไรคุณได้ถ้าวางแผนอย่างถูกต้องชัดเจนเช่น เหตุการณ์ไม่คาดฝันคุณสามารถประกันความเสี่ยงได้ด้วยการทำประกันชีวิตหรือประกันอุบัติเหตุ สำหรับเรื่องความไม่มีวินัยทางการเงินคุณก็สามารถแก้ไขได้ด้วยการสร้างนิสัยการออม ส่วนการวางแผนการเงินสิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องมีมืออาชีพอยู่ข้างกาย
สำหรับผู้สนใจที่ปรึกษาทางการเงิน สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ ฝ่ายธนบดีธนกิจ ธนาคารเกียรตินาคิน โทร. 02-680-3333







