
1 ปีธุรกิจไทยโกออนไลน์เอสเอ็มอี1แสนเกิดกับกูเกิล
กูเกิล ประเทศไทย เผยผลสำรวจว่า 8 ใน 10 ของคนไทยค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตก่อนตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการ ขณะที่เอสเอ็มอีไทย มีเว็บไซต์สำหรับเผยแพร่สินค้าและบริการประมาณ 1 ใน 10 เท่านั้น นี่ยังไม่นับรวมถึงโอกาสในการสร้างตลาดต่างประเทศ ดังนั้น 1 ปีที่ผ่านมา กูเกิลจึงพยายามสร้างโครงการธุรกิจไทย โก ออนไลน์ เพื่อเป็นพี่เลี้ยงให้กับเอสเอ็มอีในการสร้าง “ตัวตน” บนโลกออนไลน์ เพราะเห็นแล้วว่าเกิดประโยชน์กับทุกฝ่าย
กูเกิล ประเทศไทย เผยผลสำรวจว่า 8 ใน 10 ของคนไทยค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตก่อนตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการ ขณะที่เอสเอ็มอีไทย มีเว็บไซต์สำหรับเผยแพร่สินค้าและบริการประมาณ 1 ใน 10 เท่านั้น นี่ยังไม่นับรวมถึงโอกาสในการสร้างตลาดต่างประเทศ ดังนั้น 1 ปีที่ผ่านมา กูเกิลจึงพยายามสร้างโครงการธุรกิจไทย โก ออนไลน์ เพื่อเป็นพี่เลี้ยงให้กับเอสเอ็มอีในการสร้าง “ตัวตน” บนโลกออนไลน์ เพราะเห็นแล้วว่าเกิดประโยชน์กับทุกฝ่าย
พรทิพย์ กองชุน ผู้จัดการฝ่ายการตลาดกูเกิลประเทศไทย กล่าวว่า ผู้ที่ได้รับประโยชน์อันดับแรกคือ เอสเอ็มอี เพราะจะได้สร้างเว็บไซต์ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายในปีแรก พร้อมผู้เชี่ยวชาญที่ให้การช่วยเหลือสนับสนุน ที่สำคัญคือ ลูกค้าไม่ได้ถูกจำกัดเพียงคนที่เดินเข้ามาในร้าน ไม่ว่าจะอยู่ที่แห่งไหน หากเข้าถึงอินเทอร์เน็ตก็สามารถเจอเว็บไซต์และเจอร้านค้าได้
หลังจากดำเนินโครงการมา 1 ปี มีเอสเอ็มอีเข้าร่วมโครงการกว่า 1 แสนราย และมีเว็บไซต์เกิดขึ้นใหม่แล้วกว่า 6 หมื่นเว็บไซต์ และพบว่า 6 ใน 10 รายยืนยันว่า สามารถลดค่าใช้จ่ายในการโปรโมต หรือ โฆษณา และสามารถเพิ่มยอดขาย พร้อมทั้งขยายการทำตลาดไปยังลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ที่คาดไม่ถึง และยังมีเครื่องมือจากพันธมิตร เช่น การทำอีคอมเมิร์ซผ่านธนาคารกสิกรไทย การจัดส่งสินค้าผ่านไปรษณีย์ไทย รวมถึงเว็บบิสในการสนับสนุนด้านพัฒนาเว็บไซต์ และเครื่องมืออื่นๆ จากกูเกิล เช่น กูเกิลเอกสาร กูเกิลแผนที่ และกูเกิล เทรดเดอร์
ฝ่ายที่ได้ประโยชน์ต่อมาคือ ประชาชนไทย สามารถค้นหาเปรียบเทียบข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการ การถูกค้นพบที่ง่าย มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ นำไปสู่การยกระดับคุณภาพและแข่งขันกันพัฒนามากขึ้น และแน่นอนว่าด้วยโลกออนไลน์ ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็สามารถซื้อสินค้าและบริการได้ ระยะทางไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป
ขณะที่ประโยชน์สำหรับประเทศไทย จะเป็นการสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ รู้หรือไม่ว่าการเพิ่มประชาคมธุรกิจทางออนไลน์ให้มากขึ้น จะเป็นการสร้างโอกาสการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ไม่สิ้นสุด เป็นการเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันในเวทีระดับภูมิภาคและในตลาดโลก ยิ่งในกลุ่มเอสเอ็มอีที่มีสัดส่วน 37% ของจีดีพี การสนับสนุนจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เพื่อรองรับการเปิดตลาดการค้าเสรีอาเซียน และจากการดำเนินโครงการมา 1 ปี ประเทศไทยถือว่าเป็นกรณีศึกษาภาคปฏิบัติที่ดีที่สุดในภูมิภาคนี้ และรัฐบาลต้องหันมาให้ความสนใจพร้อมมีนโยบายสนับสนุนมากยิ่งขึ้นอีก
พรทิพย์ กล่าวต่อไปว่า ทางกูเกิลเอง เป็นเว็บให้บริการค้นหาข้อมูลขนาดใหญ่เท่าโลก เป้าหมายคือต้องการเพิ่มข้อมูลให้มากที่สุด จากนั้นระบบจะทำการประมวลผลเพื่อแสดงข้อมูลให้ตรงกับที่ผู้ใช้ต้องการมากที่สุด ดังนั้น ประโยชน์ที่กูเกิลได้รับจากโครงการนี้ คือ การเพิ่มการเข้าถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์และเกี่ยวข้อง, มอบนวัตกรรมเฉพาะเจาะจงให้ไทย สนับสนุนการสร้างเนื้อหาในท้องถิ่น, และช่วยให้ธุรกิจไทยเข้าสู่ระบบออนไลน์และเติบโต
โดยเฉพาะการมีเนื้อหาท้องถิ่นเข้าสู่ระบบ ทำให้กูเกิลสามารถให้บริการข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวข้องกับการค้นหาของคนไทยได้มากขึ้น อีกทั้งโครงการนี้เป็นการลงทุนระยะยาวของกูเกิล ที่มองเห็นว่าประเทศไทยมีศักยภาพที่ดี ที่จะสร้างและพัฒนาระบบนิเวศทางออนไลน์ให้เกิดขึ้นและเติบโตได้ ต่อไปจะพัฒนาต่อยอดโครงการให้เว็บไซต์ของเอสเอ็มอีสามารถเข้าถึงได้ผ่านสมาร์ตโฟน เพื่อขยายฐานการเข้าถึงให้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เกิดขึ้นพบว่า 66% ของเอสเอ็มอี ขาดความรู้ความชำนาญในการทำตลาดบนออนไลน์จึงทำให้การใช้เว็บไซต์และเครื่องมือต่างๆ ไม่เห็นผลในทันที นอกจากนี้ยังมีอุปสรรค เรื่องการรับรู้ที่ไม่ถูกต้อง เช่น ค่าใช้จ่าย ความซับซ้อน เป็นจุดที่กูเกิลพยายามเร่งสื่อสารออกไป
สำหรับตัวอย่างเอสเอ็มอีที่สามารถเปิดเว็บไซต์สร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ได้สำเร็จและอาจเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้ประกอบการอื่นๆ ที่กำลังคิดและตัดสินใจอยู่ เจษฎาและจณัญญา เงางามดี เจ้าของเว็บไซต์ mymommade.in.th ร้านข้าวแกงออนไลน์ ที่แสดงให้เห็นว่าสามารถต่อยอดธุรกิจร้านข้าวแกงที่บ้าน มารับทำตามสั่งโดยมีหน้าเว็บไซต์เป็นเหมือนหน้าร้านเพิ่มช่องทางการเข้าถึง โดย 4 เดือนที่ผ่านมา มีรายได้เพิ่มขึ้น 1 แสนบาท และมีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เอสเอ็มอีอีกรายหนึ่ง วิรัตน์ พรเจริญโรจน์ ร้านฝ้ายซอคำ faisorkam.in.th ผลิตผ้าไทยและเทียนหอม ผ้าทอมือจากภาคเหนือ และอาศัยความสามารถเฉพาะตัวในการออกแบบลายผ้า เป็นจุดขายดึงลูกค้าต่างประเทศเข้าสั่งซื้อผ่านเว็บ เปิดหน้าร้านและเว็บไซต์เพื่อขยายตลาดให้กว้างขึ้น โดยได้รับการติดต่อจากต่างประเทศ ซึ่งการมีเว็บไซต์ เป็นการสร้างความน่าเชื่อถือ ที่สำคัญสามารถทำได้ง่าย ค่าใช้จ่ายน้อยและทำได้ด้วยตัวเอง
หรือแม้แต่ธุรกิจสังฆภัณฑ์ ร้านประภาศรี เว็บไซต์ thaitumboon.com จิรภัทร จิตรภาณุพงศ์ ใช้ความแตกต่างงานฝีมือกลุ่มแม่บ้านนำเสนอผ่านเว็บ เข้าหาลูกค้าใหม่
นี่คือความสำเร็จของช่องทางจำหน่ายผ่านเว็บไซต์ ที่เปิดโอกาสให้ขายได้ทั้งโลกด้วยต้นทุนต่ำที่เน้นความประณีตสวยงาม ใช้เว็บไซต์เป็นช่องทางส่งเสริมการขาย และทำให้ได้กลุ่มลูกค้าใหม่ๆ อีกมาย ทำให้รู้ว่า คนไทยไม่เคยห่างจากการทำบุญเข้าวัด เพียงแต่ต้องรู้จักสร้างการเข้าถึงให้เหมาะสมกับยุคสมัย
นี่คือตัวอย่างความสำเร็จของการใช้เว็บไซต์เป็นเครื่องมือ และโอกาสนี้ยังเปิดกว้างรอสำหรับทุกคน







