posttoday
มิติใหม่ของ ROH เพื่อนำพาให้ไทย ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางธุรกิจในอาเซียน

มิติใหม่ของ ROH เพื่อนำพาให้ไทย ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางธุรกิจในอาเซียน

15 มีนาคม 2553

....ยุทธศักดิ์ คณาสวัสดิ์

 

ปัจจุบันบริษัทข้ามชาติจะมีบริษัทลูกมากมายกระจายอยู่ในประเทศต่างๆ ซึ่งก่อให้เกิดความยุ่งยากหากจะบริหารและสั่งการโดยตรงจากสำนักงานใหญ่ ดังนั้น บริษัทข้ามชาติจึงมักตั้งสำนักงานใหญ่สำหรับภูมิภาค (Regional Headquarters RHQ) หรือสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค (Regional Operation Headquarters ROH) ขึ้นในประเทศใดประเทศหนึ่งเพื่อทำหน้าที่กำกับดูแล ควบคุม และให้บริการแก่บริษัทในเครือจำนวนมากที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคนั้นๆ

ปัจจุบันเป็นที่ทราบดีว่าสิงคโปร์แม้เป็นประเทศเล็ก แต่ได้พัฒนาตนเองจนกลายเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากมีจุดเด่นมากมาย เช่น กฎระเบียบที่เอื้ออำนวยต่อการดำเนินธุรกิจ ภาษีอากรอัตราต่ำ ประชาชนพูดภาษาอังกฤษได้ดี เสถียรภาพทางการเมืองอยู่ในระดับสูง โครงสร้างพื้นฐานดีเยี่ยม

ขณะเดียวกันการกระจุกตัวของสำนักงานภูมิภาคก็นับมีส่วนสำคัญในการสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจให้แก่สิงคโปร์เป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นธุรกิจต้องการแรงงานที่มีความรู้สูง อาทิ ด้านไอที การเงิน การตลาด ฯลฯ ทำให้กลายเป็นบริการมูลค่าเพิ่มสูง ทั้งยังส่งผลทางอ้อมให้สิงคโปร์เป็นศูนย์กลางของธุรกิจต่อเนื่องด้านอื่นๆ มากมาย เช่น โลจิสติกส์ ธนาคาร เทคโนโลยีสารสนเทศ ฯลฯ

สำหรับกรณีของประเทศไทย แม้ความจริงแล้วมีศักยภาพสูงมากในธุรกิจ ROH เนื่องจากเป็นประเทศน่าอยู่อาศัย ประชาชนมีอัธยาศัยดี ค่าครองชีพต่ำ ฯลฯ แต่ที่ผ่านมากลับเสียเปรียบประเทศอื่นๆ ค่อนข้างมาก ทำให้บริษัทข้ามชาติสนใจจัดตั้งธุรกิจ ROH ในประเทศไทยค่อนข้างน้อย เนื่องจากปัญหาหลายประการ

ประการแรก ประเทศไทยมีข้อจำกัดอย่างมากสำหรับการทำงานของชาวต่างชาติ แม้วัตถุประสงค์ของกฎระเบียบเป็นไปด้วยความหวังดี โดยเกรงว่าชาวต่างชาติจะมาแย่งงานคนไทย แต่สร้างความไม่สะดวกแก่ธุรกิจ ROH ซึ่งต้องมีพนักงานต่างชาติจำนวนมากเพื่อส่งไปติดต่อธุรกิจกับบริษัทลูกในประเทศต่างๆ

ประการที่สอง ภาษีอากรระดับสูง เช่น ภาษีเงินได้นิติบุคคลของไทยมีอัตราสูงถึง 30% ขณะที่ฮ่องกง 16.5% สิงคโปร์ 17% มาเลเซีย 25% รวมถึงอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ของไทยมีอัตราสูงสุด 37% ฮ่องกง 15% สิงคโปร์ 20% มาเลเซีย 26%

ประการที่สาม กฎระเบียบควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ก่อให้เกิดความไม่คล่องตัวแก่ธุรกิจศูนย์บริหารเงิน ซึ่งต้องรับผิดชอบให้บริการด้านการเงินแก่กิจการในเครือในต่างประเทศ

เพื่อแก้ไขปัญหาข้างต้น คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนได้พิจารณาเมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2552 และมีมติให้จัดตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาเสนอมาตรการส่งเสริมให้มีการลงทุนในกิจการปฏิบัติการภูมิภาค โดยมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง (นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์) เป็นประธาน โดยมีอนุกรรมการประกอบด้วยผู้แทนทั้งจากภาคราชการและเอกชน

คณะอนุกรรมการฯ ทุกท่าน โดยเฉพาะท่านประธานอนุกรรมการ คือ รมช.ประดิษฐ์ ได้ทุ่มเทดำเนินการตามภารกิจตามที่ได้รับมอบหมายอย่างมาก โดยได้จัดประชุมคณะอนุกรรมการฯ พร้อมกับสัมมนารับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชนเมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2553 ยิ่งไปกว่านั้น ต้องทำงานในลักษณะประสาน 10 ทิศกับหน่วยงานต่างๆ ที่มีความคิดเห็นแตกต่างกันจนตกผลึกคิดไปในทำนองเดียวกัน

จากนั้นได้นำเสนอคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเพื่อขอรับความเห็นชอบ นับเป็นการปฏิวัติครั้งใหญ่สำหรับธุรกิจ ROH ทั้งในส่วนของกรมสรรพากรที่ได้เสนอสิทธิและประโยชน์มากมาย ทั้งในส่วนการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 15 ปี แต่มีเงื่อนไขต้องใช้จ่ายในประเทศไทยอย่างต่ำปีละ 15 ล้านบาท หรือลงทุนไม่กว่าปีละ 30 ล้านบาท ซึ่งรายละเอียดกระทรวงการคลังจะแถลงในโอกาสต่อไป

ขณะเดียวกันธนาคารแห่งประเทศไทยก็ได้ผ่อนปรนหลักเกณฑ์ครั้งใหญ่สำหรับกิจการศูนย์บริหารเงิน (Treasury Center) ซึ่งจะเอื้ออำนวยอย่างมากทำให้ต่างชาติสนใจก่อตั้งสำนักงานประเภทนี้ในประเทศไทย อันจะส่งผลต่อเนื่องในการเอื้ออำนวยให้ไทยเป็นศูนย์กลางทางการเงินในภูมิภาค

ส่วนสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนก็ได้ผ่อนปรนหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการอนุมัติในด้านวีซ่าและใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าว พร้อมกับปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินการให้รวดเร็วขึ้นและลดเอกสารประกอบการยื่นคำขอลงให้เหลือเท่าที่จำเป็นเท่านั้น

การปรับปรุงครั้งนี้ได้รับการสนองตอบเชิงบวกเป็นอย่างมากจากภาคเอกชน ทั้งในส่วนของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย รวมถึงหอการค้าต่างประเทศในประเทศไทย ซึ่งนับเป็นกลไกขับเคลื่อนสำคัญไปสู่เศรษฐกิจฐานความรู้และมูลค่าเพิ่มสูงในอนาคต

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ