
ต่างชาติถอนกระตุ้นศก. คลังชี้จังหวะซื้อของถูก
โพสต์ทูเดย์
— คลังชี้วิกฤตเป็นโอกาสให้คนไทยมีโอกาสซื้อกิจการที่ต่างชาติขายออก เตือนอย่าประมาทเรื่องเศรษฐกิจ MFC เสนอวิธีเศรษฐกิจโตอย่างยั่งยืนนายกฤษฎา อุทยาบิน ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง เปิดเผยในงานเสวนา
“ทางรอด ทางรุ่ง เศรษฐกิจ การลงทุนและหุ้นไทย” ในงานมหกรรมการออมการลงทุนครบวงจร SET in the City สัญจรหาดใหญ่ จ.สงขลา จัดโดยตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันที่ 13 มี.ค. ว่า ขณะนี้ยังไม่ควรประมาท แม้พื้นฐานเศรษฐกิจจะดีขึ้นต่อเนื่อง แต่ยังมีปัญหาในหลายประเทศ โดยเฉพาะในฝั่งยุโรปนอกจากนี้ การถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลางประเทศต่างๆ จะทำให้สภาพคล่องในต่างประเทศลดลง อาจมีการถอนเงินที่ออกไปลงทุนต่างประเทศ เช่น ประเทศไทย ซึ่งจะกลายวิกฤตเป็นโอกาสให้คนไทยมีโอกาสได้ซื้อกิจการที่ดีและราคาไม่แพงนัก
“
ยอมรับว่าประเทศไทยยังต้องพึ่งพาเงินทุนต่างประเทศ เพราะรายได้จากการส่งออก แต่ตอนนี้เกษตรกรก็มีรายได้ดีขึ้น 14.7% ในปี 2552 ซึ่งปี 2553 นี้น่าจะดีต่อเนื่อง ในส่วนของราคายางพาราก็ดีขึ้นมาก ความต้องการยังมีเข้ามาต่อเนื่อง ทั้งจากอุตสาหกรรมรถยนต์ ทั้งส่งออกและในประเทศยังดี แต่ถ้ามีการแปรรูปยางพาราจะช่วยเพิ่มมูลค่า”นายกฤษฎา กล่าวสำหรับเศรษฐกิจไทย ตัวเลขการส่งออกดีขึ้น คาดว่าเดือนม.ค.จะส่งออกได้ถึง 1.3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐและมีการจับจ่ายใช้สอยของภาครัฐ ส่วนเงินเฟ้อคงไม่สูงมากนัก โดยการจับจ่ายใช้สอยในงบไทยเข้มแข็งแม้จะมีการเบิกจ่าย 25% เชื่อว่าสามารถทำได้อยู่แล้วแม้จะประมาณ 90% จะทำให้เงินเหล่านี้เข้าไปขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
นายพิชิต อัคราทิตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนเอ็มเอฟซี กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยดีขึ้นแต่ยังไม่โตอย่างยั่งยืน โดยจะต้องมีการลดต้นทุนการผลิตให้ต่ำลงเพื่อให้แข่งขันกับคู่แข่งได้ รวมถึงหาสินค้าหรือบริการใหม่ๆงโดยให้เกรด C+ หรือ B แม้การส่งออกและการใช้จ่ายภาครัฐจะดีขึ้น แต่ปีที่ผ่านมาเอกชนมียอดการลงทุนติดลบ 13% การบริโภคลดลง 1% ถ้าปีนี้สองตัวนี้เริ่มขยับเป็นบวกหรือเท่ากับปีก่อน ก็จะโตได้ แต่ว่าการเติบโตอย่างยั่งยืนไม่ได้หมายความว่าจะทำด้วยการลดค่าใช้จ่ายหรือลดสวัสดิการด้านเดียว แต่ต้องโตและสามารถสร้างรายได้ให้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ ซึ่งเชื่อว่าจะลดความอึมครึมว่าเศรษฐกิจจะฟื้นหรือไม่ฟื้นลงได้
อย่างไรก็ตามมองว่าการที่จะทำให้เศรษฐกิจโตสร้างรายได้ให้ดีขึ้น ทำอย่างไรที่จะต้องลดต้นทุนการผลิต ระบบการขนส่งที่จะทำให้การส่งออกมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำ สามารถแข่งขันกับคนอื่นได้ รวมทั้งการหาสินค้าหรือบริการใหม่ๆ เช่น การขนส่งทางทะเล ซึ่งงบไทยเข้มแข็งที่ลงมาที่สงขลาเข้ามาทำระบบขนส่งทางทะเล เช่น ขนส่งน้ำมัน ก๊าซไปประเทศอื่นๆ ทำให้เกิดการส่งออกและเกิดอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น ท่าเรือ ธุรกิจประกัน นอกจากนั้นต้องดูโครงสร้างพื้นฐาน เช่น มีการหาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ขึ้นมา แต่ภาครัฐไม่ได้เข้าไปบำรุงรักษาดูแลจึงทำให้คนรุ่นใหม่ทำลายสิ่งแวดล้อม จึงจะดีช่วงสั้น
นอกจากนี้สิ่งที่ยังเป็นห่วง คือ ตอนนี้มีการมองและกังวลว่าให้ระวังเศรษฐกิจโลกจะถดถอยอีกหรือไม่ โดยกรณีที่มองแย่สุด ยังกังวลตรงนี้อยู่เพราะ แต่ละประเทศเศรษฐกิจฟื้นตัวเกิดจากการก่อหนี้ของภาครัฐมหาศาล เพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศและให้สถาบันการเงินอยู่ได้ แต่เป็นห่วงว่าระยะยาวจะหาเงินมาใช้หนี้ได้ทันหรือไม่ ยกตัวอย่าง เช่นในสหรัฐยังมีความไม่แน่นอนค่อนข้างมากในเรื่องของเศรษฐกิจ เพราะตัวเลขการว่างงานยังสูงอยู่ แต่กลุ่มประเทศบราซิล รัสเซีย อินเดียและจีนหรือกลุ่มบริคเศรษฐกิจดีขึ้น แม้จีนเองก็เริ่มกลัวภาวะร้อนแรงของเศรษฐกิจจึงต้องดึงมาตรการลดความร้อนแรงลง
นายพิชิต กล่าวว่า ในส่วนของตลาดหุ้นยังยืนยันเป้าหมายเดิมที่ระดับ 830 จุด ภายใต้สมมติฐานว่าบริษัทจดทะเบียนกำไรสุทธิต่อหุ้นเติบโต 15% แม้จะไม่ดีเท่ากับปีก่อนที่เติบโต 28% แต่ปีก่อนโตจากฐานที่ต่ำ แต่ระดับ 15% ก็ถือว่าดีมากทำให้หุ้นขึ้นได้







