
จุดเสี่ยงโครงการหนี้นอกระบบ
....สุรชัย กำพลานนท์วัฒน์
เสียดาย...ต้องบอกว่าเสียดายจริงๆ ครับ ที่บ้านเมืองของเราเกิดความวุ่นวายไม่รู้จักหมดสิ้น!!
เศรษฐกิจกำลังเริ่มขยับตัวเติบโตไปได้สวย พ่อค้าแม่ขายผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยกำลังจะเริ่มลืมตาอ้าปากได้บ้าง ก็มีอันต้องสะดุดหยุดลงอีกครั้งจนได้
หรือว่า...เดือน มี.ค.เม.ย. ของทุกปี ท่านนักการเมืองทั้งหลายจะกำหนดให้เป็นห้วงเวลาที่บ้านเมืองต้องเกิดเรื่องวุ่นวายประจำปี!! มันเป็นแบบนี้มา 2 ปีติดต่อกันแล้วนะครับ
คนที่เดือดร้อนจริงๆ คงไม่ใช่นักการเมืองผู้ทรงเกียรติในสภา แต่เป็นคนทำมาค้าขายที่ได้รับผลกระทบแบบเต็มๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กิจการน้อยใหญ่มีปัญหากันถ้วนหน้า
ทุนหาย...รายได้หด...ปลดหนี้ปลดสินไม่ได้...รอวันตายสถานเดียว
คนไม่เป็นหนี้คงไม่รู้ถึงความเจ็บปวดของการเป็นหนี้ โดยเฉพาะหนี้นอกระบบที่ถูกฟาดดอกเบี้ยมหาโหด ผมมีโอกาสนั่งคุยกับพ่อค้าแม่ค้าหลายจังหวัดที่จำใจต้องเป็นหนี้นอกระบบและมาลงทะเบียนขอความช่วยเหลือจากกระทรวงการคลังในโครงการ...แก้ไขปัญหาหนี้ภาคประชาชน (หนี้นอกระบบ)
จับเข่านั่งคุยพร้อมหน้าพร้อมตากับเจ้าหนี้และลูกหนี้ทั้งสองฝ่าย
สาเหตุหนึ่งที่พบเหมือนๆ กันในหลายพื้นที่คือ...กู้เพราะค้าขายขาดทุน
จึงจำเป็นต้องวิ่งหาทุนก้อนใหม่มาซื้อของเข้าร้าน จำใจบากหน้าเอ่ยปากยืมเงินคนอื่นซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นพ่อค้าแม่ขายด้วยกัน ทั้งเจ็บปวดและอับอาย แถมต้องแบกภาระจ่ายดอกเบี้ยสูงๆ ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ก็ไม่มีใครอยากทำ
พูดถึงโครงการหนี้นอกระบบของรัฐบาล ต้องยอมรับว่าเป็นโครงการที่ดีและตรงใจผู้คนจำนวนมาก มีประชาชนลงทะเบียนในช่วงเดือน ธ.ค. ปีก่อน และเดือน ม.ค. ปีนี้ล้านกว่าราย
และรายชื่อลูกหนี้ทั้งหมดมีการแบ่งกลุ่มพร้อมทั้งจัดส่งไปให้ 6 สถาบันการเงินของรัฐเรียบร้อยแล้ว ซึ่งทุกแบงก์ต่างก็เดินหน้าลุยงานช่วยเหลือลูกหนี้กันอย่างเต็มกำลัง
ประเด็นที่ผมอยากจะฝากให้รัฐบาลช่วยพิจารณาดำเนินการเพื่อทำให้โครงการดีๆ แบบนี้สัมฤทธิผลโดนใจสังคมคือ
ประการแรก คนที่ลงทะเบียนไปแล้วเป็นล้านคนเมื่อ 23 เดือนที่ผ่านมา มีไม่น้อยที่กำลังหงุดหงิดใจ เพราะไม่รู้ว่าเรื่องของตัวเองไปอยู่แบงก์ไหน เขาควรอยู่เฉยๆ แล้วจะมีคนติดต่อกลับไปเองหรือเป็นฝ่ายต้องไปติดต่อใคร
และถ้าวันนี้อยากจะรู้ว่าเรื่องของตัวเองอยู่ขั้นตอนไหน จะสามารถคุยกับใครได้บ้าง มีศูนย์ข้อมูลกลางให้สามารถสอบถามได้หรือไม่
คำถามเหล่านี้ต้องการคำตอบ ซึ่งถ้าทุกอย่างเคลียร์ได้ก็จบไป แม้ต้องรอเวลาบ้างก็ไม่มีปัญหา ผมไม่อยากเห็นการร้องเรียนหรือรวมตัวกันมาทวงถามความคืบหน้าจากรัฐบาล มันอาจกลายเป็นศึกใหญ่ยิ่งกว่าวันแดงเดือดก็ได้
ประการที่สอง คนที่ลงทะเบียนและกู้แบงก์เคลียร์หนี้นอกระบบได้คงแฮปปี้ไม่มีปัญหา ปัญหาอยู่ที่คนที่ไม่เข้าข่ายไม่อยู่ในเกณฑ์ของโครงการอีกหลายแสนคนจะทำอย่างไร เขากำลังเดือดร้อนและไม่มีที่ไป รัฐบาลต้องรีบออกมาตรการรองรับโดยด่วน ซึ่งทราบว่าจะมีการตั้งหน่วยงานเฉพาะมาดูแลโดยตรง ก็ขอให้รีบทำ ที่สำคัญต้องเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจชัดเจนและมีงบประมาณเพียงพอในการปฏิบัติงาน อย่าเป็นยักษ์ไม่มีตะบองเหมือนหลายๆ หน่วยงานที่ตั้งขึ้นมา
ประการที่สาม โครงการนี้ควรเน้นวัดผลที่คุณภาพ ไม่ใช่จับแต่ตัวเลขปริมาณมาแถลงข่าว ยอดปล่อยกู้ต้องเน้นคุณภาพตรงตามวัตถุประสงค์ของโครงการจริงๆ
แม้ทางการเมืองมีความจำเป็นต้องโชว์ตัวเลข แต่ถ้าทำแบบลวกๆ แล้ววันหลังโครงการนี้กลายเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ มันจะเป็นรอยด่างของรัฐบาลชุดนี้ตลอดไป
สิ่งหนึ่งที่น่าจะต้องให้ความสำคัญคือ การสำรวจความคิดเห็นของผู้ที่ลงทะเบียนโครงการนี้อย่างแท้จริง และนำข้อมูลมาใช้ในการวางแผนจัดทำมาตรการเพื่อตอบสนองประชาชนที่เดือดร้อนอย่างตรงใจ
ประการสุดท้าย โครงการนี้ควรจะมีการชี้แจงความคืบหน้าของโครงการให้สังคมได้รับรู้รับทราบอย่างต่อเนื่อง เรื่องอะไรที่เกี่ยวข้องกับคนหมู่มากในระดับชาวบ้าน ต้องเร่งทำความเข้าใจก่อนที่จะเกิดความเข้าใจผิดหรือมีการบิดเบือนข้อเท็จจริงจนกลายเป็นประเด็นทางการเมือง
โครงการดีๆ ที่เกิดจากความตั้งใจดี ก็อยากช่วยให้เกิดความสำเร็จที่ดีครับ







