posttoday
เงินบาทร่วง...รอความชัดเจนทางการเมือง

เงินบาทร่วง...รอความชัดเจนทางการเมือง

15 มีนาคม 2553

....วารุรี สิทธิถาวร

ในช่วงต้นสัปดาห์ เงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 32.60 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในวันทำการแรกของสัปดาห์ ก่อนจะเริ่มปรับแข็งค่าขึ้นตามการเคลื่อนไหวของสกุลเงินภูมิภาคที่ได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นเอเชียตอบรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐในช่วงปลายสัปดาห์ที่ออกมาดี ทั้งตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐมีการปรับลดลงน้อยกว่าคาดที่ 3.6 หมื่นตำแหน่ง ในเดือน ก.พ. ขณะที่อัตราการว่างงานในเดือน ก.พ. ทรงตัวที่ 9.7%

นอกจากนี้ ความเชื่อมั่นของนักลงทุนยังปรับตัวดีขึ้นหลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) รายงานว่าสินเชื่อผู้บริโภคสหรัฐเพิ่มขึ้น 4,960 ล้านเหรียญสหรัฐ ในเดือน ม.ค. ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 1 ปีและเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับจากช่วงกลางปี 2008 ที่ผ่านมา ซึ่งชุดข้อมูลดังกล่าวช่วยหนุนภาวะการลงทุนในตลาดหุ้นและสกุลเงินเอเชียให้ปรับตัวขึ้น ที่สำคัญการคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้ที่ เงินหยวนจะแข็งค่าขึ้น หลังในช่วงปลายสัปดาห์ นายโจว เสียวฉวน ผู้ว่าการธนาคารกลางจีนกล่าวว่า จีนจะ ยกเลิกนโยบายพิเศษเกี่ยวกับหยวน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ทางการจีนใช้ รับมือกับวิกฤตการเงินโลกในช่วงที่ผ่านมา เป็นอีกปัจจัยที่หนุนให้ค่าเงินภูมิภาคปรับแข็งค่าขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ อย่างไรก็ดีสถานการณ์การเมืองในประเทศในช่วงใกล้ถึงวันนัดชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงกลับเป็นปัจจัยสกัดการแข็งค่าของเงินบาท โดยวันจันทร์เงินบาทร่วงสวนทางกับค่าเงินภูมิภาคสู่ระดับ 32.68 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ โดยสัปดาห์นี้สถานการณ์การเมืองในประเทศนับเป็นปัจจัยหลักที่กดดันภาวะการลงทุนในตลาดหุ้นและการเคลื่อนไหวของเงินบาท โดยเงินบาทยังคงเคลื่อนไหวในทิศทางอ่อนค่า หลังเปิดตลาดที่ระดับ 32.70 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงเช้าวันอังคารและยังคงปรับตัวในกรอบแคบท่ามกลางปริมาณการซื้อขายที่เบาบาง เนื่องจากนักลงทุนชะลอการทำธุรกรรมเพื่อรอความชัดเจนเกี่ยวกับสถานการณ์การชุมนุมทางการเมือง อย่างไรก็ดีการประกาศพ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรในพื้นที่กรุงเทพฯ และบางอำเภอในจังหวัดใกล้เคียงเพื่อดูแลการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงช่วยให้ตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวขึ้น เช่นเดียวกับเงินบาทที่ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยโดยอยู่ที่ระดับ 32.69 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงท้ายตลาดวันอังคาร

ในช่วงกลางสัปดาห์เงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 32.70 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ทรงตัวต่อเนื่องจากช่วงต้นสัปดาห์ และยังคงปรับตัวในกรอบแคบเนื่องจากปริมาณธุรกรรมที่ค่อนข้างเบาบาง โดยปัจจัยทางการเมืองในประเทศยังคงส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของค่าเงินและภาวะการลงทุนในช่วงสัปดาห์นี้

ขณะที่ ประเด็นที่นักลงทุนติดตามในช่วงกลางสัปดาห์ได้แก่ การประชุมนโยบายการเงินของคณะกรรมการนโยบาย การเงิน (กนง.) ซึ่งคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.25% ทั้งนี้เงินบาท ทรงตัวใกล้ระดับ 32.70 ในช่วงระหว่างวันท่ามกลางบรรยากาศการซื้อขายที่เฉื่อยชาเนื่องจากนักลงทุนรอดูว่าการชุมนุมของกลุ่มนปช. หรือกลุ่มเสื้อแดงจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงหรือไม่ ก่อนที่ปรับแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 32.65 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ ในช่วงท้ายตลาดหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.25% ตามคาด โดยเป็นการตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เป็นครั้งที่ 7 ติดต่อกัน แต่การส่งสัญญาณว่าความเสี่ยงที่ลดลงต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ทำให้การต้องมีนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายเป็นพิเศษเช่นปัจจุบันมีความจำเป็นลดลง ทำให้ตลาดมองว่า กนง. อาจเริ่มปรับอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้น

ในช่วงปลายสัปดาห์ เงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 32.62 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากช่วงท้ายตลาดวานนี้ ขณะที่เงินลงทุนต่างชาติที่ไหลเข้า โดยเฉพาะเข้ามาตลาดหุ้นไทยยังคงหนุนให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น โดยนักลงทุนต่างชาติมีการเข้าซื้อสุทธิติดต่อกันเป็นวันที่ 12 แม้จะมีการชุมนุมในช่วงปลายสัปดาห์นี้ โดยนักลงทุนต่างชาติมองว่าการประท้วงและการเมืองไทยเป็นปรากฏการณ์ระยะสั้น และสิ่งที่เขาจับตาคือ ค่าเงินบาทและหุ้นไทยจากมุมมองระยะยาว ซึ่งอาจเคลื่อนไหวตามค่าเงินและหุ้นเอเชีย ซึ่งปีนี้เศรษฐกิจเอเชียมีการฟื้นตัวขึ้นได้รวดเร็ว ขณะที่ตลาดมุ่งความสนใจไปที่ข้อมูลเศรษฐกิจของจีน ทั้งดัชนีราคาผู้ผลิตและดัชนีราคาบริโภค การผลิตภาคอุตสาห กรรม ยอดค้าปลีกและการลงทุนในสินทรัพย์ ถาวรในเขตเมือง จะบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจจีนมีการปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง หลังจากในช่วงกลางสัปดาห์ทางการจีนรายงานว่าการส่งออกของจีนขยายตัวสูงกว่า 40% ในเดือน ก.พ. ทั้งนี้เงินบาททรงตัวที่ระดับ 32.65 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงบ่ายก่อนอ่อนตัวลงแตะระดับ 32.67 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ตามการร่วงลงของสกุลเงินภูมิภาคหลังได้รับผลกระทบจากการร่วงลงของตลาดหุ้นเอเชียท่ามกลางความวิตกของนักลงทุนว่าทางการจีนอาจคุมเข้มนโยบายการเงินมากขึ้นหลังทางการเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสู่ระดับสูงสุดในรอบ 16 เดือน

ขณะเดียวกันเงินบาทยังได้รับแรงกดดัน หลังนักลงทุนกลับเข้าซื้อดอลลาร์สหรัฐ เพราะเริ่มไม่มั่นใจต่อสถานการณ์การเมืองในช่วงใกล้การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงในช่วงปลายสัปดาห์ ขณะที่ นายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท. จะดูแลการเคลื่อนไหวของเงินบาทให้สะท้อนปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจไทยและไม่ให้ผันผวนเกินไปจนกระทบต่อการทำธุรกิจ หลังเงินบาทปรับแข็งค่าขึ้นจากกระแสเงินทุนไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดี เงินบาทยังคงปรับตัวในกรอบแคบใกล้ระดับ 32.68 ในช่วงเช้าวันศุกร์ เนื่องจากนักลงทุนกำลังรอดูความเคลื่อนไหวทางการเมืองในวันนี้ว่าจะมีทิศทางอย่างไร อย่างไรก็ดี คาดว่าเงินบาทจะมีแนวโน้มอ่อนค่าลงในช่วงปลายสัปดาห์ เนื่องจากแรงซื้อดอลลาร์สหรัฐเพิ่มขึ้นหลังนักลงทุนเริ่มไม่แน่ใจต่อสถานการณ์การเมืองในประเทศ ทั้งนี้หากเกิดเหตุการณ์รุนแรงคาดว่าจะทำให้เงินบาทอ่อนค่าลง แต่ในทางกลับกันหากการชุมนุมผ่านพ้นไปด้วยดี คาดว่าเงินบาทจะปรับตัวเข้าสู่แนวโน้มการแข็งค่าเช่นเดิม

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน