
อุตฯการพิมพ์วูบกว่า50%
เหตุวิกฤตยุโรปทั้งตรงอ้อมเชื่อปีนี้พลาดเป้าแสนล้านบาท
เหตุวิกฤตยุโรปทั้งตรงอ้อมเชื่อปีนี้พลาดเป้าแสนล้านบาท
กลุ่มอุตฯ การพิมพ์และบรรจุภัณฑ์กระดาษ โดนหางเลขวิกฤตเศรษฐกิจยุโรป ออร์เดอร์หายกว่า 50% หวั่นปีนี้หลุดเป้าแสนล้าน
นายเกรียงไกร เธียรนุกูล ประธานกิตติมศักดิ์ กลุ่มอุตสาห กรรมการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์กระดาษ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า วิกฤตเศรษฐกิจยุโรปที่เกิดขึ้น แม้ว่ายุโรปจะไม่ใช่ตลาดส่งออกหลักโดยตรงของไทย แต่ก็กระทบทางอ้อมเพราะตลาดส่งออกใหญ่ที่ไทยส่งไป ส่วนใหญ่ก็จะส่งเข้าตลาดยุโรปเช่นกัน ทำให้ขณะนี้ยอดคำสั่งซื้อ (ออร์เดอร์) อุตสาหกรรมการพิมพ์ฯ หายไปกว่า 50% แล้ว เกรงว่าหากเป็นเช่นนี้ต่อไป จะทำให้ยอดส่งออกปีนี้ต่ำกว่าระดับ 1 แสนล้านบาท และทำให้ภาพรวมอุตสาหกรรมปีนี้โตได้แค่ 67% จากปกติโตเฉลี่ย 10%
“ต้องติดตามดูว่าวิกฤตยุโรปจะแก้ไขได้ดีและเร็วแค่ไหน โดยหากสถานการณ์ยังทรงตัวอยู่ในระดับนี้ ก็คาดว่าภาพรวมอุตสาหกรรมการพิมพ์ฯ นี้ จะโตอยู่ที่ 67% แต่ถ้าสถานการณ์รุนแรงถึงขั้นยูโรโซนแตก ภาพรวมปีนี้ก็อาจไม่โตหรือเลวร้ายถึงขั้นติดลบก็ได้” นายเกรียงไกร กล่าว
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมการพิมพ์ฯ ได้หันมาเร่งทำตลาดภายในประเทศเพื่อทดแทนยอดออร์เดอร์ส่งออกที่หายไป โดยเฉพาะตลาดบรรจุภัณฑ์ที่มีการเติบโตสูงมาก เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป ทำให้มีการแข่งขันในเรื่องของบรรจุภัณฑ์มากขึ้นเพื่อดึงดูดผู้บริโภค ซึ่งน่าจะช่วยพยุงภาพรวมอุตสาหกรรมปีนี้ให้ยังพอโตอยู่ได้
นายวิชัย สกุลวรารุ่งเรือง ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมการพิมพ์ฯ ส.อ.ท. กล่าวว่า ยังต้องจับตาดูวิกฤตเศรษฐกิจในยุโรปและสถานการณ์ภายในประเทศด้วยว่า ช่วงเดือน ส.ค.นี้ จะมีกีฬาสีเกิดขึ้นอีกหรือไม่ โดยมองภาพรวมอุตสาหกรรมการพิมพ์ฯ ปีนี้โตที่ระดับ 34% ได้ก็เก่งแล้ว นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังเตรียมตัวรับกับการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ด้วย โดยการย้ายฐานการผลิตไปประเทศที่มีต้นทุนการผลิตต่ำกว่า ซึ่งขณะนี้ผู้ประกอบการหลายรายเริ่มออกไปศึกษาลู่ทางในประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น เช่น พม่าและเวียดนาม
อย่างไรก็ตาม เมื่อมองถึงทิศทางอุตสาหกรรมภายหลังการเข้าสู่เออีซีอย่างเต็มตัวในปี 2558 เชื่อมั่นว่าอุตสาหกรรมการพิมพ์ฯ จะมีอัตราการเติบโตที่ดีและรวดเร็วขึ้น เพราะปัจจุบันไทยก็เป็นอันดับ 1 ของอาเซียนในอุตสาหกรรมนี้อยู่แล้ว และมีความได้เปรียบด้านคุณภาพงาน วัตถุดิบ และทักษะฝีมือของแรงงาน ดังนั้นเมื่อเข้าสู่เออีซีซึ่งปลดล็อกเรื่องกำแพงภาษีก็น่าจะทำให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าไปเจาะตลาดในแต่ละประเทศได้ดียิ่งขึ้นและยังเป็นการช่วยทดแทนตลาดส่งออกที่ขณะนี้กำลังซื้อลดลงได้ด้วย







