
‘ทริกเกอร์ฟันด์’ตุนกำไรหุ้น
ไม่มั่นใจประชุมยุโรปพลิกตลาด10กองทุนหมุนเงินกว่า4พันล้าน
ไม่มั่นใจประชุมยุโรปพลิกตลาด10กองทุนหมุนเงินกว่า4พันล้าน
กองทุนทริกเกอร์ฟันด์ตุนกำไร หวังถึงเป้าหมายไว ชี้ 1 เดือนผุด 10 กองทุน หมุนเงินลงทุนกว่า 4,000 ล้านบาท
แหล่งข่าวจากผู้จัดการกองทุน เปิดเผยว่า วิกฤตหนี้ยุโรปที่ยังกดดันตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง ทำให้กองทุนทริกเกอร์ฟันด์ ซึ่งจัดตั้งในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาต้องทยอยสะสมกำไรเพื่อให้ถึงเป้าหมายโดยเร็ว ดังนั้นการบริหารกองทุนจะเน้นที่หุ้นรายตัวและเมื่อมีราคาขึ้นถึงเป้าก็จะทำกำไรทันที ไม่ถือทิ้งไว้นานๆ เหมือนกองทุนหุ้นทั่วไป
“กองทุนทยอยเข้าซื้อหุ้นต่อเนื่องเมื่อเห็นโอกาส แต่เชื่อว่าไม่มีกองไหนเข้าซื้อหุ้นจนเงินหมด น่าจะค่อยๆ เก็บมากกว่าและสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นโอกาสในการตุนกำไรของกองทุนทริกเกอร์ฟันด์ เพราะดัชนีปรับตัวขึ้นมาก ดังนั้นบางวันดัชนีขึ้นแรงและตอนปิดก็ย่อลง” แหล่งข่าวเปิดเผย
นอกจากนี้ แม้การประชุมของอียูจะเริ่มมีสัญญาณให้เห็นว่าจะมีพัฒนาการที่ดีขึ้นบ้างแต่ก็ยังไม่เบ็ดเสร็จ ความไม่แน่นอนยังมีอยู่สูง กองทุนจึงเลือกที่จะเก็บกำไรไว้ก่อน อีกทั้งการจัดตั้งกองทุนเป็นกองทุนผสม ซึ่งคล่องตัวมาก โดยถือหุ้นได้สูงสุด 100% หรืออาจไม่ถือเลยก็ได้
ทั้งนี้ ช่วงเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ดัชนีปรับตัวลงมากจนดัชนีลงมาแถว 1,140 จุด ทำให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) มองเป็นโอกาสลงทุนในหุ้นไทย จึงตั้งกองทุนทริกเกอร์ฟันด์ขึ้นมา โดยช่วง 1 เดือนที่ผ่านมามีประมาณ 10 กองทุน ยอดขายรวมกว่า 4,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่กำหนดอายุกองทุนประมาณ 78 เดือนและสูงสุด 18 เดือน
นายสาห์รัช ชัฎสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและที่ปรึกษาการลงทุน ธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลและกองทุนรวม บลจ.ทิสโก้ เปิดเผยว่า บริษัทจะเสนอขายกองทุนเปิดทิสโก้ ไฮ ดิวิเดนด์ หุ้นทุน ตั้งแต่วันที่ 216 ก.ค.นี้ มูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท โดยมีนโยบายลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยเลือกลงทุนในหุ้นที่อยู่ในดัชนี SET High Dividend 30 Index ไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยมุ่งหวังผลตอบแทนที่กองทุนจะได้รับจากเงินปันผล หรือกำไรส่วนเกินทุนจากการลงทุนในตลาดหุ้น
นายสาห์รัช กล่าวว่า วิกฤตในยุโรปทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวนขึ้นมาก แต่หุ้นไทยยังมีการเติบโตที่ดี โดยตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 10% โดยดัชนีในกลุ่มหุ้นที่จ่ายเงินปันผลถือว่ามีการเติบโตมากที่สุด เนื่องจากการเคลื่อนไหวของหุ้นดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับผลประกอบการ รวมถึงการบริโภคภายในประเทศเป็นหลัก กลุ่มหุ้นปันผลจึงได้รับผลกระทบไม่มากนักจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกในเวลานี้ ดังนั้นการลงทุนในกลุ่มหุ้นปันผลในระยาว จะช่วยสร้างผลตอบแทนในระดับที่น่าสนใจและมั่นคงในช่วงหุ้นผันผวน







