
กลุ่มสินค้าทรูครึ่งแรกศึกศก.ไม่สะดุดขาช็อปไทย
จากภาพรวมในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา แม้จะมีหลายปัจจัยลบสะดุดกำลังซื้อผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มระดับกลางล่าง แต่กำลังซื้อระดับบนกลับสวนทางกัน เห็นได้จากเจ้าของสินค้าและร้านค้าปลีกต่างๆ เร่งปรับพื้นที่ขายใหม่ พร้อมจัดกิจกรรมการตลาดออกมากระตุ้นกำลังซื้อกลุ่มนี้อย่างต่อเนื่อง
จากภาพรวมในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา แม้จะมีหลายปัจจัยลบสะดุดกำลังซื้อผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มระดับกลางล่าง แต่กำลังซื้อระดับบนกลับสวนทางกัน เห็นได้จากเจ้าของสินค้าและร้านค้าปลีกต่างๆ เร่งปรับพื้นที่ขายใหม่ พร้อมจัดกิจกรรมการตลาดออกมากระตุ้นกำลังซื้อกลุ่มนี้อย่างต่อเนื่อง
มนาเทศ อันนวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท สุขุมวิท ซิตี้ มอลล์ ผู้บริหารศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม ช็อปปิ้ง คอมเพล็กซ์ เปิดเผยว่า กำลังซื้อระดับบนในกลุ่มสินค้าหรูหรา (ลักชัวรี) ในภาพรวมช่วง 5 เดือนแรกปีนี้ยังมีอัตราการเติบโตดี ทั้งในกลุ่มผู้บริโภคทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยว รวมถึงชาวต่างชาติที่พำนักในประเทศไทย ที่ยังจับจ่ายสินค้าแบรนด์เนมต่างๆ ทั้งเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ และนาฬิการะดับหรูหรา เป็นต้น
สำหรับศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม มีแผนปรับปรุงโฉมศูนย์การค้าครั้งใหญ่ในรอบ 15 ปี โดยจะมีร้านค้าแบรนด์เนมใหม่ๆ เข้ามาเปิดให้บริการเพิ่มขึ้น ซึ่งเริ่มทยอยปรับปรุงตั้งแต่ปีนี้ คาดแล้วเสร็จใน 12 ปีจากนี้ เพื่อรองรับการเปิดศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม 2 ในอนาคต และเมื่อโครงการแล้วเสร็จคาดส่งผลให้ค้าปลีกทำเลย่านสุขุมวิทจะเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) การช็อปปิ้งและไลฟ์สไตล์แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ และตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นศูนย์รวมสินค้าระดับบน
อย่างไรก็ตาม ศูนย์การค้าดิเอ็มโพเรี่ยม จะไม่ปิดศูนย์การค้าเพื่อปรับปรุงใหม่ แต่จะทยอยทำอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีนี้ เพื่อให้ทั้ง 2 ศูนย์การค้ามีรูปการเชื่อมโยงกันอย่างชัดเจน และจะมีร้านค้า แบรนด์เนมๆ ร้านอาหาร ใหม่ๆ เข้ามาเปิดให้บริการต่อเนื่อง
ปัจจุบัน ร้านค้าในศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม ได้ทยอยปรับปรุงพื้นที่ร้านค้าบางส่วน อาทิ ร้านปราดา และคริสเตียน ดิออร์ ที่ได้ปรับร้านใหม่ให้เป็นสาขาต้นแบบ (แฟล็กชิป สโตร์) แล้ว และในเดือน ก.ค.นี้จะเปิดร้าน ทีดับบลิวจี ชาลอน ชาชื่อดังจากประเทศสิงคโปร์ ที่เข้ามาเปิดสาขาในไทยครั้งแรก โดยงบในการปรับปรุงศูนย์การค้าครั้งนี้ ยังไม่สามารถเปิดเผยตัวเลขได้
ด้านแผนการตลาดในครึ่งปีหลัง จะเดินหน้าทำกิจกรรมการตลาดอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดในเดือน มิ.ย.นี้ ใช้งบ 30 ล้านบาท จัดงาน “เอ็มโพเรียม สปีท ออฟ ไทม์ สิงคโปร์ กรังด์ปรีซ์” ที่เป็นงานรวบรวมนวัตกรรมรถยนต์ซูเปอร์คาร์และนาฬิกาชิ้นพิเศษ (มาสเตอร์พีซ) ของแบรนด์ดังระดับโลก รวมมูลค่า 300 ล้านบาท โดยเริ่มตั้งแต่วันนี้ถึง 2 ก.ค.นี้ คาดตลอดการจัดงาน 12 วัน จะมีลูกค้าเข้าชมงานกว่า 9 แสนคน สร้างยอดขายสินค้ารวม 100 ล้านบาท
นอกจากนี้ ลูกค้าที่ใช้จ่ายครบ 2,000 บาท ในศูนย์การค้าตั้งแต่วันนี้5 ส.ค. จะได้รับคูปอง 1 ใบ เพื่อร่วมชิงรางวัลเที่ยวประเทศสิงคโปร์ และบัตรชมการแข่งขันรถยนต์ฟอร์มูล่าวัน สูตร1 และของรางวัลอื่นๆ รวมมูลค่า 2.4 ล้านบาท
ขณะที่ภาพรวมรายได้ศูนย์ฯในครึ่งปีแรกเติบโต 10% ตามเป้าหมาย ส่วนภาวะเศรษฐกิจยุโรปที่ชะลอตัวลงไม่มีผลกระทบต่อลูกค้าต่างชาติที่เข้ามาใช้บริการ โดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนต่างชาติที่อาศัยอยู่ในไทย ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนลูกค้าต่างชาติ 3040% และที่เหลือเป็นคนไทย6070% ส่วนสิ้นปีนี้ คาดเติบโต 10% จากปีก่อน เฉลี่ยมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการในวันธรรมดาราว6หมื่น7หมื่นคน และวันหยุด 8หมื่น9หมื่นคนด้าน วิภาวรรณ มหาดำรงค์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีทองพาณิชย์ ผู้นำเข้าและทำตลาดนาฬิกาแบรนด์เนม อาทิ ซิติเซ็น มิโด้ ราโด้ ฯลฯ กล่าวว่า ภาพรวมตลาดนาฬิการะดับหรูหรา (ลักชัวรี วอตช์) หรือระดับบนในรอบ 5 เดือนแรกปีนี้มีอัตราการเติบโตดี จากกำลังซื้อผู้บริโภคระดับบนที่ยังจับจ่ายสินค้ากลุ่มเครื่องประดับ โดยตลาดนาฬิกาในช่วงที่ผ่านมาเติบโต 10%
แต่เป็นที่น่าสังเกตว่านาฬิกาในกลุ่มระดับกลางล่าง พบว่ากำลังซื้อเริ่มลดลง คาดมาจากผู้บริโภคกลุ่มดังกล่าวมีการชะลอการซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย หรือประหยัดค่าใช้จ่ายในกลุ่มนี้มากขึ้น จากภาวะเศรษฐกิจเงินเฟ้อในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา
ปัจจัยหลักที่ผลักดันให้ตลาดนาฬิการะดับบนในประเทศไทยมีการเติบโตดี มาจากการออกแบบสินค้านาฬิกา มีความหลากหลายของคอลเลกชันสินค้าแต่ละรุ่น มีการจัดกิจกรรมการตลาดต่อเนื่อง และมีราคาเหมาะสมกับความต้องการ ขณะที่กลุ่มคนรุ่นใหม่จะไม่ติดกับแบรนด์สินค้ามากนัก
“ในส่วนของแบรนด์ซิติเซ่น บริษัทรับนโยบายจากบริษัทแม่ สำนักงานใหญ่ในฮ่องกง ที่จะผลักดันการทำตลาดนาฬิกาซิติเซ่น ในภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น ภายใต้แนวคิดการทำตลาดเดียวกัน เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์นาฬิกาซิติเซ่นที่วางตำแหน่งระดับกลางหรู”
ทั้งนี้ บริษัทแม่ซิติเซ็นจะผลักดันการทำตลาดในภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น ซึ่งประเทศไทยเป็นตลาดที่สำคัญมากอีกแห่งหนึ่งของซิติเซ็น โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาซิติเซ็นประเทศไทยเติบโต 1012% ต่อปี โดยในปีนี้ซิติเซ็นจะเปิดตัวคอลเลกชันสินค้าปีละ 3 รุ่น ล่าสุดเปิดตัวนาฬิกาแนวสปอร์ตรุ่นใหม่ “อีโค ไดรฟ์ เพรสทีจ โครโนกราฟ” พร้อมเปิดตัว “โดมปกรณ์ ลัม” ในฐานะศิลปินผู้สนับสนุน(ซัพพอร์ทติง อาร์ทติส) ซิติเซ็นในไทยเป็นครั้งแรกด้วย รวมทั้งเตรียมเปิดตัวร้านสาขาต้นแบบ (แฟล็กชิป สโตร์) นาฬิกาซิติเซ็นแห่งแรกในไทย ที่อาคารสีลม คอมเพล็กซ์ คาดพร้อมเปิดให้บริการเดือน พ.ย.นี้โดยปีนี้บริษัทคาดมียอดขายรวมโต 2 หลัก







