
อาร์เอสได้ทีขย่มแกรมมี่จอดำ
ย้ำถ่ายทอดลาลีกาดูได้ทุกจาน 50แมตช์ฟรีที่เหลือก็ต้องจ่าย
อาร์เอสย้ำถ่ายทอดลาลีกาดูได้ทุกจาน 50แมตช์ฟรีที่เหลือก็ต้องจ่าย
อาร์เอส ย้ำฟุตบอล ลา ลีกา สเปน ดูผ่านฟรีทีวีได้ทุกจาน ไม่มีจอดำ ประกาศขึ้นค่าโฆษณาช่องดาวเทียมจาก 3,000 เป็น 2 หมื่นสูงสุด 2 หมื่นบาทต่อนาที หวังรายได้ทีวีดาวทะลุเป้า 20-30% จาก 550 ล้าน
นางพรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท อาร์เอส กล่าวว่า การถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอล ลา ลีกา สเปน ฤดูกาล 2012-2013 ที่จะเริ่มในเดือน ส.ค.นี้ บริษัทในฐานะผู้ได้ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดในประเทศไทย จะเปิดช่องทางให้ผู้บริโภครับชมได้ 3 ช่องทาง คือ ผ่านฟรีทีวี ช่อง 7 และช่อง 8 ประมาณ 50 แมตช์ ผ่านเพย์ ทีวี ในช่องอาร์เอส สปอร์ต ลา ลีกา และผ่านเคเบิล ทั่วประเทศ นอกจากนี้จะขายแพ็กเกจร่วมกับกล่องรับสัญญาณดาวเทียม ซัน บ็อกซ์ ที่จะเปิดตัวในเดือน ก.ค.นี้
“นโยบายของอาร์เอสชัดเจน กรณีให้ดูฟรี คือต้องดูฟรีทุกที่ ทุกแพลตฟอร์ม ถ้าเป็นเพย์ ทีวี ก็ต้องจ่ายเงิน เป็นเจตนารมณ์ของการดำเนินธุรกิจที่วางไว้ตั้งแต่ต้น อย่างที่เคยทำในกรณีของยูโร 2008 และบอลโลก 2010 ไม่ควรทำมากกว่านี้ เพราะจะเกิดความยุ่งยากกับตลาดและผู้บริโภค” นางพรพรรณ กล่าว
ทั้งนี้ กรณีการถ่ายทอดสดฟุตบอลยูโร 2008 และฟุตบอลโลก 2010 ที่ผ่านมา และฟุตบอลโลกในปี 2014 บริษัทก็จะดำเนินการในรูปแบบเช่นเดียวกันนี้ ซึ่งจะไม่ทำให้เกิดกรณีปัญหาจอดำอย่างแน่นอน เพียงแต่ขอให้ผู้นำสิทธิไปเผยแพร่ควบคุมไม่ให้สัญญาณล้นออกไปนอกประเทศเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีการเข้ารหัสสัญญาณรายการโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ผู้ประกอบการทำได้หมดแล้ว ดังนั้นเรื่องอื่นๆ ที่พูดกันในสังคมขณะนี้จึงไม่มีประเด็น
นางพรพรรณ กล่าวว่า สำหรับธุรกิจทีวีดาวเทียมของอาร์เอสปีนี้เติบโตสูงมาก โดยเฉพาะช่อง 8 ซึ่งใช้แนวคิดเดียวกับการทำรายการแบบฟรีทีวี ที่มีทั้งละครที่ลงทุนสร้างใหม่สำหรับออกอากาศทางช่องนี้โดยเฉพาะ ทำให้เรตติ้งเพิ่มสูงขึ้นเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มวาไรตี-บันเทิง จากข้อมูลของเอจีบี นีลเส็น ดังนั้นบริษัทจึงใช้นโยบายปรับราคาตามความต้องการของผู้ซื้อ และการันตีความคุ้มค่าของการโฆษณาต่อหัว ที่นาทีละ 2 หมื่นบาท จากเดิมราคาโฆษณาเฉลี่ยของช่องนี้อยู่ที่ 3,000 บาทต่อนาที
สำหรับการปรับราคาดังกล่าวจะทำให้อัตรค่าโฆษณาเฉลี่ยของสถานีอยู่ที่ 6,000 บาทต่อนาที ขณะที่ค่าโฆษณาของตลาดโดยรวมจะอยู่ที่ 2,500 บาทต่อนาที โดยการปรับราคาครั้งนี้จะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.เป็นต้นไป รวมทั้งช่องสบายดี ทีวี ส่วนยู แชนแนล และย๊าค ทีวี ยังไม่มีนโยบายปรับราคาในขณะนี้
อย่างไรก็ตาม จากกลยุทธ์ดังกล่าวจะทำให้รายได้ของธุรกิจทีวีดาวเทียมเพิ่มขึ้น 20-30% จากเป้าหมายที่วางไว้ 550 ล้านบาท และทำให้ผลการดำเนินงานโดยรวมที่วางเป้าหมายไว้ที่ 3,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้นด้วย







