
สื่อร้านค้ายุคดิจิตอลชูอินเตอร์แอ็กทีฟดึงลูกค้า
สื่อในระบบดิจิตอลได้เข้ามามีบทบาทต่อการบริโภคเป็นอย่างสูง และกำลังเบียดพื้นที่ของสื่ออะนาล็อกในรูปแบบเดิมๆ ให้มีขนาดเล็กลงไปทุกขณะ ทุกวันนี้ทีวีระบบดิจิตอลกำลังจะเข้ามาแทนที่ทีวีที่แพร่ภาพในระบบอะนาล็อก หรืออินเทอร์เน็ตที่ได้เข้ามาแทนที่สื่อหนังสือพิมพ์ เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและในอนาคต
สื่อในระบบดิจิตอลได้เข้ามามีบทบาทต่อการบริโภคเป็นอย่างสูง และกำลังเบียดพื้นที่ของสื่ออะนาล็อกในรูปแบบเดิมๆ ให้มีขนาดเล็กลงไปทุกขณะ ทุกวันนี้ทีวีระบบดิจิตอลกำลังจะเข้ามาแทนที่ทีวีที่แพร่ภาพในระบบอะนาล็อก หรืออินเทอร์เน็ตที่ได้เข้ามาแทนที่สื่อหนังสือพิมพ์ เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและในอนาคต
เช่นเดียวกับสื่อในร้านค้า หรือที่เรียกว่า Instore Media ที่ได้เปลี่ยนจากดิสเพลย์ธรรมดาๆ มาสู่สื่อในรูปแบบดิจิตอลที่เป็นภาพเคลื่อนไหว และก้าวสู่การเป็นสื่อในรูปแบบอินเตอร์แอ็กทีฟ ที่ไม่ใช่แค่การส่งต่อข้อมูลไปถึงลูกค้า เพื่อสร้างการจดจำในพื้นที่สุดท้ายของการตัดสินใจซื้อ แต่สามารถต่อยอดเป็นเครื่องมือการตลาดที่ขยับเข้าถึงลูกค้าได้อีกขั้น
ด้วยปัจจัยแวดล้อมที่ทำให้ Instore Media ได้รับความสนใจมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปจากเทคโนโลยีทางการสื่อสาร วิถีความเป็นคนเมืองที่แพร่ขยายไปตามหัวเมืองใหญ่ในภูมิภาค ทำให้ธุรกิจค้าปลีกในรูปแบบโมเดิร์นเทรดและคอมมูนิตีมอลล์เติบโตอย่างรวดเร็ว รวมถึงการแข่งขันในตัวสินค้า ได้ผลักดันให้ Instore Media ขยายตัวตามไปด้วย
ทั้งนี้ จากตัวเลขการใช้สื่อ Instore Media ของบริษัท นีลเส็น ประเทศไทย ระบุว่า ในปีที่ผ่านมามีการขยายตัวสูงถึง 46.3% ด้วยเม็ดเงิน 1,640 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2553 ที่ใช้เม็ดเงินผ่านสื่อ Instore Media ไป 1,121 ล้านบาท และยังมีแนวโน้มที่ขยายตัวได้อีกในอนาคต เมื่อมีการนำเสนอสิ่งใหม่ๆ ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีในสื่อประเภท Instore Media มาใช้เป็นเครื่องมือการตลาดกับร้านค้าได้อย่างตรงเป้า
ภูบดี ไชยพลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวพี ครีเอชั่น กรุ๊ป กล่าวว่า สื่อ Instore Media ในปัจจุบันทำหน้าที่เพียงการสร้างการจดจำในตัวสินค้าเท่านั้น บริษัทจึงได้พัฒนาเทคโนโลยี IC Media Network เพื่อให้ Instore Media เป็นสื่อในรูปแบบอินเตอร์แอ็กทีฟที่สามารถสื่อสารไปกลับกับลูกค้าผ่านเกม กิจกรรมการตลาด และคอนเทนต์ต่างๆ ได้อย่างเรียลไทม์ เพื่อชักนำลูกค้าให้ไปซื้อสินค้าหรือใช้บริการ
แม้ว่า Instore Media ในรูปแบบอินเตอร์แอ็กทีฟจะเคยมีมาบ้างแล้ว แต่เป็นเพียงการสร้างความจดจำ หรือสร้างสีสันที่เน้นให้ลูกค้าเกิดความสนุกสนาน แต่สำหรับ IC Media Network จะสามารถวัดประสิทธิผลและเก็บข้อมูลของลูกค้าเพื่อนำกลับมาใช้ในการทำตลาดได้ด้วย
นอกจากนี้ การร่วมกับพันธมิตร ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของพื้นที่และร้านค้าต่างๆ จะช่วยสนับสนุนให้ IC Media Network มีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าที่บริษัทเป็นผู้ให้บริการคนเดียว จึงเป็นที่มาของการร่วมกับพันธมิตรในการทำตลาด IC Media Network ครั้งนี้ ซึ่งจะเป็นการทำธุรกิจในรูปแบบ 4 Win Business Model ที่จะได้ประโยชน์ร่วมกัน ทั้งตัวบริษัทเอง ห้างสรรพสินค้า ร้านค้า หรือเจ้าของสินค้าที่ลงโฆษณา และตัวลูกค้า
ทั้งนี้ บริษัทได้วางเป้าที่จะขยายพื้นที่ในการติดตั้ง IC Media Network ให้ครอบคลุมทั้งใน กทม. และในจังหวัดหัวเมือง รวม 50 จุด ภายในไตรมาส 2 ปี 2556 ส่วนเบื้องต้นจะติดตั้งให้ได้ 25 จุดในปีนี้ โดยพุ่งเป้าไปที่คอมมูนิตีมอลล์ในจังหวัดใหญ่ โดยคาดว่าในปีแรกจะมีเม็ดเงินในการใช้สื่อ IC Media Network ไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท และเพิ่มเป็น 500 ล้านบาท ในปีหน้า
การนำเทคโนโลยีมาเชื่อมต่อ Instore Media แม้ว่าจะเป็นเทรนด์ใหม่ที่จะทำให้การแข่งขันในห้างสรรพสินค้าหรือคอมมูนิตีมอลล์ให้มีสีสันน่าตื่นเต้นเข้าถึงผู้ซื้อได้มากขึ้น แต่ที่สุดแล้วคุณภาพของสินค้าและบริการ คือกุญแจดอกสำคัญที่จะมัดใจลูกค้าให้อยู่หมัดได้อย่างแท้จริง







