
‘บัณฑูร’แหยงการเมือง
ระบุกระทบหนักกว่าศก.โลกปัดกวาดก่อนฉุดธุรกิจดำดิ่ง
ระบุกระทบหนักกว่าศก.โลกปัดกวาดก่อนฉุดธุรกิจดำดิ่ง
“บัณฑูร” ชี้ปัญหาการเมืองไทยใหญ่กว่าปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจโลก
นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ขณะนี้การเมืองในประเทศไทยเป็นเรื่องใหญ่กว่าเศรษฐกิจโลก เป็นเรื่องที่ต้องบริหารภายในประเทศกันเองก่อน แต่คิดว่ารัฐบาลก็คำนึงถึง จึงมีการลดความร้อนแรงโดยเลื่อนการนำกฎหมายต่างๆ เข้าสู่สภา
“การเลื่อนนำกฎหมายบางอย่างเข้าสู่สภา เพราะคงดูแล้วว่าต้องใจเย็นๆ กันหน่อย เพียงแต่สุดท้ายคำตอบจะเป็นยังไง ยังไม่ออกมาให้เห็น” นายบัณฑูร กล่าว
นายบัณฑูร กล่าวว่า การเมืองเมื่อขัดแย้งกันตลอดก็จะไม่มีการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม อย่างกรณีการแก้ไขกฎหมายต่างๆ เพื่อสนับสนุนภาคเอกชน บางเรื่องก็ต้องสังคายนากันใหม่ และสถานที่ที่จะแก้กฎหมายได้คือในรัฐสภา แต่หาก สส.ยังทะเลาะกันก็ทำไม่ได้ ระบบต่างๆ ของประเทศ ควรได้รับการแก้ไขจากฝั่งการเมือง เพราะเอกชนไม่มีกำลังพอ
นายบัณฑูร ยังกล่าวถึงการเตรียมเปิดเสรีกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ว่า เป็นโจทย์ที่ท้าทายที่สุดของผู้ประกอบการคือเรื่องต้นทุน เป็นเรื่องที่ผู้บริหารต้องคิดเพราะการบริหารต้นทุนทางธุรกิจ เป็นเรื่องที่ละเลยไม่ได้ภายใต้การแข่งขันเสรี ผู้ประกอบการไทยที่ไม่เคยประสบภาวะต้นทุนสูงขึ้น อาจคำนึงถึงการย้ายฐานการผลิตไปสู่แหล่งที่มีต้นทุนที่ต่ำลง เนื่องจากฐานการผลิตไทยไม่ได้มีต้นทุนต่ำสุดแล้ว
อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำให้ภาคธุรกิจคำนึงใน 3 เรื่องเพื่อรับมือเออีซี คือ การคิดโจทย์ให้ออกและวางเป้าหมายทางธุรกิจ มีการสื่อความกับบุคลากรในองค์กรให้มีความเข้าใจที่ตรงกัน และการจัดระบบทรัพยากรบุคคลในการเลือกคนเก่งเข้ามาทำงาน ต้องประคับประคองให้การทำงานร่วมกันไม่เกิดปัญหา
นายบัณฑูร กล่าวว่า การจะทำให้ประเทศแข่งขันได้ อย่างน้อยก็สะท้อนมาถึงคุณภาพชีวิตของคนในประเทศต้องได้รับการพัฒนาด้วย โดยมี 3 สิ่งคือ 1.เรื่องการศึกษา ขณะนี้ยังไม่มีความมั่นใจได้หากเปรียบกับประเทศอื่น สะท้อนจากกระทรวงศึกษาธิการเป็นกระทรวงที่ไม่มีใครอยากเป็นรัฐมนตรี เพราะรู้ว่าเป็นแล้วก็เปลี่ยนโครงสร้างไม่ได้ 2.การคมนาคม การขนส่งถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ เพราะหากระบบดังกล่าวยังไม่สมบูรณ์จะทำให้ต้นทุนสูงขึ้น และ 3.การดูแลกฎหมายให้เอื้อต่อภาคธุรกิจเอกชน







