
พิษยุโรป-มะกันฉุดส่งออก
สะดุดยอดสั่งซื้อลดฮวบ30% อุตฯหันซบเพื่อนบ้านลดต้นทุน
สะดุดยอดสั่งซื้อลดฮวบ30% อุตฯหันซบเพื่อนบ้านลดต้นทุน
วิกฤตเศรษฐกิจยุโรปสหรัฐไร้แววฟื้น ฉุดออร์เดอร์วูบ 20-30% ชะลออุตสาหกรรมรับแรงงานเพิ่ม เล็งไปเพื่อนบ้านเพื่อแก้ปัญหาแรงงาน
นายพากร วังศิลาบัตร รองประธานสายงานแรงงาน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า จากภาวะเศรษฐกิจยุโรปและสหรัฐอเมริกาที่ยังมีปัญหาวิกฤตและยังไม่มีทีท่าฟื้นตัว ส่งผลให้ยอดคำสั่งซื้อเพื่อการส่งออก (ออร์เดอร์) จากต่างประเทศโดยรวมลดลงเฉลี่ย 20-30% ขณะที่กำลังการผลิตของโรงงานที่ประสบปัญหาอุทกภัยคาดฟื้นตัว 100% ในไตรมาส 4 ดังนั้นการส่งออกของไทยที่จะโตตามเป้าหมาย 15% คาดเป็นไปได้ยาก
อย่างไรก็ตาม การขาดแคลนแรงงานไม่ใช่ปัญหาของภาคอุตสาหกรรมแล้ว เพราะโรงงานที่ประสบภาวะน้ำท่วมหลายแห่งกำลังฟื้นตัว แต่ต้องเจอกับคำสั่งซื้อภาพรวมลดลงดังกล่าว โดยเฉพาะอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ จะมีเพียงอุตสาหกรรมยานยนต์หลักๆ ที่ยังคงมีการเติบโตเพิ่มขึ้น จึงทำให้โรงงานหลายแห่งเริ่มชะลอการรับคนงานเพิ่ม
ขณะเดียวกัน สภาพเศรษฐกิจโลกที่ตกต่ำทำให้การสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศถูกกำหนดราคามาให้ผลิตมากขึ้น ซึ่งพบว่าหลายสินค้าของไทยไม่สามารถรับราคาดังกล่าวได้ จึงทำให้บางส่วนเสียตลาดไปให้กับจีนและเวียดนามที่มีต้นทุนต่ำกว่า โดยต้นทุนส่วนหนึ่งของไทยที่สูงขึ้น คือผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำที่ปรับขึ้น 300 บาทต่อวัน
สำหรับปัจจัยค่าจ้างขั้นต่ำที่ปรับเพิ่มขึ้น 300 บาทต่อวัน ของไทยจะผลักดันให้นักลงทุนที่ใช้แรงงานเข้มข้นมองหาฐานการผลิตในประเทศเพื่อนบ้านแทน หรือส่วนหนึ่งหันไปพึ่งพาเครื่องจักรและเทคโนโลยีมากขึ้น ไม่เช่นนั้นระยะยาวคงจะสู้จีนและเวียดนามไม่ได้ โดยสินค้าในภาพรวมจะต้องหนีการผลิตไปสู่ระดับกลางและบน จากการสร้างแบรนด์ของตนเองและหาตลาดใหม่ๆ ซึ่งจะต้องใช้เวลามากและไม่ง่ายนักสำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) ซึ่งน่าเป็นห่วงสุด
“ใครปรับตัวไม่ได้ก็ต้องปิดตัวเองไป หรือบางส่วนก็หันไปเป็นเทรดเดอร์แทน ซึ่งยอมรับว่าค่าแรงที่ปรับขึ้นรัฐควรจะให้เวลาปรับตัว แต่นี่เร็วไป ทำให้เอสเอ็มอีลำบากเพราะทุนน้อย ซึ่งเอสเอ็มอีบางรายที่ทำงานกันแบบครอบครัวเขาก็คุยกับลูกจ้างว่าปรับให้ไม่ถึง 300 บาทต่อวัน แต่ธุรกิจยังอยู่ได้ ลูกจ้างก็ยอม” นายพากร กล่าว
อย่างไรก็ดี ภาครัฐต้องเร่งให้ความรู้และความเข้าใจกับประชาชนถึงการปรับตัวเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ซึ่งเอกชนนั้นได้มีการสื่อสารกันเองมาพอสมควรแล้ว แต่สิ่งที่เอกชนต้องการคือการให้ภาครัฐสนับสนุน การเอื้อประโยชน์ให้เอกชนไปออกงานแสดงสินค้าที่รัฐสนับสนุนค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะเอสเอ็มอี รวมทั้งการหาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ







