
กนง.ถกหนักวิกฤตยุโรปหวั่นลามไทย
ประชุม กนง.สัปดาห์นี้ ถกหนักวิกฤตเศรษฐกิจยุโรปจะลามกระทบไทยและการ เมืองก่อนลงมติดอกเบี้ย
ประชุม กนง.สัปดาห์นี้ ถกหนักวิกฤตเศรษฐกิจยุโรปจะลามกระทบไทยและการ เมืองก่อนลงมติดอกเบี้ย
ในวันที่ 13 มิ.ย.นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) โดยจะมีการหารือกันให้รอบด้านถึงผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจที่ประเทศไทยจะได้รับจากวิกฤตเศรษฐกิจของสหภาพยุโรป และการชุมนุมทางการเมืองของฝ่ายคัดค้านและสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง
นายศิริ การเจริญดี คณะกรรมการ กนง. กล่าวว่า ปัญหาเศรษฐกิจยุโรปเริ่มลุกลามมาที่สเปน ซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 4 ของยุโรปแล้ว ดังนั้นเราจะทำอะไรคงต้องให้เหมาะสมกับสถานการณ์เศรษฐกิจ และถ้าเป็นไปได้ในช่วงที่ผลกระทบมันยังไม่ชัดเจนก็ควรเก็บกระสุนไว้ใช้ในยามจำเป็น
“ในรายละเอียดการตัดสินใจดอกเบี้ยนโยบายนั้น ยังไม่สามารถให้ความเห็นอะไรได้ ต้องดูข้อมูลเศรษฐกิจทุกด้านให้รอบคอบ แต่ถ้าดูจากภาพรวมขณะนี้เศรษฐกิจในประเทศของไทยยังพอไปได้” นายศิริ กล่าว
ด้านนายทรงธรรม ปิ่นโต ผู้อำนวยการสำนักเศรษฐกิจมหภาค ฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยที่ยังขยายตัวได้ แม้ว่าจะมีความเสี่ยงจากเศรษฐกิจต่างประเทศที่อาจจะมากระทบและต้องติดตามดูอย่างใกล้ชิด
ด้านนายทรงธรรม ปิ่นโต ผู้อำนวยการ สำนักเศรษฐกิจมหภาค ฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า สาเหตุที่ธนาคารกลางจีนปรับลดดอกเบี้ยลง น่าจะเป็นเพราะเศรษฐกิจจีนในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมาชะลอลง บวกกับมีปัญหาเศรษฐกิจยุโรปอาจจะมาหนุนให้เศรษฐกิจกิจจีนชะลอมากขึ้น จึงทำให้จีนห่วงเศรษฐกิจจะชะลอไปมากกว่านี้ จึงต้องมีนโยบายในการดูแลเศรษฐกิจบ้าง ซึ่งแตกต่างจากเศรษฐกิจไทยที่ยังขยายตัวได้ แม้ว่าจะมีความเสี่ยงจากเศรษฐกิจต่างประเทศที่อาจจะมากระทบและต้องติดตามดูอย่างใกล้ชิด
&<2288;
&<2288;
&<2288;
การที่ธนาคารกลางของจีนปรับลดดอกเบี้ยกู้ยืมระยะ 1 ปี ลง 0.25% ซึ่งเป็นการลดครั้งแรกในรอบ 4 ปีนั้น คงเป็นเพราะเงินเฟ้อของจีนชะลอลงส่งผลให้ดอกเบี้ยแท้จริงของจีนเป็นบวก และเศรษฐกิจในประเทศจีนเองก็ชะลอ แถมมีปัจจัยกระทบจากเศรษฐกิจในยุโรปด้วย จึงอาจทำให้ตัดสินใจปรับลดดอกเบี้ยลง แต่สำหรับการตัดสินใจดำเนินนโยบายการเงินหรือทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของไทยในภาวะนี้จำเป็นต้องดูให้รอบครอบมากขึ้น เพราะต้องรอดูผลกระทบจากเศรษฐกิจยุโรปด้วย
“ปัญหาเศรษฐกิจยุโรป ตอนนี้เริ่มลุกลามมาที่สเปน ซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 4 ของยุโรปแล้ว ดังนั้น เราจะทำอะไรคงต้องให้เหมาะสมกับสถานการณ์เศรษฐกิจ และถ้าเป็นไปได้ในช่วงที่ผลกระทบมันยังไม่ชัดเจน ก็ควรเก็บกระสุนไว้ใช้ในยามจำเป็น” นายศิริกล่าว
นายศิริ กล่าวว่า ในรายละเอียดการตัดสินใจดอกเบี้ยนโยบายนั้น ยังไม่สามารถให้ความเห็นอะไรได้ เนื่องจากต้องรอหารือในที่ประชุมกนง.วันที่ 13 มิ.ย.นี้ ซึ่งต้องดูข้อมูลเศรษฐกิจทุกด้านให้รอบครอบ แต่ถ้าดูจากภาพรวมขณะนี้เศรษฐกิจในประเทศของไทยยังพอไปได้ แม้จะได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจยุโรปที่มากระทบภาคส่งออก รวมถึงเริ่มมีสถานการณ์ทางการเมืองมากระทบบรรยากาศทางเศรษฐกิจบ้างก็ตาม
ด้านนายทรงธรรม ปิ่นโต ผู้อำนวยการ สำนักเศรษฐกิจมหภาค ฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า สาเหตุที่ธนาคารกลางจีนปรับลดดอกเบี้ยลง น่าจะเป็นเพราะเศรษฐกิจจีนในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาชะลอลง บวกกับมีปัญหาเศรษฐกิจยุโรปอาจจะมาหนุนให้เศรษฐกิจกิจจีนชะลอมากขึ้น จึงทำให้จีนห่วงเศรษฐกิจจะชะลอไปมากกว่านี้ จึงต้องมีนโยบายในการดูแลเศรษฐกิจบ้าง ซึ่งแตกต่างจากเศรษฐกิจไทยที่ยังขยายตัวได้ แม้ว่าจะมีความเสี่ยงจากเศรษฐกิจต่างประเทศที่อาจจะมากระทบและต้องติดตามดูอย่างใกล้ชิด
“ถ้าดูจากข้อมูลตัวเลขจริงของภาวะเศรษฐกิจล่าสุดในเดือนเม.ย.ปีนี้เรายังไปได้ เศรษฐกิจมีแนวโน้มโตได้ แต่ต้องดูสถานการณ์โลกใกล้ชิดต่อไป ว่าจะมากระทบเศรษฐกิจไทยอย่างไร” นายทรงธรรมกล่าว
ขณะที่ แหล่งข่าวจาก กนง. อีกราย เปิดเผยว่า ขณะนี้ภาวะเศรษฐกิจไทยถูกกระทบจากปัญหายุโรปพอสมควร แต่ยังมองว่าเศรษฐกิจไทยยังแข็งแกร่งพอสมควร ไม่ว่าฐานะการค้า การลงทุน และการบริโภคในประเทศ โดยรวมยังน่าจะขยายตัวได้ในระดับที่ดีพอสมควร เพราะที่ผ่านมารัฐบาลดำเนินนโยบายกระตุ้นอย่างต่อเนื่องทั้งที่ผ่านนโยบายการคลัง และการลงทุนในการป้องกันน้ำท่วม ซึ่งถ้าเป็นโครงการเพื่อฟื้นฟูและฟ้องกันน้ำท่วมก็ถือว่าจะเป็นต้องทำ แต่มีหลายโครงที่ใช้จ่ายไม่สมควร สะท้อนจากการเร่งใช้จ่ายเงินงบประมาณไปก่อนล่วงหน้าจำนวนมาก เทาที่เห็นส่วนนี้มีสูงถึง 23 แสนล้านบาท
“การใช้เงินที่ไม่สมควรไปก่อนถึง 23 แสนล้านบาท ถือว่าเราใช้กระสุนด้านนโยบายการคลังไปก่อนล่วงหน้าอยู่พอสมควร ทั้งที่ในสถานการณ์เช่นนี้เราควรเก็บไว้ก่อน เพื่อรับมือกับวิกฤตจากยุโรป เพราะประเมินไม่ได้ชัดเจนว่าปัญหาจากต่างประเทศเหล่านี้จะมากระทบเรามากน้อยเพียงใด เพราะดูจากแนวโน้มของปัญหาก็ไม่ใช่เรื่องที่จะแก้ไขกันสำเร็จได้ง่ายๆในระยะเวลาอันสั้น “ แหล่งข่าวกนง.ระบุ
แหล่งข่าวกนง. กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามนโยบายการเงินของไทย ซึ่งดอกเบี้ยนโยบายที่ 3%นั้น ยังมีช่องสำรองให้ใช้ได้อยู่พอสมควร เพราะกนง.มีการคำนวณอยู่เหมือนกัน ว่าระดับดอกเบี้ยเท่าไร่ จะหนุนให้เศรษฐกิจโตได้เท่าไร ส่วนตัวยังมองว่าจีนลดดอกบี้ยลงเร็วไปด้วยซ้ำ น่าจะรอดูผลการเลือกตั้งในกรีซ 17 มิ.ย.นี้ก่อน เพราะการทำนโยบายการเงิน จะให้ได้ผลดีต้องมีดีกรีพอสมควร ดูจังหวะเวลา และจะทำเดี่ยวๆไม่ได้ ต้องทำควบคู่กับนโยบายการคลัง และนโยบายด้านอื่นด้วย เพราะใช่ว่าจะลดหรือขึ้นดอกเบี้ยแล้วจะได้ผลดี แต่มีความเป็นไปได้สูงว่าจะยังคงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับนี้ก่อน หากดูข้อมูลตัวเลขสำคัญๆแล้วพบว่าเศรษฐกิจไทยยังขยายตัวได้ดี ซึ่งในการประชุมกนง.วันที่ 13 มิ.ย.นี้คงได้หารือกันอย่างละเอียดก่อนมีมติกำหนดทิศทางดอกเบี้ยไปในทิศทางใดทางหนึ่ง
สำหรับการที่ธนาคารกลางจีนปรับลดดอกเบี้ยลงครั้งแรกในรอบ 4 ปี น่าจะเป็นเพราะเศรษฐกิจจีนในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาชะลอตัวลง







